
ปัญญาประดิษฐ์
ฟังผิวเผินเป็นเรื่องไม่ใคร่น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องไกลตัว แต่คนที่ขอให้ผมเขียนเรื่องนี้ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่คนไทยควรใส่ใจ
โดย...อรุณ จิรชวาลา
ฟังผิวเผินเป็นเรื่องไม่ใคร่น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องไกลตัว แต่คนที่ขอให้ผมเขียนเรื่องนี้ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่คนไทยควรใส่ใจ เพราะเป็นพัฒนาการสำคัญทางเทคโนโลยีที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกในอนาคตอันใกล้
ที่มาของเรื่องคือ ข่าวนักเล่นหมากล้อมมืออาชีพระดับแนวหน้าของโลกชาวเกาหลีพ่ายแพ้ต่อคอมพิวเตอร์อย่างยับเยิน เป็นเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ หรือหากจะเป็นไปได้ก็ยังไม่ใช่เวลานี้ แต่เป็นเรื่องของอนาคต เช่น ในอีกสิบปีข้างหน้าหรือกว่านั้น
ขอปูพื้นฐานสักนิดว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เป็นการแข่งขันที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งเล่นเกมนี้กันอย่างแพร่หลาย มีเงินรางวัล
1 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเดิมพัน โดยเป็นการแข่งขันระหว่างลีเซดอล เซียนหมากล้อมมืออาชีพระดับ 9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ลีเป็นมือ 1 ของเกาหลี และอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ส่วนผู้ท้าชิงเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชื่ออัลฟาโกะ พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท ดีปมายด์ ในเครือของกูเกิล การแข่งขันใช้ระบบ 3 ใน 5 เกม
ก่อนการแข่งขัน ลีมั่นใจว่าจะเป็นผู้ชนะ อาจจะด้วยคะแนน 5-0 หรือ 4-1 แต่หลังจากได้ศึกษาประวัติของคู่ต่อสู้โดยละเอียดแล้ว ก็ยอมรับว่าความมั่นใจเหลือน้อยลง และยอมรับด้วยว่าคอมพิวเตอร์จะชนะคนในที่สุด ก่อนวันแข่งขันเพียง 1 วัน ลีให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เวลาเล่นกับคน มีเรื่องของจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ครั้งนี้เหมือนเล่นคนเดียว หากพลาดก็แพ้ได้
ผลการแข่งขันปรากฏว่าลีแพ้รวด 3 เกมแรก ทำให้คนที่คอยติดตามเรื่องนี้ทั้งโลกสรุปว่า ปัญญาประดิษฐ์มาถึงจุดที่มีชัยเหนือสติปัญญาของมนุษย์แล้ว อย่างไรก็ตาม ลีพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะในเกมที่ 4 และกลับไปแพ้ในเกมสุดท้าย ทำให้อัลฟาโกะเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนรวม 4-1 หลังการแข่งขัน ลียอมรับความพ่ายแพ้ทั้งน้ำตา
ผู้บรรยายการแข่งขัน ซึ่งก็เป็นผู้เล่นระดับมืออาชีพเช่นกัน บอกว่าทั้ง 5 เกมล้วนงดงามและจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ด้วยกันทั้งสิ้น รวมทั้งคาดว่าจะมีการศึกษาวิเคราะห์เกมเหล่านี้ไปอีกนาน
ผมขออนุญาตเล่าสาระสำคัญของเกมแรกให้ฟัง ผู้บรรยายวิเคราะห์ว่า ลีได้เปรียบในช่วงต้นเกม โดย อัลฟาโกะเป็นฝ่ายเดินหมากพลาดก่อน แต่ความเป็นเครื่องจักรทำให้ไม่เสียกำลังใจ ยังคงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้เปรียบในช่วงท้าย จนเป็นฝ่ายชนะเมื่อจบเกม โดยเกมนี้ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 3.5 ชั่วโมง ส่วนลียอมรับในภายหลังว่าเกมพลิก เมื่ออัลฟาโกะวางหมากในจุดที่เขาคาดไม่ถึง และไม่คิดด้วยว่าจะมีผู้เล่นที่เป็นปุถุชนคนไหนมองเห็น ทำให้เขาตกเป็นรองและเริ่มรู้ตัวว่าจะแพ้ อย่างไรก็ตาม เขายังเชื่อในความสามารถของตัวเอง และคาดว่าเมื่อจบการแข่งขันเขายังมีโอกาส 50-50 ที่จะเป็นผู้ชนะ
เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และการต่อสู้ระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ ผมขอไล่เรียงและวิเคราะห์เหตุการณ์ย้อนกลับไปถึงในอดีต ดังนี้
หนึ่ง มีความเชื่อมาแต่เดิมว่า ปัญญาประดิษฐ์ย่อมสู้สติปัญญาขั้นสูงของมนุษย์ไม่ได้ เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์ ความสามารถของคอมพิวเตอร์จึงถูกจำกัดด้วยความสามารถของคนสร้างในสมัยก่อน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้เล่นเกมมักจะเอาชนะได้เพียงมือสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อเจอมืออาชีพก็จะแพ้
สอง ในปี 1997 วงการหมากรุกโลกถึงกับช็อก เมื่อแชมป์โลกแกร์รีคาสปารอฟพ่ายแพ้ให้กับดีปบลูของไอบีเอ็ม คำอธิบายที่ตามมาภายหลังคือ เกมทุกเกมมีกฎเกณฑ์การเล่นที่แน่นอน หากกติกาและข้อจำกัดต่างๆ ถูกป้อนโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์อย่างครบถ้วน คอมพิวเตอร์จะสามารถวิเคราะห์วิธีเล่นทั้งหมดได้ และย่อมสามารถเลือกเล่นเกมด้วยวิธีที่ดีที่สุด ทำให้แพ้ไม่เป็น ส่วนคนแม้จะเป็นถึงแชมป์โลกก็ยังอาจผิดพลาดหรือเหนื่อยล้าได้
หมากรุกฝรั่งเป็นเกมที่มีความซับซ้อนสูงมาก เดิมเชื่อกันว่าคอมพิวเตอร์ไม่สามารถวิเคราะห์วิธีเล่นได้ครบถ้วนทุกวิธี แต่ดีปบลูมีพลังและความเร็วมหาศาล จึงสามารถวิเคราะห์วิธีเดินหมากนับล้านวิธีได้สำเร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ยังเหลืออีกเกมเดียวที่ได้ชื่อว่าซับซ้อนกว่าหมากรุกฝรั่งมาก นั่นก็คือหมากล้อม ซึ่งในทางคณิตศาสตร์มีวิธีเดินหมากมากกว่าจำนวนอะตอมทั้งหมดในจักรวาลเสียอีก โดยมีถึง 10 ยกกำลัง 170 ซึ่งมากมายเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะใหญ่และเร็วแค่ไหนจะวิเคราะห์ได้ครบถ้วน จินตนาการและจิตวิทยาเป็นส่วนสำคัญของเกมซึ่งปัญญาประดิษฐ์ไม่มี จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ไม่มีทางเอาชนะมืออาชีพระดับปรมาจารย์ได้
สาม อัลฟาโกะใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ต่างจากดีปบลู คือไม่ได้ค้นหาวิธีที่ดีที่สุดจากทุกวิธีที่เป็นไปได้ เพราะมันมากมายเกินกว่าจะวิเคราะห์ไหว แต่อัลฟาโกะเริ่มต้นด้วยการเลือกวิธีที่ดีที่สุดใน 30 ล้านวิธี จากเกมประมาณ 1 แสนเกม ที่ผู้เชี่ยวชาญในอดีตเล่นและมีการบันทึกไว้ หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็เล่นเกมกับตัวเองโดยใช้เครื่องทั้งหมดประมาณ 50 เครื่อง เล่นแล้วเล่นอีกนับหมื่นล้านนับแสนล้านเกม มีระบบคล้ายระบบการรับรู้ของมนุษย์ในการช่วยประมวลผล ทำให้สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาด สะสมประสบการณ์ และต่อยอดความรู้ ยิ่งเวลาผ่านไป อัลฟาโกะก็ยิ่งเก่งขึ้นเป็นลำดับ
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน อัลฟาโกะสร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการหมากล้อมโลกมาแล้ว ด้วยการเอาชนะแชมป์ยุโรปชื่อ ฟานฮุย ด้วยคะแนน 5-0 แต่แชมป์ยุโรปยังถือเป็นมือสมัครเล่นชั้นยอด หรือ
มืออาชีพระดับต้นๆ เท่านั้น ยังไม่อาจเปรียบเทียบกับลี ซึ่งเป็นมืออาชีพระดับปรมาจารย์ได้
ชัยชนะของอัลฟาโกะในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสามารถของคอมพิวเตอร์ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดด้วยความสามารถของคนสร้าง กล่าวกันว่า คนที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาอัลฟาโกะเป็นมือสมัครเล่นประมาณระดับ 6 แต่สามารถทำให้อัลฟาโกะเรียนรู้ เองและต่อยอดความรู้ จนเก่งกล้ากว่าตัวคนสร้างมาก และจนสามารถเอาชนะมืออาชีพระดับ 9 อย่างลี
ข้อสุดท้าย ก้าวต่อๆ ไปของอัลฟาโกะและปัญญาประดิษฐ์จะไม่หยุดอยู่เพียงการทำเกมคอมพิวเตอร์ออกมาวางขายในท้องตลาด แต่จะมีการพัฒนาประโยชน์ใช้สอยไปกว้างไกลกว่านั้นมาก เช่น ในทางการแพทย์และในกระบวนการผลิต
เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในอนาคตอาจมีความจำเป็นต้องใช้แรงงานเพื่อการผลิตน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก ภาคบริการจะทวีความสำคัญและอาจกลายเป็นองค์ประกอบหลัก ในแง่มุมนี้ ประเทศไทยของเรา แม้จะยังล้าหลังด้านปัญญาประดิษฐ์และการวิจัยพัฒนาอื่นๆ แต่ก็อาจจะไม่อยู่ในฐานะเสียเปรียบมากนัก เพราะงานบริการเป็นเรื่องที่เรามีความถนัดและทำได้ดีอยู่แล้วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยว บันเทิง การดูแลคนป่วยกับคนชรา และอื่นๆ







