
ผู้ประกอบการร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจัดระเบียบหาดสุรินทร์
"ชมรมผู้ประกอบการร้านค้าบ้านหาดสุรินทร์" ภูเก็ต ร้อง "ยธ." เดือดร้อน-ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลัง "อบต.-อบจ." จัดระเบียบชายหาด
"ชมรมผู้ประกอบการร้านค้าบ้านหาดสุรินทร์" ภูเก็ต ร้อง "ยธ." เดือดร้อน-ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลัง "อบต.-อบจ." จัดระเบียบชายหาด
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) น.ส.วลัยลักษณ์ บัวศรี ผู้ประสานงานชมรมผู้ประกอบการร้านค้าบ้านหาดสุรินทร์ ม.3 จ.ภูเก็ต พร้อมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบชายหาด ประมาณ 40 คน เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนหลังจากได้รับความเดือดร้อนที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) ที่อาศัยคำสั่งเรื่องการจัดระเบียบชายหาดให้ผู้ประกอบการรื้อถอนและขนย้ายสิ่งของออกจากบริเวณหน้าหาดสุรินทร์ทั้งหมดภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้ แต่เมื่อผู้ประกอบการซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ทั้งหมดดำเนินการขอผลัดผ่อนกลับถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกยึดถือครอบครองที่สาธารณะประโยชน์ แปลงหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง จึงทำให้เราต้องเดินทางมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและต้องการได้ที่ทำกินกลับคืนมา
น.ส.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ทาง อบต. ได้มีการประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางการจัดระเบียบชายหาสุรินทร์ ซึ่งผลการประชุมได้การมีเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ดังกล่าว ดำเนินการรื้อถอนและขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่จากเดิมได้แจ้งมาเป็นวันที่ 20 เม.ย.นี้ โดยเลื่อนขึ้นมาวันที่ 15 เม.ย.นี้ จึงทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และมีเวลาขนย้ายข้าวของเพียง 7 วันเท่านั้น ซึ่งเราไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากแต่ละร้านค้ามีทั้งพนักงานลูกจ้างและคนในครอบครัวอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ หาดสุรินทร์มีร้านค้าทั้งหมด 40 ร้านค้า ซึ่งเป็นร้านค้าที่ อบจ.ภูเก็ตจัดสร้างให้เมื่อปี 2538 จำนวน 20 ร้าน และอีก 20 ร้าน ทาง อบต. เป็นผู้จัดสร้างให้ในปี 2548 โดยเก็บค่าเช่าเป็นรายปี ร้านค้าละ 5,000 บาท
"เราต้องการขอขยายระยะเวลาการรื้อถอน เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปพูดคุยหรือตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงต้องมารื้อถอนอะไรเร็วขนาดนี้ อีกทั้ง ร้านค้าดังกล่าว เป็นร้านค้าที่ทางราชการเป็นผู้สร้างขึ้น ไม่ใช่ร้านค้าแผงลอย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของเดิมก็เป็นบุคคลที่มีอายุมากและค้าขายมานานแล้ว ซึ่งในวันนี้ตนก็เดินทางมาร้องเรียนแทนพ่อ"น.ส.วลัยลักษณ์ กล่าว
น.ส.วลัยลักษณ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปร้องเรียนยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดอ้างว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการรื้อถือพื้นที่สาธารณะทั้งหมด แต่ตนว่ามันควรจะอยู่ในขอบเขตความถูกต้องและชาวบ้านต้องไม่เดือดร้อนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้ แต่สิ่งที่พวกตนกำลังเผชิญอยู่มันไม่ใช่ ทั้งนี้ เราไม่เรียกร้องอะไรมากมาย เพียงแต่ขอให้ชาวบ้านได้มีที่ทำกินเหมือนเดิม และขอให้ขยายระยะเวลาการรื้อถอนดังกล่าวออกไปก่อน และให้หน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมชาวบ้านจึงมาร้องเรียนเป็นจำนวนมากขนาดนี้ นอกจากนี้ จึงอยากทราบด้วยว่าทำไมึงไม่จัดหาพื้นที่สำรองให้พวกเราก่อน
"เราเคยอุทธรณ์คำสั่งไปทางจังหวัด ซึ่งทางจังหวัดก็ส่งหนังสือกลับมาว่าไม่รับอุทธรณ์ โดยยืนกรานตามคำสั่งของนายก อบต. หลังจากนี้เราจะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อร้องเรียนในเรื่องนี้อีก"







