
สร้างประโยชน์ให้เต็มที่
ถือเป็นการออกแบบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่ได้ผลดีต่อเศรษฐกิจ และยังช่วยให้รัฐได้ประโยชน์จากการที่บริษัทห้างร้าน หรือบุคคลธรรมดาที่ค้าขาย ต้องจดทะเบียนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย
ถือเป็นการออกแบบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่ได้ผลดีต่อเศรษฐกิจ และยังช่วยให้รัฐได้ประโยชน์จากการที่บริษัทห้างร้าน หรือบุคคลธรรมดาที่ค้าขาย ต้องจดทะเบียนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย
ทั้งนี้ เพราะตั้งแต่โครงการช็อปช่วยชาติเมื่อสิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา ที่ให้ผู้จับจ่ายซื้อสินค้า สามารถนำค่าซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 1.5 หมื่นบาท แต่ต้องมีเอกสารหลักฐาน คือใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับเต็มรูปแบบ หากไม่มีใบกำกับดังกล่าว ก็ไม่สามารถนำค่าซื้อสินค้าดังกล่าวมาหักภาษีได้
ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการกิน-เที่ยวได้ลดภาษีออกมาอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อรับประทานอาหารและใช้จ่ายท่องเที่ยว คือค่าที่พักช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ วันที่ 9-17 เม.ย.นี้ โดยให้นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ 1.5 หมื่นบาท
ขณะเดียวกันก็ต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปถึงสิ้นปี 2559 โดยถัดจากวันสงกรานต์ ใครที่จองห้องพักโรงแรม หรือแพ็กเกจทัวร์ที่เป็นการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาทเช่นเดียวกัน
รวมแล้วประชาชนจะได้หักลดหย่อนภาษีรวมถึง 3 หมื่นบาท
แต่เงื่อนไขสำคัญของรัฐบาลก็ยังคงเป็นเหมือนช็อปช่วยชาติ ที่ผู้มีเงินได้จะนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาหักภาษีได้ ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มแบบเต็มรูปแบบ วิธีนี้จะเป็นการจูงใจให้ร้านอาหาร บริษัททัวร์ รีสอร์ท โรงแรมต่างๆ ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องรีบไปจดทะเบียนเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเต็มที่
แต่ปัญหาคือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงข้อกำหนดหรือเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้คนไทยที่ได้สิทธิภาษีไม่มีการตรวจสอบว่า ร้านอาหาร หรือโรงแรม รีสอร์ทที่ไปพัก มีการออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบหรือไม่
สังเกตได้จากมาตรการช็อปช่วยชาติเมื่อสิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ออกมาระบุว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมค้าปลีกโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้จาก 2.8% เป็น 3.05% การใช้จ่ายช่วงปีใหม่เพิ่มขึ้น 20% หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมสูงถึง 1.25 แสนล้านบาท
แต่จากคำแถลงของ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังการประชุม ครม. ที่ระบุว่า ยอดขอคืนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ล่าสุด ณ วันที่ 21 มี.ค. 2559 มีเข้ามายังกรมสรรพากรแล้ว 6.31 แสนราย คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ซื้อในช่วงนั้นประมาณ 5.76 พันล้านบาทเท่านั้น
แสดงว่ายังมีประชาชนหรือผู้มีรายได้จำนวนมากที่ไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว หรืออาจจะต้องการใช้สิทธิประโยชน์ แต่เนื่องจากไม่ทราบว่าจะต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบเป็นใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับเต็มรูปแบบ จึงทำให้พลาดการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง หรือกรมสรรพากร จำเป็นต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยเที่ยว หรือรับประทานอาหารในร้านค้า โรงแรม รีสอร์ท ที่สามารถออกใบกำกับภาษีฉบับเต็มรูปแบบได้
เพื่อให้ประโยชน์ตกอยู่กับทุกกลุ่ม ทั้งผู้ดำเนินการธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหารที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย มีการจดทะเบียนเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งผู้มีเงินได้ที่จะได้ประโยชน์จากสิทธิการหักลดหย่อนภาษี
และสุดท้าย ผลประโยชน์ยังตกอยู่กับรัฐบาลที่มุ่งมั่นต้องการให้สถานประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อขยายฐานรายได้ของรัฐบาลด้วย







