posttoday
ลดดอกเบี้ยยังไม่กระตุ้นลงทุน

ลดดอกเบี้ยยังไม่กระตุ้นลงทุน

06 เมษายน 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

การประกาศนำร่องลดดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.15% ถือเป็นการเซอร์ไพรส์ตลาดเงิน และตามมาด้วยการเกทับจากธนาคารอื่นที่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมากกว่าคือ 0.25%

แต่การมีผู้นำในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้สะเทือนตลาดจนต้องมีการปรับลดดอกเบี้ยลงตาม ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการที่ธนาคารพาณิชย์ยอมเฉือนเนื้อลดกำไรของตัวเองลง จะส่งผลดีทางด้านจิตวิทยา ทำให้ผู้ที่มีหนี้ทั้งหลายมีภาระลดลง ความรู้สึกเงินฝืดก็จะผ่อนคลาย

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์กับผู้กู้โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ และการปรับลดยังสอดคล้องกับปริมาณสภาพคล่องส่วนเกินที่มีอยู่สูงในระบบ ซึ่ง ธปท.เชื่อว่าแบงก์อื่นๆ จะทยอยลดอีกตามการแข่งขันในตลาด

หากย้อนกลับไปดูการเกลี้ยกล่อมภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ใน Set100 ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แบบเพื่อนขอเพื่อน ชักชวนให้หันมาร่วมลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ให้สมกับเป็นปีแห่งการลงทุน เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว ก็พอเข้าใจได้

ภาคธุรกิจกลุ่มแรกที่รับลูกให้ร่วมมือค่อนข้างดีกับรัฐบาล คือ ภาคการธนาคาร เห็นได้หลังพบปะกันไม่นานแบงก์ก็ประกาศหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลงขาเดียว โดยไม่หั่นดอกเบี้ยฝั่งที่เป็นภาระจ่ายดอกเบี้ยของเงินฝากลงด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบงก์ลดดอกเบี้ยเงินฝากลงไปก่อนหน้านี้พอสมควรแล้ว แถมสินเชื่อก็ปล่อยไม่ออก เพราะธนาคารทั้งหลายเป็นห่วงภาวะหนี้เสียที่ยังคงมีการเพิ่มขึ้นแม้จะเพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังขยายตัวอยู่ จึงพากันเข้มงวดการปล่อยกู้อย่างเข้มข้น

เหตุผลที่ปรับลดดอกเบี้ยเป็นไปในทิศทางคล้ายๆ กัน คือ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ แบ่งเบาภาระทางการเงินของลูกค้าผู้กู้ มีส่วนช่วยสนับสนุนส่งเสริมการลงทุน และสนองตอบนโยบายของภาครัฐในการช่วยลดต้นทุนการเงินของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ

อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากแค่ไหนก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะการค้าการขายยังฝืดๆ เห็นได้จากจากเงินเฟ้อยังติดลบ แถมเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงทำให้การส่งออกยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตัว

ส่วนการลดดอกเบี้ยเท่านี้จะผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่หรือไม่ มองได้ทางเดียวว่าไม่ เพราะการจะลงทุนใหม่เพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับยอดขายสินค้าและความมั่นใจของนักธุรกิจ ว่าผลิตสินค้าออกมาแล้วขายได้หรือไม่ ดอกเบี้ยเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะจูงใจภาคธุรกิจเอกชนตัดสินใจลงทุน

อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยก็ดีกว่าไม่ลด เพราะอย่างน้อยๆ ก็ทำให้คนที่มีภาระหนี้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง รวมถึงอาจมีเงินเหลือมาใช้จ่ายได้บ้าง แต่จะหวังว่าการบริโภคของประชาชนจะเพิ่มขึ้นมากมายจากการลดดอกเบี้ยเพียงเท่านี้ก็คงไม่ได้เช่นกัน เพราะรายย่อยหรือครัวเรือนรายได้ยังอ่อนแอและมีหนี้ครัวเรือนสูง และอีกอย่างดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยในรอบนี้ก็ไม่ได้ลดลง และถึงจะลดก็ใช่ว่าแบงก์จะให้กู้

เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยช่วยให้บริหารสภาพคล่องของภาคธุรกิจง่ายขึ้น เป็นการเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจและประชาชนมีเงินไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง แต่การมีสภาพคล่องเหลือแล้วจะลงทุนหรือไม่ต้องติดตามดู เพราะถ้าตลาดไม่ฟื้นธุรกิจก็อาจไม่มั่นใจ แต่อาจทำให้กลุ่มธุรกิจที่มีแผนจะลงทุนอยู่แล้วเดินหน้าลงทุนได้เร็วขึ้นก็เป็นได้

นริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB กล่าวว่า ดอกเบี้ยลดช่วยลดภาระดอกเบี้ยและต้นทุนการเงินก็จริง แต่ไม่น่าจะเป็นปัจจัยให้เกิดการลงทุนใหม่เพิ่มมากขึ้นได้ เพราะหากดูจากดัชนีชี้วัดการลงทุน อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ การนำเข้าสินค้าทุน การซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การลงทุนยังไม่ค่อยดีนัก เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาการลงทุนภาคเอกชนก็ขยายตัวเพียง 2% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันก่อน และขยายตัว 1% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.

“ที่สำคัญการระดมทุนของภาคธุรกิจยังลดลงค่อนข้างมาก เมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมาการระดมทุนผ่านหุ้นไอพีโอ หุ้นกู้เอกชนมีปริมาณเฉลี่ยที่ 5 หมื่นล้านบาท/เดือน แต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาลดลงมาเหลือ 2 หมื่นล้านบาท/เดือน มันอาจจะเป็นตัวสะท้อนว่าธุรกิจยังไม่มีแผนจะลงทุน บวกกับการใช้กำลังยังต่ำที่ 65% ยังมีเหลือยังไม่ได้ใช้อีก 35% ถ้ายังเหลือกำลังการผลิตอยู่เช่นนี้จะลงทุนเพิ่มหรือไม่ต้องติดตาม อีกอย่างถ้ายอดขายไม่เพิ่มก็อยากที่ลงทุนเพิ่ม” นริศ กล่าว

ด้าน อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยของแบงก์ขนาดใหญ่ลงก่อน กนง.น่าจะเป็นเพราะสภาพคล่องล้นระบบ และแบงก์เองก็อยากขยายสินเชื่อ แต่การลดดอกเบี้ยอาจไม่ทำให้สินเชื่อโตเพิ่ม เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจชะลอ แบงก์จะระมัดระวังหนี้เสีย จึงคัดเลือกลูกค้าดีๆ มากขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีอาจไม่ได้รับสินเชื่อเพิ่มมากนัก เนื่องจากกลุ่มนี้มีหนี้เสียมาก และในยามนี้เอกชนเองก็ยังไม่เร่งลงทุนจากกำลังการผลิตที่ต่ำและความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้น

“ไม่แน่ใจว่าการลดดอกเบี้ยจะได้ผลมากนัก แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมากระตุ้นเลย แต่สิ่งที่น่าห่วง คือ ในช่วงที่เบี้ยต่ำนานๆ นักลงทุนจะวิ่งหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งโดยมากจะเสี่ยงสูงเช่นกัน จึงเป็นไปได้ว่าคนจะวิ่งหาสินทรัพย์เสี่ยงมากจนเกินพอดี และหากไม่มีการกำกับดูแลที่ดีอาจจะนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ได้” อมรเทพ กล่าว

แม้การลดดอกเบี้ยเงินกู้ในรอบนี้จะหวังผลเลิศทางเศรษฐกิจไม่ได้ แต่การลดดอกเบี้ยย่อมดีกว่าไม่ลดแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท