posttoday
วัตถุขนาดเล็กชนดาวพฤหัสบดี

วัตถุขนาดเล็กชนดาวพฤหัสบดี

03 เมษายน 2559

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ มีมวลมาก ขณะนี้เราเห็นดาวพฤหัสบดีปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ มีมวลมาก ขณะนี้เราเห็นดาวพฤหัสบดีปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ และอยู่บนท้องฟ้าต่อเนื่องไปอีกนานหลายชั่วโมง วันที่ 17 มี.ค. 2559 นักดาราศาสตร์สมัครเล่นในยุโรปบันทึกภาพเคลื่อนไหวซึ่งแสดงให้เห็นแสงวาบที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศของดาวได้ สันนิษฐานว่าอาจเป็นดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางขนาดเล็กชนดาวพฤหัสบดี

วันที่ 17 มี.ค. 2559 นักดาราศาสตร์สมัครเล่นสองคนซึ่งอาศัยอยู่ต่างที่กัน คนหนึ่งอยู่ในออสเตรีย อีกคนหนึ่งอยู่ในไอร์แลนด์ ต่างก็สังเกตดาวพฤหัสบดีในเวลาเดียวกัน โดยตั้งกล้องบันทึกภาพวิดีโอของดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดหน้ากล้องกว้าง 8 และ 11 นิ้ว เมื่อนำมาดูในภายหลังก็พบว่าจู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้นบริเวณขอบดาวพฤหัสบดีใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงวาบเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.18 น. ตามเวลาสากล หรือตรงกับเวลา 07.18 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผลการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญพบว่าแสงวาบนี้เกิดขึ้นนานกว่า 1 วินาทีเล็กน้อย เวลาที่แสดงในวิดีโอต่างกันประมาณ 9 วินาที ซึ่งอาจเกิดจากการตั้งเวลาไม่ตรงกัน แต่ตำแหน่งของแสงวาบนั้นตรงกันพอดี ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าเกิดแสงวาบขึ้นจริง การชนเกิดขึ้นบริเวณลองจิจูด 281.1 องศา ละติจูด 12.4 องศาเหนือ ตามระบบพิกัดที่ 2ของดาวพฤหัสบดี (บรรยากาศในแต่ละส่วนของดาวพฤหัสบดีหมุนรอบดาวด้วยคาบไม่เท่ากัน จึงแบ่งเป็นหลายระบบ) นักดาราศาสตร์ทราบคาบการหมุนเฉลี่ยของดาว จึงคำนวณได้ว่าบริเวณที่ถูกชนจะหมุนมาปรากฏอีกครั้งเมื่อใด แต่การสังเกตบริเวณพิกัดดังกล่าวไม่พบร่องรอยของการชน จึงคาดว่าวัตถุที่ชนน่าจะมีขนาดเล็กจนไม่ทิ้งรอยอะไรไว้

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อกลางปี 2537 ปีนั้นมีข่าวดาราศาสตร์ข่าวหนึ่งที่โด่งดัง สร้างความสนใจด้านดาราศาสตร์ให้กับคนไทยก่อนการมาถึงของสุริยุปราคาเต็มดวงในปี 2538 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันค้นพบดาวหางซึ่งถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีฉีกให้แตกออกนับได้อย่างน้อย 21 ชิ้น ได้ชื่อว่าดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ชิ้นส่วนดาวหางได้ทยอยพุ่งเข้าชนดาวพฤหัสบดีระหว่างวันที่ 16-22 ก.ค. 2537 การชนครั้งนั้นเกิดขึ้นใกล้ขอบดาวพฤหัสบดี ค่อนไปทางด้านกลางคืน ทำให้ไม่สามารถเห็นการชนได้โดยตรงจากโลก แต่ก่อให้เกิดรอยคล้ำน้อยใหญ่จำนวนมากบนบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีในบริเวณที่ดาวหางพุ่งชน นับเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาการพุ่งชนของวัตถุที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

หลังจากปรากฏการณ์ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ก็ไม่มีการค้นพบเหตุการณ์ทำนองนี้อีก จนกระทั่งเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 21 นักดาราศาสตร์สมัครเล่นรายงานการชนบนดาวพฤหัสบดีทั้งในรูปแบบของร่องรอยและแสงวาบอีก 4 ครั้ง โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2552 3 มิ.ย. 2553 10 ส.ค. 2553 และ 10 ก.ย. 2555 โดยรายงานมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

การชนที่สังเกตร่องรอยได้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2552 น่าจะเกิดจากวัตถุที่มีขนาดใหญ่พอสมควรผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางในหลักร้อยเมตร เนื่องจากทิ้งรอยให้เห็นได้ชัดเจนเมื่อสังเกตผ่านกล้องของนักดาราศาสตร์สมัครเล่น หากชนโลกจะก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และสามารถเป็นต้นเหตุของสึนามิหากตกสู่มหาสมุทร บางครั้งมีผู้เห็นเหตุการณ์ขณะส่องดูดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์ด้วย เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2559 จึงนับเป็นครั้งที่ 6 และที่น่าสังเกตคือวิดีโอที่บันทึกได้มักเห็นแสงวาบนานประมาณ 1-2 วินาที เท่านั้น

การที่วัตถุขนาดเล็กอย่างดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางพุ่งเข้าชนดาวพฤหัสบดีน่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะดาวพฤหัสบดีมีแรงโน้มถ่วงสูง ประเมินว่าแต่ละปีอาจมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นหลายครั้ง จากสถิติที่ผ่านมาก็น่าจะสังเกตได้ราวปีละครั้ง นักดาราศาสตร์สมัครเล่นที่สนใจในเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถใช้กล้องถ่ายวิดีโอที่ต่อเข้ากับกล้องโทรทรรศน์ บวกกับความอดทนและเพียรพยายามตั้งกล้องถ่ายดาวพฤหัสบดีทุกครั้งที่มีโอกาส ก็มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นคนแรกๆ บนโลกที่บันทึกภาพแสงวาบที่เกิดจากการชน หรือสังเกตเห็นร่องรอยมืดคล้ำที่เกิดจากการชนในแต่ละครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่น่าสนใจ เปิดโอกาสให้นักดาราศาสตร์สมัครเล่นได้มีส่วนร่วมในการศึกษาดาวพฤหัสบดี

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (3-10 เม.ย.)

ดาวสว่างที่เห็นอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำขณะนี้คือดาวพฤหัสบดี อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต เริ่มสังเกตเห็นได้เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดหลังดวงอาทิตย์ตก จากนั้นดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนสูงขึ้น ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าเหนือศีรษะในเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง แล้วคล้อยต่ำลง ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 4 ครึ่ง

ดาวอังคารและดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู เริ่มสังเกตเห็นดาวทั้งสองตั้งแต่ราว 5 ทุ่ม โดยเริ่มปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้า
ทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาเช้ามืด

ดาวศุกร์เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนสังเกตได้ยาก แต่หากท้องฟ้าเปิดยังมีโอกาสเห็นได้ โดยอยู่เรี่ยขอบฟ้าทิศตะวันออกในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ดาวพุธออกห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำในปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังอยู่ใกล้ขอบฟ้าหลังดวงอาทิตย์ตก

ต้นสัปดาห์เป็นปลายข้างแรม จันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ดวงจันทร์อยู่เหนือดาวศุกร์ในเช้ามืดวันที่ 6 เม.ย. ที่ระยะห่าง 5 องศา แต่อยู่ใกล้ขอบฟ้า อาจสังเกตได้ยาก หลังจันทร์ดับในวันที่ 7 เม.ย. จะเข้าสู่ข้างขึ้น ดวงจันทร์ย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ วันที่ 8 เม.ย. จันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่ทางซ้ายมือของดาวพุธที่ระยะห่าง 5 องศา หากท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆหมอกบดบังเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตก น่าจะสังเกตได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ดาวพุธมีความสว่างพอสมควร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท