posttoday
ดัชนีปูนซีเมนต์‘ฟื้น’

ดัชนีปูนซีเมนต์‘ฟื้น’

01 เมษายน 2559

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 3% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจว่าจะขยายตัวเพียง 3.1% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5% ว่า ไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิตกกังวลและมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้เฉลี่ย 3%

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 3% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจว่าจะขยายตัวเพียง 3.1% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5% ว่า ไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิตกกังวลและมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้เฉลี่ย 3%

“รัฐบาลคงไม่อยู่เฉยๆ แน่ในสถานการณ์แบบนี้ รัฐบาลจะเร่งผลักดันทุกวิถีทางให้เศรษฐกิจเดินหน้าไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น รวมทั้งเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สายสีชมพู และสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะต้องเกิดมาให้ได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวเหนือกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์” สมคิด ระบุ

สมคิด กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 19 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลของประชาชนเป็นรายบุคคลว่ามีรายได้และฐานะทางการเงินเป็นอย่างไร ติดขัดเรื่องการเงินและหนี้สินหรือไม่ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายอย่างไรบ้าง จากนั้นจะกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยตรงต่อไป

วันเดียวกัน สมคิดปาฐกถาพิเศษในงานการประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 50 แห่งการสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกยังคงได้รับผล
กระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ดังนั้นรัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างๆ อย่างระมัดระวัง โดยเน้นไปที่โครงการการลงทุนภาครัฐและการนำเงินลงไปสู่เศรษฐกิจฐานราก

“เมื่อก่อนเราวัดเศรษฐกิจไม่ดีจากยอดขายมาม่า แต่ตอนนี้ถ้าจะดูเศรษฐกิจฟื้นหรือไม่ให้ดูจากยอดขายปูนซีเมนต์ ซึ่งแม่นมาก ตอนนี้ได้รับรายงานว่ายอดขายปูนซีเมนต์เริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ.แล้ว เพราะหน่วยราชการเริ่มลงทุน จึงเห็นได้ว่าเหตุการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น ที่สำคัญเอกชนต้องมีใจกล้าอย่าท้อถอย เราจะคอยดูแลอย่างดีที่สุด” สมคิด กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีปัญหาเชิงโครงสร้างและเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 หากไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง คาดว่าในอีก 5-6 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจจะไม่สามารถขยายตัวได้ในระดับ 5% อีก หรืออาจจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 3%

สมคิด ย้ำว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจต้องทำ 4 เรื่อง คือ 1.การสร้างความสมดุลของการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างการผลิตเพื่อส่งออกและการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ 2.การสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมเป้าหมาย และเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนวิจัยและพัฒนาเป็น 1% ของจีดีพี ซึ่งในอนาคตหากธุรกิจรายใดไม่มีการสร้างนวัตกรรมหรือไม่มีการวิจัย จะพิจารณาตัดสิทธิการให้สิทธิประโยชน์บีโอไอ

3.เพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมไทยและสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่ผลิตสินค้าโดยใช้งานวิจัย และ 4.ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาสร้างบุคลากรให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ

“การให้บีโอไอก็เพื่อส่งเสริมให้แข่งขันได้ แต่ไม่ใช่ให้อยู่เฉยๆ ต้องเพิ่มงานวิจัยและพัฒนา ไม่ใช่เวลาแข่งไม่ได้ก็มาขอค่าเงินบาทอ่อน ถามว่ามันง่ายนักหรือในโลกสมัยนี้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

สมคิด กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย. จะเดินทางไปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและจะเชิญชวนให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น

“ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกปีครึ่ง ผมมองว่ามันเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย” สมคิด กล่าว

ด้าน ทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง กล่าวในเวทีเดียวกันว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยถือว่าดีมาก เห็นได้จากอัตราว่างงานที่ต่ำกว่า 1% แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะไม่สามารถยกระดับรายได้ของประชาชนในวัยทำงานให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นได้มาก ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ยาก

“เอกชนมองว่ากำลังซื้อในประเทศยังจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะแรงงานของไทยกว่า 40% เป็นแรงงานในภาคเกษตรที่มีรายได้ไม่แน่นอน ต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐที่มีแรงงานในภาคเกษตรเพียง 5% แต่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงดูประชากรได้ ดังนั้น ทางออกของประเทศไทย คือ ต้องมีการวางแผนลดแรงงานภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยวางแผนระยะ 10-15 ปี เพื่อลดจำนวนเกษตรกรลง 1 ล้านคน/ปี ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาชีพนอกภาคเกษตรทั้งอุตสาหกรรมและภาคบริการ เพื่อให้เกษตรกรที่ออกจากภาคเกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้น” ทนง กล่าว

ทนง ระบุว่า หากรัฐบาลสามารถเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนในประเทศได้อย่างยั่งยืน จะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนของเอกชน ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท