posttoday
แฉส.ว.ไพบูลย์เซ็นค้ำบังลังค์จารุวรรณ

แฉส.ว.ไพบูลย์เซ็นค้ำบังลังค์จารุวรรณ

03 สิงหาคม 2553

เปิดเอกสาร ‘ไพบูลย์’ ลงนามบันทึกค้ำบังลังค์สตง.ให้จารุวรรณ เข้าข่ายขัดรธน.266 เหตุเซ็นเองระหว่างประสพสุขไม่อยู่ข้ามหัว ‘นิคม’ ในฐานะรักษาราชการแทนปธ.วุฒิ เจ้าตัวแจง ถ้าใครข้องใจก็เชิญไปฟ้องตามสบาย

เปิดเอกสาร ‘ไพบูลย์’ ลงนามบันทึกค้ำบังลังค์สตง.ให้จารุวรรณ เข้าข่ายขัดรธน.266 เหตุเซ็นเองระหว่างประสพสุขไม่อยู่ข้ามหัว ‘นิคม’ ในฐานะรักษาราชการแทนปธ.วุฒิ เจ้าตัวแจง ถ้าใครข้องใจก็เชิญไปฟ้องตามสบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีส.ว.จำนวนหนึ่งนำโดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้สอบถามนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการที่ปรึกษาประธานวุฒิสภาทำบันทึกความเห็นว่าคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  ยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้แม้ว่าจะมีอายุครบ 65 ปี ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปก็ตาม และได้ขอให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ แสดงเอกสารบันทึกความเห็นด้วยว่าใครเป็นผู้ลงนามและส่งไปผู้ว่าฯสตง.เพราะช่วงปลายเดือนก.ค.ที่คณะกรรมการฯส่งความเห็นไปนายประสพสุขกำลังปฎิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งนายไพบูลย์ได้ชี้แจงได้ส่งให้คุณหญิงจารุวรรณจริง

จากกรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นหนังสือของวุฒิสภาเลขที่ ส.ว.(คกม.) 0012  12/204 เรื่อง บันทึกของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา  เรียน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อ้างถึง หนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ตผ.0002/2983 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2553 สิ่งที่ส่งมาด้วย บันทึกความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา จำนวน 1 ฉบับ

ตามที่หนังสือที่อ้างถึง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีความประสงค์ขอทราบความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาเกี่ยวกับเรื่อง การปฎิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้ เพื่อประกอบการปฎิบัติราชการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ในการนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้ว ใคร่ขอส่งบันทึกความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา เรื่อง การปฎิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา) มายังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ดังมีรายละเอียดตามแนบ

มีรายงานจากวุฒิสภาว่าหนังสือที่นายไพบูลย์ได้ทำดังกล่าวไม่ได้มีการส่งให้นายนิคม ไวรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ดำเนินการลงนามและส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามระเบียบของวุฒิสภา ซึ่งโดยปกติแล้วหากมีกรณีที่ประธานวุฒิสภาจะต้องลงนามในเอกสารทางราชการแต่ประธานวุฒิสภากำลังปฎิบัติราขการอยู่ต่างประเทศ จะต้องเป็นหน้าที่ของรองประธานวุฒิสภาคนที่1ในฐานะรักษาราชการแทนประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนาม

จากกรณีที่นายไพบูลย์ไม่ได้ส่งหนังสือให้นายนิคมลงนามและดำเนินการส่งต่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในฐานะรักษาราชการแทนประธานวุฒิสภา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ข้าราชการวุฒิสภาและส.ว.ถึงความเหมาะสมเป็นอย่างมากว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 266ซึ่งบัญญัติข้อห้ามไม่ให้ ส.ส.และส.ว.ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นส.ส.และส.ว.เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม)

ด้านนายไพบูลย์ ชี้แจงว่า เมื่อคุณหญิงจารุวรรณ สอบถามความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ กรรมการก็ส่งไปให้ แต่ความเห็นไม่มีผลผูกพัน ก็เหมือนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการชุดนี้ก็เหมือนว่า มาศึกษาข้อกฎหมายเฉยๆ จึงอยู่ที่ผู้ที่จะนำความเห็นไปใช้ ถ้าเห็นว่า คณะกรรมการฯมีเหตุผลดี ก็เอาไปใช้อ้างอิงได้ แต่ก็ไม้มีผลผูกพันเหมือนคำวินิจฉัยของศาล จึงไม่รู้ว่า เป็นการแทรกแซงราชการอย่างไร

"นอกจากนี้ กรณีคุณหญิงจารุวรรณ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยมี 2 ส่วนคือ ประธานคตง.ในฐานะรักษาการตามพ.ร.บ.ประกอบฯว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และศาล ซึ่ง คุณหญิงจารวุรรณ มีสถานะรักษาการประธานคตง.อยู่ เมื่อดูบันทึกความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา และความเห็นของนักกฎหมายอื่นๆ ก็วินิจฉัยว่า ให้ผู้ว่าการสตง.ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางตามประกาศคปค.ฉบับ 29" นายไพบูลย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง