
มีชัยชี้เขียนรธน.บนพื้นฐานปัญหา "ทุจริต-ไร้วินัย-การบังคับใช้กม."
"มีชัย" เขียนรธน.บนพื้นฐานปัญหาใหญ่ "ทุจริต-ไร้วินัย-การบังคับใช้กม." ระบุ ไทยควรปฏิรูปศึกษาอย่างเร่งด่วน-ตั้งกองทุน เปิดโอกาสคนมีรายได้น้อยได้เรียนตั้งแต่ก่อนอนุบาล
"มีชัย" เขียนรธน.บนพื้นฐานปัญหาใหญ่ "ทุจริต-ไร้วินัย-การบังคับใช้กม." ระบุ ไทยควรปฏิรูปศึกษาอย่างเร่งด่วน-ตั้งกองทุน เปิดโอกาสคนมีรายได้น้อยได้เรียนตั้งแต่ก่อนอนุบาล
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เวลา 09.15 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 18 ปี เรื่อง "มุมมองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" โดยมี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมกันนี้ยังมีการอภิปรายในหัวข้อ "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อะไรกับประเทศชาติและประชาชน" โดยตัวแทนนักศึกษาหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 1-4 ประกอบไปด้วย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก คณะบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยบัณฑิต นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
นายมีชัย กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนลงมือร่างรัฐธรรมนูญ เราตั้งปัญหาถามว่า 1.จะร่างขึ้นใหม่ หรือหยิบฉบับใดมาปัดฝุ่นแก้ไขใหม่ และ 2.ปัญหาบ้านเมืองที่เป็นต้นเหตุเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร ผลสรุปคือ เราจะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่พร้อมระบุปัญหาและมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหานั้นให้ได้ เท่าที่สติปัญญาของคน 21 คนจะคิดออก แต่ในการร่างรธน. ไม่ได้มีอิสระในการร่างรัฐธรรมนูญ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เกิดจากรัปฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โปรดเข้าใจว่าความไม่อิสระของผู้ร่างไม่ได้เกิดจากการถูกบีบบังคับ แต่เกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยวัตถุประสงค์คือ เมื่อรัฐธรรมนูญกฎกติกาสำคัญในการเดินหน้าประเทศ ทุกภาคส่วนต้องได้รับประโยชน์ถ้วนหน้าในลักษณะที่พออยู่ด้วยกันได้ เสียงจากนักวิชาการทั้งหมด หากมาร่างเองก็คงไม่สามารรถนำสิ่งที่คิดมาใส่ในรัฐธรรมนูญได้ 100 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ต้องคิดถึงหัวอกคนอื่นด้วย
นายมีชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ มี 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องทุจริตและประพฤติไม่ชอบ นับวันยิ่งระบาดมากขึ้น และที่น่าตระหนักคือ เริ่มพูดกันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการทุจริตหรือไม่ การทุจริตไปไกลถึงขั้นทุจริตเชิงนโยบายมีการจัดทำโครงการขึ้นเพื่อทำการทุจริต ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับคือผลพลอยได้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก เราจึงตั้งใจว่าจะแก้ปัญหานี้ให้ลดน้อยถอยลงหรือน้อยที่สุดหรือขจัดให้หมดไปในแผ่นดินนี้จะดีที่สุด 2.ความไม่มีวินัยของคน เราเรียกร้องสิทธิโดยไม่ได้นึกถึงหน้าที่สิทธินั้นก็ไปกระทบสิทธิของคนอื่น และความไม่มีวินัยเกิดจาการศึกษาที่ไม่ได้มุ่งสร้างคนให้มีวินัย และ3.การบังคับใช้กฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคนสั่งไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่มีอิทธิพล จะเห็นได้ว่าคดีสะเทือนขวัญถูกบิดเบือนไป จนคนทั่วไปต้องลุกขึ้นมากระตุ้น ทักท้วง ซึ่งนี่คือเป้าหมาย 3 ประการ ที่ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่กำหนดในรัฐธรรมนูญไม่เกิดผล
ประธานกรธ. กล่าวอีกว่า ตอนแรกตั้งใจจะเขียนร่างรัฐธรรมนูญเพียงสั้นๆ เพื่อครอบคลุมได้กว้างเพื่อให้ตามสภาวะของสังคมที่เจริญรุดหน้าไปได้ แต่เราพบความจริงว่าความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐในแง่ของรัฐบาล ความไว้ใจต่อรัฐบาลลดลง จึงเกิดการตั้งคำถามว่า “ถ้ารัฐไม่ทำ” นั่นแสดงว่ารัฐบาลเคยเบี้ยวประชาชน เมื่อร่างแรกเสร็จก็มีข้อเสนอแนะกลับมามาก กรธ.จึงเห็นว่าอันไหนที่พอใส่ไปแล้วทำให้อุ่นใจขึ้นก็ใส่ แต่อันไหนที่ใส่แล้วทำให้ผูกมัดรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ก็ไม่ใส่ เพราะถ้าไปเขียนมัดไว้หมดแล้วคนที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะเหลืออะไร ก็ต้องเหลือไว้บ้าง เพื่อไม่เป็นการมัดมือมัดเท้าเกินไป
"เรื่องปัญหาการทุจริต เราคิดว่า การที่จะป้องกันทุจริตเบื้องต้นได้คือต้องสกัดคนที่มีประวัติการทุจริตออกไป เพราะเคยทุจริตแล้วไม่ว่าจะต่อหน้าที่หรือทุจริตต่อการเลือกตั้ง นั่นคือการทำเรื่องที่คอขาดบาดตายมาแล้วเราจึงคิดให้เขาไปทำมาหากินอย่างอื่น อย่ามาเป็นตัวแทนประชาชน กลไกติดตามการทุจริตจะดูแลตั้งแต่ก่อนหน้า จนกระทั่งออกจากตำแหน่ง และเมื่อใครถูกออกเพราทุจริต หรือ มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงคนเหล่านั้นไม่ควรกลับมาอีก เรื่องกลไกเราใส่ไปเต็มที่แต่ไม่ผิดหลักจนเกินไป"ประธานกรธ. กล่าว
นายมีชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความมีวินัย การปฏิรูปการศึกษาเท่านั้นจะทำให้คนมีวินัยได้ เพราะถ้าไปทำตอนอายุมากแล้ว พูดไรไปเขาก็ไม่ฟังแล้ว วินัยต้องสร้างมาตั้งแต่เล็ก ที่สำคัญการศึกษามีการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ 7ขวบจนจบมัธยมต้น รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็ให้เรียนฟรี แต่การศึกษาแบบนี้สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง เพราะงานวิจัยทั่วโลกระบุว่าเด็กจะพัฒนาสมอง และพฤติกรรมได้ต้องทำก่อน 5 ขวบ หรือตั้งแต่ 1.5 ขวบขึ้นไป แต่ถ้าการศึกษาภาคบังคับ 7 ขวบมันไกลเกินกว่าจะพัฒนาได้แล้ว คนที่อยู่ในเมืองเขาสามารถส่งลูกไปเรียนก่อนอนุบาล อนุบาล และไปเรียนปฐม แต่ลูกชาวบ้าน เกษตรกร คนใช้แรงงาน จะเอาเงินที่ไหนไปเรียนอนุบาล ก็ปล่อยเล่นดินทรายถึงเวลาก็เขาปฐม ผลการศึกษาตอนนี้ตกลงเรื่อยๆ สวนทางกับประเทศสิงคโปร์อย่างมาก นั่นเพราะคนส่วนใหญ่ของไทยไม่ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่เล็ก
"ดังนั้น เรามองว่าประเทศจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบต้องเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเงินโดยเฉพาะเรื่องการศึกษารัฐต้องทำ 2 อย่างคือ เรียนฟรี หรือมีกองทุนการศึกษา แต่คนมีเงินแล้วต้องพึ่งตัวเอง รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดการศึกษาตั้งแต่วัยเรียน และให้ทำก่อนวัยเรียนโดยร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน เพื่อให้เด็กได้นับการพัฒนาทัดเทียมกัน และเป็นการศึกษาที่เสมอภาคอย่างแท้จริง เราต้องหย่อนสะพานมารับคนจนและคนที่ไม่ทัดเทียมมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า คนที่มีเงินเขายังช่วยตัวเองได้"นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย เราคิดว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นหัวใจสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย สายธารกระบวนการยุติธรรม ตำรวจเป็นต้นน้ำ แต่ที่ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือต้นน้ำ เพราะถ้าทำสำนวนอ่อนก็หลุดกันหมด ถามว่าตำรวจไม่มีฝีมือหรอ ไม่ใช่ ตำรวจไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ความรู้ความสามารถวางใจได้ แต่ขาดคือความอิสระและขวัญกำลังใจในการทำงาน เช่น การทำคดีจะจับรถผิดกฎจราจรทีหนึ่ง ต้องดูว่ามันมีอะไรติดกระจก มีหมวกอะไรตั้งในรถหรือไม่ บางทีจับไปแล้วก็ถูกปล่อยหมด ดังนั้น ทำอย่างไรที่จะทำให้ตำรวจเจริญก้าวหน้าในความรู้ความสามารถของเขาและได้รับค่าตอบแทนพอที่เขาจะอยู่ได้ โดยไม่ต้องหาค่าลำไพ่และคอยส่งนาย ตรงนี้ถ้าทำได้คิดว่าบ้านเมืองเราจะดีขึ้นมาก รัฐธรรมนูญนี้จึงบัญญัติให้มีปฏิรูปและบังคับใช้ภายใน 1 ปีด้วย ถ้ากลัวเรื่องอวุโส จะมีปัญหาตอนเรียงลำดับอวุโส ให้ครม.ไปกำหนดเอาเอง
ประธานกรธ. กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญนี้ได้กำหนดแทรกแซงเรื่องสำคัญๆ ที่บางเรื่องกระทบข้าราชการ กระทบครม.ถ้าไม่ทำ บางเรื่องกระทบหน่วยงาน เช่น กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง กฎหมายว่าด้วยผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ถ้าไม่ทำให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน ให้ย้ายหัวหน้าหน่วยงานนั้นออก เพื่อจะได้ไม่ต้องมาพูดกันอีกว่าตั้งหลายปีแล้วยังไม่ได้ออก นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญนี้มีสาระสำคัญครบถ้วนตามที่ควรมี ทั้งสิทธิเสรีภาพ ประชาชน กลไก การเมือง ดุลอำนาจตรวจสอบ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่เขียนผิดแปลกจากรัฐธรรมนูญเก่าๆ คือการแยกหน้าที่สิทธิประชาชนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.สิทธิทั่วไปที่แต่ละคนพึงมีพึงได้ และ 2 .สิทธิที่ทุกคนควรต้องมีและต้องได้ ซึ่งส่วนนี้แยกออกมาให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำ แต่กลับคิดว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจ เราเขียนชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เมื่อประชาชนคิดว่ารัฐไว้ใจไม่ได้ ต้องเขียนกำหนดไว้ นอกจากนั้นสร้างอำนาจสิทธิประชาชนในการติดตามทวงถามและฟ้องร้องเมื่อรัฐไม่ทำ เพื่อมห้เกิดความอุ่นใจกับทุกฝ่าย แต่ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน
นายมีชัย กล่าวต่อว่า ส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เราสร้างกลไกลใหม่เพื่อให้ประชาชนไปร่วมทางการเมือง และให้สิทธิในการลงคะแนนไม่โหวตให้ใครเลยและเอาไปนับด้วย ขณะเดียวกันเพื่อให้การมีส่วนรวมมาถึงศูนย์กลางอำนาจ จึงเป็นที่มาของวุฒิสภาที่มาจากประชาชน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่อยู่ในอาณัติของใครหรือพรรคการเมืองใดด้วยการแยกออกเป้นกลุ่มสาขาอาชีพและเลือกกันเอง พรรคการเมืองบอกว่ายึดโยงกับประชาชน ซึ่งไม่รู้ว่าเขาหมายุคงใคร แต่เรายึดโยงประชาชนทั่วประเทศที่ทุกคนมีสิทธิเข้ามา เราหวังว่าวุฒิสภาแบบนี้จะได้รับฟังเสียงจากคนทั้งประเทศจากแง่มุมของอาชีพ และความเป็นกลุ่ม สถานะภาพของคนในทุกมุม สิ่งทีสำคัญที่สุดทุกคนในแระเทศต้องสามารถเข้าอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้เสมอ ไมมีใครจะต้องถูกทิ้งขว้าง
นายมีชัย กล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญของประเทศอีกเรื่องหนึ่งคือ การปฏิรูป หลังจากที่รัฐบาลใช้กลไกลของสปทและสปช. เราได้รวบรวมมาได้ 6 ด้าน แต่ละด้านจะทำอะไรก็ให้ชัดเจน เพื่อที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เขาจะได้คิดวิธีการของเขาเองได้ ซึ่งเมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วต้องเริ่มต้นภายใน 1 ปี และแล้วเสร็จภายใน 5 ปี ก็หวังว่าเรื่องทั้งหลายทั้งปวงจะเดินหน้าและบรรลุผลได้สำเร็จ แต่สำหรับเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องรีบด่วน ต้องเร่งแก้ไข ก็ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี รัฐธรรมนูญนี้กำหนดให้เรียนฟรี 12 ปี ตรงไหนที่ไม่ได้เรียนฟรีจะมีกองทุนในการศึกษาต่อในความถนัดของตนเอง นี่คือเรื่องใหม่ของวงการศึกษาไทย เราต้องให้เขาเรียนตามความถนัด ตามความชอบของเขา ไม่ใช่เรียนเพื่อหน้าตาอของพ่อแม่และลูกทุกทรมานไปตลอด นี่คือเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว แต่มัจนจำเป็นต้องเฉลี่ยสุขกระจายไปทุกกลุ่ม ความต้องการของคนมีหลากหลายมาก ความต้องการแต่ละส่วนแต่ละภาคส่วนมีหลากหลาย ถ้าไม่กระทบกับประโยชน์โดยรวมหรือกระทบกับกลุ่มอื่นเราก็ใส่ให้ แต่ถ้าความต้องการนั้นไปกระทบกับประโยชน์ส่วนรวมกระทบกับกลุ่มอื่นหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราคงทำให้ไม่ได้ ร่างรัฐธรรมนูญถ้าตั้งใจจะค้นหาสิ่งที่ไม่ชอบก็อาจจะพบได้ เพราะจุดที่เราไม่ชอบคนอื่นอาจจะชอบก็ได้ เพราะรธน.บังคับใช้กับคนทั้งประเทศ จุดที่เป็นอยู่ตรงนี้จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าและทำให้ประชาชนมีสุขได้หรือไม่ ไม่ว่าใครจะเขียนร่างรัฐธรรมนูญ ให้คนหาข้อไม่ดีก็หาได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะแต่ละคนมีความต้องการและความชอบไม่ชอบแต่กต่างกัน
"ผมเคารพนักวิชาการที่มีเหตุมีผล ปล่อยหลายครั้งก็นำความคิดเห็นของนักวิชาการนำมาใส่เพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่ยอมรับว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่เคยมี เพราะถ้าตกหล่นจะมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 รองรับไว้ทั้งหมด"นายมีชัย กล่าว
ประธานกรธ. กล่าวชี้แจงว่า สำหรับศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็มีปัญหาในความเชื่อมั่นในองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ และที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้คือการที่บอกว่าเราไปสร้างอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญล้นเหลือ เข้าใจว่าคนที่สร้างวาทกรรมเช่นนี้คงไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญ เพราะที่จริงแล้วศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิมซักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่กลัวกันคือการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ที่สามารถวินิจฉัยเหตุที่นำไปสู่การขาดคุณสมบัติและพ้นจากการดำรงตำแหน่ง ซึ่งได้กำหนดไว้ในคุณลักษณะต้องห้ามไว้อยู่แล้ว โดยยึดเอาคุณลักษณะต้องห้ามตามคุณลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครท้องถิ่น ผู้สมัครกำนันผู้ใหญบ้านมาใช้ ที่ใครเคยทำความผิดตามคุณลักษณะต้องห้ามนั้นจะมาดำรงตำแหน่งไม่ได้ แต่เราเห็นว่าคนที่จะมาเป็นส.ส. เป็นรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติเหนือหว่าผู้ใหญ่บ้าน เช่น ใครค้ามนุษย์ เคยฟอกเงิน เป็นต้น
นายมีชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ปกติแล้วเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินัยอะไรถ้าไม่มีบทบัญญัติ ก็ให้วินิจฉัยตามจารีตประเพณีที่มีมา ซึ่งคนก็บอกว่าไปให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไปซึ่งจริงๆไม่ใช่อย่างนั้น เราจึงเขียนให้ชัดไว้เลยว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกประชุมตัวท็อปของประเทศ คือ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ นายกรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายรัฐบาล และผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งก็มีคำถามขึ้นมาอีกว่าแล้วถ้าคนเหล่านี้ทำผิดใครจะเป็นคนตรวจสอบ และองค์กรตรวจสอบก็คือคณะกรรมการป้องกันปละปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นั่นเอง
"รัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อเฉลี่ยความสุขของทุกคน เฉลี่ยประโยชน์ของทุกคน อย่ามองแต่เรื่องร้าย ถ้ารัฐธรรมนูญมีตกหล่นก็ของให้คิดไว้เสมอว่ายังมีกฎหมายลูกรองรับ ขอยืนยันว่า กรธ.พร้อมที่จะเขียนไว้ในกฎหมายลูกให้เกิดความครบถ้วน เพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์"นายมีชัย กล่าว







