
โรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคม (2)
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
ศิษย์เก่าจากโรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคมที่ประสบความสำเร็จมีมากมาย ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอีก 2 ราย
รายแรก บรูซ กันน์ (Bruce Gunn) จากกิจการ “จัดส่งถึงตัววันถัดไป” (Delivered Next Day Personally : DNDP) ในสกอตแลนด์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนวิกฤตในชีวิตเป็นโอกาสและได้เล่าเรื่องราวของตัวเองไว้ ดังนี้
“ผมมีโรคหลอดเลือดในสมอง (Stroke) จนเป็นอัมพาต เมื่อปี 2551 และพบว่าการที่จะได้งานประจำจากสภาพความพิการของผมเป็นเรื่องยาก จำเป็นที่คนพิการจะต้องมีอิสระที่จะทำงานได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันและสามารถทำงานให้แก่ชุมชนและสังคมได้อย่างเข้มแข็งด้วย ตอนปลายปี 2554 ซึ่งผมยังเดินไม่ได้ ช่องทางติดต่อกับโลกภายนอกช่องทางเดียวที่มีคือทางอินเทอร์เน็ต ผู้คนส่วนใหญ่ที่ผมติดต่อด้วยคือคนพิการที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน มีสองรายที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายไป โศกนาฏกรรมเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่าจะต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่เพียงเพื่อตัวผมเองเท่านั้น แต่เพื่อคนอื่นที่อยู่ในสภาพคล้ายคลึงกันด้วย
“กิจการ ‘จัดส่งถึงตัววันถัดไป’ ช่วยให้คนพิการมีงานทำ โดยทำเอง และถึงที่สุดคือสามารถดำเนินธุรกิจเป็นของตัวเอง นอกจากนั้นคนขับรถของพวกเราทุกคนจะจ้างคนปกติอย่างน้อยหนึ่งคนมาทำ ‘งานที่ต้องใช้ขา’ (the Legwork) ผู้มาทำหน้าที่ ‘คนนำทางร่วม’ (Copilot) นี้ จะเป็นคนหนุ่มสาวที่ตกงานมาอย่างน้อย 6 เดือน อายุ 16-21 ปี และยังไม่มีใบขับขี่
“ทุกคนมีผลงานดีเยี่ยม งานของเราก้าวหน้ามาด้วยดี เราจ้างคนพิการ 11 คน และเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี 4 คน ตอนที่เราจ้างพนักงานคนที่ 10 เราถือว่าเรามาถึงหมุดหมายที่สำคัญ ตอนนั้นเราเพิ่งดำเนินกิจการมาได้แค่ 12 เดือน เป้าหมายของเราคือภายใน 1 ปีหลังจากนั้นเราจะมีพนักงานขับรถ 100 คน ทั่วสกอตแลนด์ จากนั้นเราจะขยายแฟรนไชส์ไปทั่วสหราชอาณาจักร
“ประสบการณ์ของผมที่โรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคมเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ท้าทาย และให้รางวัลที่ดียิ่ง เทรซีจากโรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคมสาขาสกอตแลนด์ช่วยผมมากในช่วงปีแรก เธอช่วยสนับสนุนนักเรียนทุกคนจนตลอดรอดฝั่ง เธอช่วยพัฒนาให้ผมเป็นนักธุรกิจ พลังของเธอช่วยโอบอุ้มพวกเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ ผมจึงขอขอบคุณอย่างมากต่อเทรซีสำหรับทุกความช่วยเหลือและแรงกระตุ้น
“เวลานี้ผมรู้สึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมิตรภาพอันยืนนานกับกลุ่มคนที่มีอัจฉริยภาพสูงยิ่งที่ผมมีโอกาสเข้าถึงได้”
รายที่สอง คริสติน ดรายเดน (Christine Dryden) จากกิจการ “โลตัสบรุ๊ค จำกัด” (Lotus Brook Limited) ในลิเวอร์พูล คริสติน เล่าว่า
“ตอนเด็กฉันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตายายซึ่งปลูกผักกินเอง โดยส่วนหนึ่งนำมาปรุงเป็นอาหารแล้วแบ่งให้เพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งให้ผักสดๆ กับเพื่อนบ้าน ต่อมาเมื่อคุณตาต้องอยู่ในสภาพติดเตียง สิ่งเดียวที่ทำให้ดวงตาของคุณตาเป็นประกายก็คือ เมื่อฉันทำหน้าที่ดูแลสวนครัวของคุณตาแล้ว ฉันไปปรึกษาคุณตาว่าฤดูนี้คุณตาจะให้ฉันปลูกอะไรดี ฉันมักจะปลูกให้มากพอที่จะแจกเพื่อนบ้าน คุณตาจะดีใจมากเมื่อรู้ว่าเพื่อนบ้านเก่าแก่ตลอด 40 ปียังคงได้แบ่งปันอาหารไปกิน
“ผู้คนมักมาขอคำแนะนำจากฉันเรื่องการเพาะปลูก ดังนั้นในปี 2554 เมื่อฉันปลูกได้มากมายฉันจึงถือโอกาสกระโจนเข้าสู่ธุรกิจและทำให้ฉันสามารถเลี้ยงตัวได้ ฉันเรียนมาทางด้านการปลูกพืชสวนจากราชสมาคมพืชสวน (Royal Horticulture Society : RHS) และไม่เคยหวนกลับไปคิดถึงอีกมาก่อน
“ตอนนี้ฉันจัดเวิร์กช็อปเพื่อให้การศึกษาแบบเป็นมิตรแก่ผู้ที่สนใจปลูกพืชผักในบริเวณเล็กๆ นั่นหมายความว่า คุณสามารถฝึกทักษะในบริเวณที่ต้องทำร่วมกับคนอื่นก่อน หลังจากนั้นค่อยแยกไปปลูกโดยอิสระ แต่ต้องมีเพื่อนคอยช่วย เวิร์กช็อปมีประโยชน์ทั้งต่อเด็กและครอบครัว ฉันทำงานโดยตรงกับคนที่ได้ประโยชน์ราว 100 คน ผ่านการประชุมเวิร์กช็อปและระบบอาสาสมัครทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ
“ฉันได้รับทำโครงการฝึกอบรมครูพี่เลี้ยงในศูนย์เด็ก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์มีทักษะพอเพียงในการทำสวนของทางศูนย์เอง นอกจากนี้ฉันยังได้รับโครงการจากศูนย์เยาวชนและชุมชน ทำโครงการสุขภาพและสุขภาวะของศูนย์
“ความมั่นใจที่โรงเรียนเพื่อผู้ประกอบการสังคมหนุนเสริมให้แก่ฉันนับว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง กลุ่มนักเรียนของโรงเรียนที่ลิเวอร์พูลล้วนยอดเยี่ยมและถือเป็น ‘เพื่อนรัก’ ในวงธุรกิจ ในลักษณะของเพื่อนรักที่อาจไม่เห็นกันตลอดเวลา แต่เมื่อใดที่เราต้องการความช่วยเหลือ เพื่อนรักเหล่านี้ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วย การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากเพื่อนๆ เหล่านี้ ทำให้ฉันสามารถพูดทุกอย่างได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องกลัวจะรู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘ไอ้งั่ง’ ทุกวันนี้ฉันทำงานก้าวหน้าไปแบบสบายๆ โดยธุรกิจก้าวไปอย่างถูกทิศทางตลอดเวลา”







