posttoday
Gravitational  Vedana

Gravitational Vedana

03 เมษายน 2559

การพิสูจน์ Gravitational wave หรือคลื่นความโน้มถ่วงว่ามีอยู่จริงตามทฤษฎีของไอน์สไตน์

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

การพิสูจน์ Gravitational wave หรือคลื่นความโน้มถ่วงว่ามีอยู่จริงตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ ทำให้หลายคนเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่ามันสำคัญอย่างไร? หรือบางคนถึงขนาดถามว่าจะช่วยให้การเดินทางข้ามเวลาเป็นไปได้หรือไม่?

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนที่เดินทางไปต่างประเทศปีก่อนทั้งขาไปขากลับผมนั่งดู Interstellar ถึง 3 รอบ ดูแล้วคิดเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพ เรื่อง Spacetime กับทัศนะเรื่องเวลาของศาสนาพุทธไปด้วย

คิป ธอร์น (Kip Thorne) นักฟิสิกส์ชื่อดังของโครงการ LIGO และคนเขียนหนังสืออธิบายเรื่อง Interstellar อธิบายว่าตามทฤษฎีถ้าจะเดินทางข้ามเวลาต้องผ่านรูหนอน (wormhole) ในอวกาศ ซึ่งรูหนอนจะย่นระยะ Spacetime ให้สั้นลง และเวลาในนั้นจะช้าลงมาก ทำให้เราเดินทางข้ามเวลาที่ต่างกันเป็นพันๆ ล้านปีได้ แต่ ธอร์น บอกว่าในทฤษฎีนี้ยังมีช่องโหว่ และเทคโนโลยีของยุคเรายังไม่ถึงขั้นที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างได้ อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์บางคน เช่น สตีเฟน ฮอว์กินส์ ค้านว่ารูหนอนไม่ใช่การเดินทางข้ามเวลา เพียงแต่ช่วยย่นระยะทางในการท่องจักรวาล

ผมไม่เก่งวิทยาศาสตร์ แต่สนใจที่ คิป ธอร์น บอกว่าที่รูหนอนเวลาช้ามากๆ นึกขึ้นได้ว่าผมเคยคิดบ่อยๆ ว่าเวลานี่มันมีอยู่จริงหรือไม่ ถ้าไม่มีนาฬิกา ถ้าไม่มีดวงดาว ไม่มีอาทิตย์ จันทร์ การโคจรของโลก เช่นในอวกาศไพศาล โดยเฉพาะแถวรูหนอนที่เวลาบิดเบี้ยว แล้วจะวัดเวลาอย่างไร? เท่าที่ผมเข้าใจตามทฤษฎีสัมพัทธภาพเวลาขึ้นอยู่กับผู้สังเกตการณ์ (observer) ถ้าไม่มีตัวตนหรืออุปกรณ์วัดเวลาก็อยู่ของมันอย่างนั้น

ตอนนี้ผมนึกถึงสภาวะจิตขึ้นมา เวลาเราเป็นทุกข์มากๆ เจ็บปวดมากๆ ดูเหมือนว่าเวลาจะเดินช้าจนน่าเตะ ส่วนตอนที่มีความสุขทำไมมันถึงผ่านไปรวดเร็วแค่พริบตา ไม่ถึงกับต้องมีเวลาเป็นตัวอ้างอิง แค่มีความรู้สึกของเราที่เป็น observer ก็ดูออกแล้วว่า เวทนา 2 อย่าง คือ ทุกขเวทนากับสุขเวทนามีผลต่อการรับรู้เรื่องเวลาของเรา

สมมติว่าเราเป็นอมตะ แล้วถูกจับไปขังไว้ในกล่องสีดำไม่มีนาฬิกาบอกเราก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ แต่เราจะรู้ได้ว่ามันนานและจะนานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรารู้สึกทรมาน ยิ่งอยากจะออกไปจากกล่องยิ่งรู้สึกเนิ่นนานจนทนไม่ไหว

แต่เมื่อเราหันมาพิจารณาความรู้สึกทุกข์ทนไม่ไหว เราอาจจะพบว่ามันไม่มีแก่นสารอะไรเลยก็ได้ ความเจ็บปวดอาจไม่มีอยู่จริง ยิ่งความรู้สึกว่ายาวนาน (การดำรงอยู่ของอดีตอนาคต) ยิ่งไม่มีอยู่จริง

ผมถึงบางอ้อตอนที่ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า “ผู้ไม่มีความอยากเป็นผู้ไม่มีเวลา” ผมถึงกับสว่างโพลงเลยทีเดียวว่าที่สงสัยมีคนยืนยันแล้ว ท่านว่าอย่างนี้ครับ “มันมีความอยาก แล้วก็มีจุดตั้งต้นที่มันเริ่มอยาก แล้วกว่ามันจะได้สิ่งนั้นมา นั้นแหละคือความหมายของเวลา ซึ่งกัดๆ กัดหัวใจของคนนั้น กัดหัวใจของคนโง่ที่มีความอยากและหวังที่จะมีการได้สิ่งนั้นในเวลาหนึ่ง”

ความอยากที่จะดิ้นรนไม่พ้นๆ (ตัณหา) คือตัวก่อหรือกำหนดเวลานั่นเอง

คงคล้ายๆ ที่ไอน์สไตน์อธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพแบบง่ายๆ กับเลขาฯ ที่ชื่อ Helen Dukas ว่า “หนึ่งชั่วโมงที่ได้นั่งข้างๆ หญิงสาวแสนสวยเวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับนาทีเดียว แต่เวลาที่นั่งบนเตาร้อนๆ แค่นาทีเดียว นานเหมือนเป็นชั่วโมง” (An hour sitting with a pretty girl on a parkbench passes like a minute, but a minute sitting on a hot stove seems like an hour.)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท