posttoday
กกต.กำชับข้าราชการทำงานโปร่งใสจัดทำประชามติ

กกต.กำชับข้าราชการทำงานโปร่งใสจัดทำประชามติ

04 เมษายน 2559

กกต.ปลุกข้าราชการทำหน้าที่โปรงใส่-ใช้งบประมาณคุ้มค่า ในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

กกต.ปลุกข้าราชการทำหน้าที่โปรงใส่-ใช้งบประมาณคุ้มค่า ในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต.ร่วมประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ทั้งผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานครั้งสำคัญครั้งนี้ ขอให้ทำงานเป็นทีมเหมือนห่านไซบีเรีย มีอะไรต้องช่วยกัน สามัคคีกัน บางครั้งการทำงานต้องให้อภัยกัน

ทั้งนี้ เพราะการออกเสียงประชามติครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินการระดับจังหวัดนั้นถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะเป็นทัพหน้า ขณะที่กกต.ส่วนกลางเป็นเพียงผู้กำกับดูแล หากระดับจังหวัดทำได้ดีการออกเสียงประชามติก็จะประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกภาคส่วนที่คอยตรวจสอบการทำงานของกกต.มีอยู่มาก เนื่องจากถูกจับจ้องว่าจะมีการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย หรือมีความชอบมาพากลในการใช้จ่าย

"เมื่อถูกจับจ้องต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายให้คุ้มค่า หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ เพราะงบประมาณการออกเสียงประชามตินั้น แม้จะมีการตัดลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีการกระแนะกระแหนเราว่าจะใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ดังนั้น เราจะต้องใช้งบประมารให้คุ้มค่า หากเราทำงานสุจริต โปร่งใส ตรงไปตรงมา ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาฟ้องร้องหรือจะมาตรวจสอบ แต่หากเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นขณะทำงาน เราก็พร้อมจะร่วมกันแก้ไข และเห็นใจสำนักงาน กกต.จังหวัดที่ยังขาดบุคลากรเยอะ จึงมีการหารือกันว่าจะเปิดรับสมัคร 200 อัตรา เพื่อนำมาฝึกก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2560"นายศุภชัย กล่าว

ด้านนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ภารกิจการทำประชามติเป็นวาระสำคัญและเป็นกิจกรรมที่จะกลายเป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอนาคต ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างประเทศจับตามองการทำประชามติครั้งนี้ โดยประสิทธิภาพของการทำประชามติจะเป็นการแสดงฝีมือขององค์กร ว่าจะเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพหรือไม่

ทั้งนี้ หากแสดงฝีมือให้การทำประชามติครั้งนี้เป็นไปตามหลักสากล และได้รับการยอมรับ นอกจากนั้น อยากให้ทำงานแบบมีความคิดสร้างสรรค์ โดยการทำประชามติครั้งนี้มีภารกิจ โดยการจัดให้มีการออกเสียงประชามติที่มีประสิทธิภาพ และการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติให้มากที่สุด ซึ่ง กกต.ต้องการให้มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 80% เพื่อไม่ให้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ถูกใช้ไม่คุ้มค่า ไม่ให้ถูกมองว่าผลาญงบ แต่ทำอะไรไม่สำเร็จ และแม้ในสังคมไทยจะมีไทยเฉยเยอะ แต่ก็จะทำต่อไปให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการทำประชามติครั้งนี้ให้ได้ 80% ของผู้มีสิทธิออกเสียง และต้องทำให้เต็มที่ หากทำไม่ได้ 80%  ก็จะได้รู้ว่ามีหนี้ติดค้างที่ครั้งหน้าต้องทำให้สำเร็จ ทั้งนี้ การจะทำให้คนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุดจะต้องมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการให้บริการอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การทำประชามติและการเลือกตั้งแตกต่างกัน เพราะในการเลือกตั้งจะต้องเป็นกลาง แต่การทำประชามตินั้นประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม  จะต้องทำให้ประชาชนออกมาตัดสินใจบนความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อ 100% ว่าการทุจริตในการทำประชามตินั้นไม่มี เพราะมีการออกกฎหมายรุนแรง และเรื่องที่ทำประชามติไม่มีใครมีส่วนได้ส่วนเสีย และในการทำประชามติที่ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งนั้นไม่สามารถมีใครมาโกงได้

ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า หลักการสำคัญการทำประชามติคือ หลัก 3 ป.ประกอบด้วย ป.ที่หนึ่ง ประชาชนสะดวก ป.ที่สอง ประชามติเที่ยงธรรม  และ ป.ที่สาม ประชาธิปไตยคุณภาพ โดยป.ที่หนึ่ง ประชาชนสะดวก ได้ขยายเวลาการออกเสียงจากเวลา 08.00- 15.00 น. เป็นเวลา 08.00- 16.00 น. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการด้านต่างๆหรือสามารถนำผู้ดูแลพาเข้าคูหาหรือช่วยลงคะแนนได้ ส่วนป.ที่สอง คือ ประชามติเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นกว่าป.แรก เพราะการทำประชามติที่ดีต้องให้โอกาสคนที่เห็นต่างๆทั้งสองฝ่ายที่เห็นต่างได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เกิดการเอาเปรียบกัน โดยประชาชนสามารถตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่

ส่วนเอกสารบที่กกต.จะจัดส่งพร้อมหนังสือแจ้งเจ้าบ้านนั้น จะมีด้วยกัน 12 หน้า หน้าแรกคือปกหน้า หน้าที่ 2-3 เป็นการกล่าวถึงกระบวนและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ หน้า 4-7 เป็นการสรุปย่อสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญโดยส่วนนี้จะมาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่วนหน้า8-9 เราจะให้ฝ่ายที่เห็นชอบมาเขียนเองว่าเหตุใดต้องรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ 

สำหรับอีกสองหน้า คือ หน้า 10-11 ก็จะให้ฝ่ายที่ไม่เห็นชอบเขียนระบุว่าเหตุใดจึงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหน้าสุดท้ายคือหน้าของกกต.ซึ่งเป็นปกหลังที่จะต้องชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่าการออกเสียงเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง  ประเทศไทยจะเกิดขึ้นอย่างไร รวมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุดตามแนวคิดยุทธศาสตร์ดอกไม้บาน 

“ขอให้ กกต.จังหวัดหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในวิสัยที่สามารถทำได้ แต่ไม่เป็นลักษณะการชี้นำการตัดสินใจ  นอกจากนี้จะมีคำแนะนำไปยังฝ่ายต่างๆว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ ควรหลีกเลี่ยงในการออกเสียง หากเกิดข้อร้องเรียน ก็อาจจะเป็นความผิดได้ วันนี้มีคนถามตลอดเวลาทั้งฝ่ายการเมืองประชาชนว่าอะไรทำได้หรืออะไรไม่ควรทำ หรือสิ่งใดทำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงกกต.รุ่นพี่คนหนึ่งก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยด้วยว่ากกต.ชุดผมต้องพูดให้ชัดว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกกต.รุ่นน้องพร้อมรับฟังและพร้อมดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แต่หากรุ่นพี่ไม่บอกเราก็รับฟังอยู่แล้ว”นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนป.ที่สาม ประชาธิปไตยคุณภาพ ถือว่ายากที่สุดเพราะจะทำให้อย่างไรให้การออกเสียงประชามติมีคุณภาพ ประชาชนเข้าใจสาระร่างรัฐธรรมนูญพอสมควร เราไม่ต้องการให้ประชาชนอ่านทุกมาตราหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้งแต่เราต้องการให้ประชาชนสามารถรู้หลักการสำคัญที่เพียงพอต่อการตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ซึ่งถือว่ายากมาก อย่างไรก็ตาม  หัวใจสำคัญหลังจากประชามติเสร็จแล้วต้องทำให้ประชาชนและนานาชาติยอมรับผลและกระบวนการทำประชามติครั้งนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย