
ธกส.อัด3หมื่นล้าน ให้กู้เอสเอ็มอีเกษตร
ธ.ก.ส.ปรับโครงสร้างใหม่ อัดสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี เข้าระบบอีก 3 หมื่นล้าน ภายใน มิ.ย.นี้
ธ.ก.ส.ปรับโครงสร้างใหม่ อัดสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี เข้าระบบอีก 3 หมื่นล้าน ภายใน มิ.ย.นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ดำเนินโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร มาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2559 จนถึงปัจจุบันได้ให้สินเชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการ
เอสเอ็มอีเกษตรแล้วกว่า 7,000 ราย วงเงินสินเชื่อกว่า 9,500 ล้านบาท ประกอบไปด้วยเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชน และกองทุนหมู่บ้าน
“คาดว่าตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. 2559 ยอดปล่อยสินเชื่อจะสูงขึ้นเป็น 2-3 หมื่นล้านบาท ตามที่รายงานให้กระทรวงการคลังรับทราบก่อนหน้านี้ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินงานได้ตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการให้ ธ.ก.ส.เป็นหัวขบวนในการปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร ไม่มุ่งแต่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่หันมายกระดับผู้ประกอบการให้เพิ่มมูลค่าสินค้า และรวมตัวกันในลักษณะผู้ประกอบการ” นายลักษณ์ กล่าว
นายลักษณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังปล่อยสินเชื่อไม่ได้มาก เพราะอยู่ระหว่างการวางระบบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำ คือให้แยกฝ่ายดูแลลูกค้า ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ ประเมินความเสี่ยงออกจากกัน เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพลูกหนี้ก่อนปล่อยสินเชื่อ รวมทั้งได้ตั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมเกษตร ที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คาดว่าจะอัดสินเชื่อเข้าสู่ระบบได้ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยปล่อยกู้รายละ 2 ล้านบาท จากเป้าหมายปล่อยกู้ทั้งโครงการ 7.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 7-8% ของยอดสินเชื่อคงค้าง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนให้ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตร วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท แต่นอกจากการให้สินเชื่อแล้ว ธ.ก.ส.จะต้องมีบทบาทในการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาในด้านต่างๆ ธ.ก.ส.จึงจะมีบทบาทสำคัญต่อการปรับโครงสร้างภาคเกษตรครั้งนี้
“หัวใจสำคัญคือต้องสร้างให้เกษตรกรรู้ว่ามีความเร่งด่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนไปจะปลูกพืชเชิงเดี่ยวคงไม่ได้ ขณะที่ราคาน้ำมันจะต่ำต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ทำให้ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ หากเกษตรกรไม่เปลี่ยนแปลงการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ก็จะประสบปัญหารายได้ตกต่ำ” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ โครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร ธ.ก.ส.กำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 1-7 คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยตามประเภทของลูกค้าผู้กู้แต่ละรายในอัตราเอ็มอาร์อาร์ หรือเอ็มแอลอาร์ แล้วแต่กรณี และกำหนดให้จัดทำหนังสือกู้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2559 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2560 สำหรับหลักประกันในการกู้ยืม ให้ใช้หลักประกันหนี้เงินกู้เป็นไปตามข้อบังคับและวิธีปฏิบัติของธนาคาร







