
บิ๊กตู่ขู่ลงโทษตร.เป่าคดี
นายกฯ ชี้ต้องลงโทษตำรวจปล่อยคดีทายาทกระทิงแดงหมดอายุความ ด้านรอง ผบ.ตร.สรุปความเร็ว “เจนภพ” ซิ่งเบนซ์อยู่ที่ 250 กม./ชม.
นายกฯ ชี้ต้องลงโทษตำรวจปล่อยคดีทายาทกระทิงแดงหมดอายุความ ด้านรอง ผบ.ตร.สรุปความเร็ว “เจนภพ” ซิ่งเบนซ์อยู่ที่ 250 กม./ชม.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การปล่อยให้คดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2553 หมดอายุความกรณีขับรถเร็วเกินกว่าที่กำหนดลงโดยไม่สมควร ต้องถูกลงโทษ
“ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ไม่ใช่ปล่อยตำรวจอยากจะทำอะไรก็ทำ ก็เป็นอยู่แบบเดิม” นายกฯ กล่าว
ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า เมื่อปี 2556 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร และ 3.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่นายวรยุทธไม่ยอมเดินทางมาพบอัยการตามนัด จนทำให้ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายขาดอายุความไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556
ทั้งนี้ สาเหตุที่คดีล่าช้าจนขาดอายุความเนื่องจากหลังจากที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธในข้อหาดังกล่าว แต่ทนายของนายวรยุทธได้ยื่นหนังสือต่อพนักงานอัยการขอเลื่อนนัดส่งตัว เมื่อ
วันที่ 2 ก.ย. 2556 อ้างว่า นายวรยุทธอยู่ประเทศสิงคโปร์และป่วยกะทันหัน อัยการเห็นว่ามีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงแจ้งพนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ แต่นายวรยุทธก็ร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายครั้ง พร้อมกับขอชะลอการออกหมายจับ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้ออกหมายจับตามที่อัยการแจ้ง
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่พนักงานสอบสวนรวบรวมพบว่า นายเจนภพวีรพร ผู้ต้องหาคดีรถเบนซ์ชนรถฟอร์ดจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้ใช้เส้นทางทางด่วนพระราม 4 มาถึงจุดเกิดเหตุ ระยะทาง 52.1 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 25 นาที ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสรุปว่ารถคันนี้ใช้ความเร็วประมาณ 215-250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนการตรวจสารเสพติดได้ให้เจ้าหน้าที่ดูจากเส้นผม ซึ่งสามารถตรวจสารเสพติดได้ภายใน 1 เดือน







