
ขวางพัฒนาเป็นมาเฟีย
อนุกรรมการสิทธิชุมชน หวั่น จนท.ตีความคำสั่ง คสช.เอาผิดชาวบ้านฐานเป็นผู้มีอิทธิพล
อนุกรรมการสิทธิชุมชน หวั่น จนท.ตีความคำสั่ง คสช.เอาผิดชาวบ้านฐานเป็นผู้มีอิทธิพล
น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า อนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2559 อาจทำให้เจ้าหน้าที่ตีความได้ว่าแกนนำชาวบ้านที่คัดค้านโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐบาลเป็นการบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจ และแกนนำชาวบ้านเหล่านั้นอาจถูกตีความว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวไปขังได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล
น.ส.ส.รัตนมณี กล่าวว่า ในตอนท้ายของคำสั่งมีการระบุถึงบัญชีความผิดท้ายคำสั่ง โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ คำถามคือหากชาวบ้านออกมาแค่ร้องเรียนจะถูกตีความว่าเป็นการชุมนุมขัดต่อความสงบสุขหรือไม่ และฐานความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นประมาท นั่นหมายความว่าจะไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์โครงการต่างๆ ได้อีกเลย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำสั่งที่ 13/2559 ให้อำนาจทหารเข้าปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อย ก็เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอ
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คำสั่งนี้ไม่ได้ให้อำนาจทหารมากเกินไป รัฐบาลอาจต้องการให้ทหารมาช่วยตำรวจในยามที่จำเป็น
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหาร มีหนังสือเชิญตัว นายทวีศักดิ์ อินกว่าง แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะเชียงรากใหญ่ จ.ปทุมธานี เข้ามาพูดคุยเพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน







