posttoday
จุดอ่อนอี-เพย์เมนต์

จุดอ่อนอี-เพย์เมนต์

01 เมษายน 2559

รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ด้วยการประกาศเริ่มใช้ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนต์ ในเดือน ก.ค. 2559 นี้ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านการเงินการคลังของประเทศ เข้าสู่การเป็นดิจิทัลอีโคโนมีอย่างเต็มรูปแบบ ลดการใช้เงินสดในการชำระราคาซื้อขายสินค้า ช่วยลดต้นทุนการชำระเงินของประเทศ ทำให้เกิดความโปร่งใสในด้านต่างๆ เช่น ตัวเลขทางบัญชีของผู้ประกอบการ และการชำระภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วน

รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ด้วยการประกาศเริ่มใช้ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนต์ ในเดือน ก.ค. 2559 นี้ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านการเงินการคลังของประเทศ เข้าสู่การเป็นดิจิทัลอีโคโนมีอย่างเต็มรูปแบบ ลดการใช้เงินสดในการชำระราคาซื้อขายสินค้า ช่วยลดต้นทุนการชำระเงินของประเทศ ทำให้เกิดความโปร่งใสในด้านต่างๆ เช่น ตัวเลขทางบัญชีของผู้ประกอบการ และการชำระภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วน

ระบบอี-เพย์เมนต์ ถูกแบ่งเป็น 5 ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ 1.การทำให้ทุกบัตรใช้ชำระเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ หรือว่าเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 2.การทำให้ทุกร้านค้าและผู้ประกอบการประมาณ 1 ล้านราย มีเครื่องรับบัตรชำระค่าสินค้า 3.การเชื่อมโยงการชำระเงินทั้งหมดเข้ากับระบบสรรพากร ซึ่งทั้ง 3 ภารกิจนี้เริ่มดำเนินการได้ในเดือน ก.ค.นี้

สำหรับภารกิจที่ 4 อี-เพย์เมนต์ภาครัฐ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ การให้การรับจ่ายเงินของภาครัฐทั้งหมดทำผ่านระบบอี-เพย์เมนต์ จากปัจจุบันที่ทำได้ 50-70% และการลงทะเบียนคนมีรายได้น้อยเพื่อพิจารณาให้สวัสดิการทางสังคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเหมาะสม เช่น การแจกเงินคนละ 1,000 บาท จะทำได้ภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่ภารกิจที่ 5 การประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ชำระหรือรับชำระเงินเข้ามาใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ โดยให้แรงจูงใจทั้งมาตรการลดอัตราภาษี หรือการชิงโชคแจกรางวัล เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือน เม.ย.นี้

จากภารกิจที่สำคัญของระบบอี-เพย์เมนต์ จะเห็นว่า จะทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยอย่างมากแล้ว ในเรื่องการลดต้นทุนการชำระเงิน ทำให้ระบบการชำระเงินของไทยเป็นสากลเทียบชั้นประเทศที่พัฒนาแล้ว เปลี่ยนจากสังคมใช้เงินสดมาสู่สังคมการใช้บัตร ซึ่งมีความสะดวกสบายคล่องตัวมากกว่า

การใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ ยังจะช่วยขยายฐานภาษีของประเทศให้สูงขึ้น เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถหลบเลี่ยงยอดการซื้อการขายได้อีกต่อไป เพราะทุกรายการที่ผ่านระบบอี-เพย์เมนต์จะเข้าสู่ระบบสรรพากรทั้งหมดทันที

ขณะเดียวกัน ระบบอี-เพย์เมนต์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสวัสดิการภาครัฐไปถึงผู้มีรายได้น้อย เพราะจะมีการสร้างฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย และมีการจ่ายเงินหรือให้สวัสดิการอื่นๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ได้การกลั่นกรองแล้ว ทำให้ช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระบบอี-เพย์เมนต์เรื่องใหม่เรื่องใหญ่ เป็นการปฏิรูปทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่และเกี่ยวข้องกับทุกคนในประเทศนี้ แต่ที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชาวบ้านหรือประชาชนทั่วไปให้รับรู้และเข้าใจในเรื่องนี้เพื่อเตรียมความพร้อมกับการใช้ระบบนี้น้อยมาก ความไม่รู้จะทำให้เกิดความกลัว ความไม่คล่องตัว และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ซึ่งจะทำให้การเริ่มใช้ระบบนี้อาจจะล้มเหลว หรือล้มลุกคลุกคลานได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องของความปลอดภัยของระบบ การถูกล้วงข้อมูลของกลุ่มมิจฉาชีพ หรือโจรไฮเทคต่างๆ โดยเฉพาะเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้ระบบได้รับความเสียหาย เป็นอีกปัญหาที่รัฐบาลอาจยังไม่มีความพร้อม เพราะการเร่งรีบที่จะเริ่มใช้ระบบนี้

ดังนั้น รัฐบาลเร่งแก้จุดอ่อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ของดีกลายเป็นของไม่ดีและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท