
"พงศพัศ"เปิดโครงการฝากบ้านกับตำรวจ
"พงศพัศ" ลงพื้นที่ สน.โชคชัย เปิดโครงการฝากบ้านกับตำรวจป้องกันอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ โดยบ้านของนักแสดง"สาวิตรี สามิภักดิ์" เข้าร่วมโครงการอีกรอบ
"พงศพัศ" ลงพื้นที่ สน.โชคชัย เปิดโครงการฝากบ้านกับตำรวจป้องกันอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ โดยบ้านของนักแสดง"สาวิตรี สามิภักดิ์" เข้าร่วมโครงการอีกรอบ
วันที่ 2 เม.ย. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปตรวจสอบความพร้อมในการทำงานโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย โดยปีนี้ใช้แอพลิเคลั่นไลน์เพื่อเพิ่มการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้วย
โดยระหว่างนั้น น.ส.ภัทรภัสสร์ ภัทรศิลป์วีรกุล ได้เดินทางมาเพื่อเข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในช่วงระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย.นี้ ที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้อธิบายขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการโดยเข้าร่วมกลุ่มแอพพิเคชั่นไลน์ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับการตรวจความเรียบร้อยของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยน.ส.ภัทรภัสสร์ กล่าวว่า ตนเองได้ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ สน.โชคชัย ประมาณ 6 เดือน ซึ่งได้รับทราบว่ามีโครงการดังกล่าวจึงได้เข้าร่วม
นอกจากนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ยังได้ลงพื้นที่บ้านดาราสาว สาวิตรี สามิภักดิ์ ที่เคยเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ สน.โชคชัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็จะเข้าร่วมโครงการอีก เนื่องจากได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 12-17 เม.ย. คาดว่าปีนี้จะมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยตำรวจเตรียมมาตรการต่างๆในการป้องกันไว้รองรับ ซึ่งมีการเพิ่มมาตรการความเข้มงวดให้ประชาชนให้เกิดความอุ่นใจและปลอดภัยในระหว่างเดินทางไปพักผ่อน โดยโครงการนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินมาต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 15 ปี ได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชน
นอกเหนือจากนั้นในปีนี้ทางตำรวจใช้แอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อเพิ่มการติดต่อสื่อสารนะหว่างตำรวจและเจ้าของบ้านที่เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถดูบ้านของตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ที่สถานีตำรวจทุกพื้นที่
สำหรับสถิติการรับฝากบ้านไว้กับตำรวจในกรุงเทพมหานครช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4,634 หลัง เป็นบ้านในเขตกรุงเทพฯ 1,497 หลัง จังหวัดในเขตปริมณฑลรอบพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ภาค 2 และภาค 7 รวม 1,274 หลัง และในต่างจังหวัด 1,864 หลัง







