
คสช.ต้องระวังเสียงปชช. เหมือนไม้เลื้อยเปลี่ยนง่ายจนน่าตกใจ
หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ไชยันต์ ไชยพร ออกมาฟันธงตั้งแต่ตอนนั้นว่า หากการรัฐประหารครั้งนี้ “เสียของ”
หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ไชยันต์ ไชยพร ออกมาฟันธงตั้งแต่ตอนนั้นว่า หากการรัฐประหารครั้งนี้ “เสียของ” คือไม่สามารถแก้วิกฤตการเมืองที่มีอยู่ได้ โอกาสที่จะเกิดสงครามการเมืองก็มีสูง
ผ่านมาเกือบ 2 ปี ไชยันต์ยังยืนยันเช่นเดิม พร้อมอธิบายว่า ต่อให้มีการปฏิรูปหรือมีนโยบายพัฒนาประเทศดียังไง แต่ถ้าวังวนการเมืองยังกลับมาเหมือนเดิมก็แก้ปัญหาไม่ได้
ที่สำคัญรัฐประหารที่จะเกิดในอนาคตก็จะเกิดลำบากขึ้น เพราะรัฐประหารจะเกิดลำบากขึ้นทุกๆ ครั้งตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549 ตอนนั้นสถานการณ์แย่แล้ว แต่ปี 2557 สถานการณ์หนักกว่าเดิม ดังนั้น ถ้าครั้งนี้ยังแก้ไม่ได้ครั้งหน้าเกิดสงครามการเมืองแน่ และเวลานี้สงครามการเมืองเกิดได้ทุกที่ ทั้งซีเรียหรือที่อื่นๆ ทั่วโลก
ถามว่าผลงานในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ไชยันต์ มองว่า คสช.ถนัดงานด้านความมั่นคงและการจัดระเบียบ ซึ่งถือเป็นงานเก่งของทหาร อย่างการจัดระเบียบพื้นที่บางพื้นที่ ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นค้าขายเป็นแบบนี้มาตลอด แต่เขาก็สามารถทำได้ โดยเฉพาะการจัดระเบียบแผงค้าในกรุงเทพฯ ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการ หากไม่ใช่คำสั่งของ คสช. ก็คงทำไม่ได้แน่ ส่วนด้านอื่นๆ เขาอาจจะไม่เก่ง เพราะเขาเป็นทหาร แต่เขาทำในสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้เลย ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหน นี่เป็นจุดเด่นของเขา
“ผมกำลังเป็นห่วงว่าหลังเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่มาเป็นรัฐบาลแล้วทำไม่ได้อย่างทหาร แล้วประชาชนคิดเปรียบเทียบขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้นักรัฐศาสตร์ต่างชาติบอกว่า หากปล่อยให้ทหารจัดการมากเข้า ทหารเกิดความชำนาญ มีทักษะ ด้วยความที่เป็นองค์กร สั่งการชัดเจน อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ประชาชนเคยชินกับการทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่อดทนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายประเทศในแถบละตินอเมริกาวนเวียนอยู่กับการพอใจของทหาร ซึ่งต่อมาก็ดีขึ้น มีความพยายามลดบทบาททหาร
...คุณถามเหมือน 2 ปี คสช.ที่ผ่านมาทำงานแย่ แต่ผมบอกว่าเขาเก่งเรื่องของเขา แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดความหละหลวม ประชาชนนึกโหยหาทหาร ซึ่งไม่อยากให้เกิด แต่เหมือนกับช่วงหลัง 2475 รัฐบาลคณะราษฎรทำได้ไม่ดี ประชาชนก็นึกถึงในหลวง หรือเดนมาร์กเหมือนกัน หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 1849 แต่ไม่ถึง 20 ปีต่อมาเกิดวิกฤตการเมือง เขาก็นึกถึงในหลวงของเขา เฟรดเดอริกที่ 7 จนนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญเดนมาร์ก”
ไชยันต์ กล่าวอีกว่า ยังกลัวว่าต่อไปหลังรัฐบาลคนจะไปนึกถึง คสช. นึกถึงความขึงขังของเขา คนไทยมีแนวโน้มอำนาจนิยม เพราะเราพูดกันดีๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง จิ๊กโก๋ทะเลาะกัน นักเลงตัวจริง นักเลงโบราณออกมาก็จบ เพราะจิ๊กโก๋ไม่ได้เรื่อง คนไทยจริงๆ ถ้ามีเหตุผล รู้จักเคารพระเบียบก็ไม่ต้องเรียกทหารออกมา
ในแง่การทำงานอย่าง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ก็มีผลงานที่ชัดเจน เป็นกระทรวงที่ถือว่าทำงานมีประสิทธิภาพ มีผลงานหลายเรื่องที่โดดเด่น อย่างการทำงานของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มีคำสั่งพักงานข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่นที่สีเทา ไม่โปร่งใส เพื่อรอการไต่สวนข้อเท็จจริง เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการแก้ปัญหาการทุจริตที่หากเป็นก่อนหน้านี้ก็คงไม่อาจทำได้
พล.อ.ไพบูลย์ ยังมีผลงานการแก้ปัญหาการยักยอกทรัพย์ในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่เรื้อรังมานาน โดยที่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ดำเนินการอะไร แต่ในยุคของ พล.อ.ไพบูลย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบจนสามารถหาหลักฐานเอาผิด ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจนเข้าคุกได้ อีกทั้งยังดำเนินการตรวจสอบคดีรถหรูสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ถามว่าในช่วงใกล้จะปลายโรดแมป ประเมินว่า คสช.จะจบสวยหรือไม่ ไชยันต์ กล่าวว่า โดยทฤษฎีแล้วการลงจากอำนาจเร็วที่สุดน่าจะดีสุด แต่กรณีนี้อาจหักล้างทฤษฎีก็เป็นได้ รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีความชัดเจนอะไรบางอย่าง ซึ่งการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 มีความไม่ชัดเจนอะไรบางอย่าง
“รัฐประหาร 19 ก.ย. เหมือนเข้าข้างพันธมิตรฯ เหลือเกิน ทั้งที่อาจไม่ตั้งใจจะเข้าข้าง แต่ครั้งนี้คนเสื้อแดงอาจมองว่า คสช.เข้าข้าง กปปส. แต่เอาจริง เขาเล่นทุกฝ่าย คดีความเล่นทุกฝ่ายหมด ผมเคยให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์เนี่ยแหละเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ถ้ารัฐประหารจะจบลงสวยต้องเป็นกลาง เล่นทุกฝ่าย เขาก็เล่นทุกฝ่าย ส่วนถามว่าจะลงสวยไม่สวยยังตอบยาก แต่น่าจะดีกว่า 19 ก.ย. มีเรื่องเดียวที่อาจไม่สวยคือเรื่องราชภักดิ์”
ต่อเนื่องมาถึงคำถามเรื่องนโยบายหลายเรื่องที่ถูกวิจารณ์คัดค้านในสมัยรัฐบาลก่อนหน้า แต่รัฐบาล คสช.กลับทำได้โดยไม่มีเสียงค้าน ไชยันต์วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะ หนึ่ง เขาไม่ให้ต่อต้าน สอง ทางรัฐศาสตร์เรียกว่าความชอบธรรม คุณคิดว่าคนนี้โกง ไม่ไว้ใจเขา แต่อีกคนทำเรื่องเดียวกันไม่ถูกว่า เหมือนทำธุรกิจ ซื้อของอย่างเดียวกัน ราคาเดียวกัน แต่กลับไม่ไว้ใจ ความชอบธรรมเป็นอะไรที่เป็นนามธรรมมาก และมีบทบาททางการเมืองมาโดยตลอด ความชอบธรรมวัดไม่ได้ แต่เกิดให้เห็นได้ แต่วัดล่วงหน้าไม่ได้
“คล้ายกับที่เคยมีคนบอกว่าความชอบธรรมต้องมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ถึงจุดหนึ่งมันกลับเป็นว่าคนที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้งก็ชอบธรรมได้ อาการนี้เป็นอาการที่นักวิชาการเรียก รัฐผุเสื่อม หรือ State Decay ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนไปถึงอาการรัฐล้มเหลว วันหนึ่งความชอบธรรมเหวี่ยงไปสู่คน ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นอาการป่วยของรัฐและเป็นวิกฤตความชอบธรรม”
อย่างไรก็ตาม ไชยันต์ บอกว่า ปัญหาเรื่องราชภักดิ์ก็ยังเป็นระเบิดเวลา ส่วนโครงการต่างๆ อย่างรถไฟความเร็วสูงก็ยังเป็นที่จับตา หากต่อไปเกิดพบว่ามีความคดโกง ฉ้อฉล ก็จะกลายเป็นแรงเหวี่ยงที่ทำให้ทหารแย่ คล้ายกับคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ทำรัฐประหาร พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เพราะ รมต.โกง เกิดบุฟเฟ่ต์คาบิเน็ต คนเชื่อมั่น รสช. แต่วันหนึ่งความเชื่อมั่นก็หมดไปทันที
“ต้องเตือน คสช. และทหารด้วยว่าความเชื่อมั่นของประชาชนมันหมดง่ายจริงๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเสียงของประชาชน เสียงประชาชนเปรียบเสมือนพันธุ์ไม้เลื้อย วันดีคืนดีก็เปลี่ยนได้ เปลี่ยนจนคุณตกใจ คนที่เคยเลือกพรรคไทยรักไทยปี 2544-2547 แต่พอปี 2548 ก็ออกมาประท้วงทักษิณ เหมือนบางกลุ่มออกมาเรียกทหาร ต่อไปก็อาจออกมาไล่ทหารได้
...ผมอาจเป็นนักปรัชญาการเมือง ศึกษาปรัชญาการเมืองโบราณ อ่านประวัติศาสตร์การเมืองกรีก โรมัน จะเห็นว่าเสียงประชาชนอ่อนไหวมาก แล้วมันน่ากลัว คุณอย่าวางใจเสียงประชาชน มันพลิกโผ พลิกผันอ่อนไหวได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเสียงประชาชนไทย ถ้าลีกวนยิวมาปกครองไทย 30 กว่าปี คิดว่าปกครองได้ไหม คนไทยชอบทำอะไรตามอำเภอใจแล้วบอกว่านี่คือเสรีภาพ”
ไชยันต์ กล่าวว่า พลังมวลชนของไทยมีประสิทธิภาพมากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี 2500 ก็ออกมาต่อต้าน จอมพล ป.พิบูลสงคราม ต่อมา 14 ต.ค. 2516 และ 6 ต.ค. 2519 วันดีคืนดีมีพฤษภาทมิฬ มี พธม. มี นปช. กปปส. พลังมวลชนของไทยมีประสิทธิภาพมาก ไม่อยากให้แยกเป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มวลชนของไทยยิ่งใหญ่มากและปกครองยาก เคยมีหลายคนพูดว่าคนไทยปกครองดูเหมือนยากก็ยาก ง่ายก็ง่าย คือไม่แน่นอน ดังนั้น ทหารต้องระมัดระวัง อย่าทึกทักว่าอะไรจะสะดวกดาย
“ฉะนั้น อย่าไว้ใจประชาชนไทย ถ้าถึงจุดหนึ่งคนไทยบอกไม่เอาก็คือไม่เอา เสียงของประชาชนอ่อนไหวและเปลี่ยนได้ทันที” ไชยันต์ กล่าว







