
ร่างรัฐธรรมนูญ : ความหวังปกครองระบอบประชาธิปไตย
โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
โดย...รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
Rule of Law หรือหลักนิติธรรม มีความจำเป็นอย่างปฏิเสธไม่ได้กับทุกรูปแบบการปกครองที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ โดยกฎหมายสูงสุดหรือรัฐธรรมนูญที่ดีนั้นต้องสอดคล้องกับบริบทสังคม และมีผลบังคับใช้กับทุกคนเสมือนหนึ่งว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นสาระหนึ่งของการดำเนินชีวิตที่ผสมผสานกับวิถีชีวิตของคนในรัฐชาตินั้นได้อย่างเหมาะสมลงตัว กล่าวคือ เกิดการยอมรับและนำไปบังคับใช้ได้อย่างมีเสถียรภาพ ไม่ถูกต่อต้าน ไม่ถูกทำลาย สามารถปรับตัว ดำรงผ่านเวลาห้วงต่างๆ ได้และหล่อหลอมจนกลายเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองได้เช่นกัน
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับท่านอาจารย์มีชัย ฉบับสมบูรณ์ 279 มาตรา จะเป็นความหวังแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเป็นร่างที่เหมาะสมกับสภาพบริบทสังคมไทย และ “ความจริง” ทางการเมืองที่อยู่ระยะ “เปลี่ยนผ่าน” ทำให้เกิดการพินิจการเมืองที่น่าสนใจดังนี้
1.ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีนัยทางการเมืองเป็นอย่างมาก โดยได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเมืองการปกครองยุคใหม่ที่ประชาชนได้มีสิทธิอำนาจที่จะกำหนดความเป็นไปของสังคมการเมือง และเป็นหลักประกันเสรีภาพของประชาชน การกำหนดความสัมพันธ์ของอำนาจรัฐ การดำเนินกิจกรรมของรัฐและการมีส่วนร่วมของประชาชนอันถือได้ว่า คือ “สัญญาประชาคม” และเป็นเครื่องมือสำหรับการปกครอง วิวัฒนาการของระบบรัฐธรรมนูญไทยเป็นผลมาจากความผันผวนทางการเมืองในรูปแบบการรัฐประหารการยึดอำนาจของชนชั้นผู้ปกครอง ทำให้รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตขาดความมั่นคง รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตมีทั้งลักษณะที่เป็นประชาธิปไตยและแบบอำนาจนิยม จนกระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2550 และฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ที่มีเจตนารมณ์สำคัญคือ การปฏิรูปการเมืองให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง
2.เรายังคงต้องอยู่ในบริบทวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้าที่ครอบงำให้ภาพรวมคนไทยยังคงอยู่วังวนระบบอุปถัมภ์-ค้ำจุน เล่นพรรค เล่นพวก คำนึงผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ดังนั้นทำให้อาจนำไปสู่พฤติกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองและข้าราชการบางพวกบางคนว่าเกิดการโกงบ้าน โกงเมือง หรือพฤติกรรมคอร์รัปชั่น แนวคิดเรื่องนี้เองที่ถูกหยิบยกมาประเมินการจัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เน้นการปราบโกงและการทุจริตจะทำให้ระบบการเมืองโดยรวมขาวสะอาดขึ้น และผลประโยชน์แห่งชาติจะเกิดมากขึ้น
3.ในปรัชญาสูงสุดแห่งการปกครองแบบประชาธิปไตย ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตมนุษย์ที่ต้องคำนึงถึงการใช้เหตุผลของมนุษย์ เชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่รู้จักการใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือสำคัญของการตัดสินใจทั้งปวง เป็นสภาวะของมนุษย์ในสังคมการเมืองที่ต้องมี “ปัญญาและความรู้ที่ดี” ที่อธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์สากล ไม่งมงาย ไม่ไร้สาระ ไม่ยึดติดกับคำสั่งใด เป็นตัวของตัวเอง
ดังนั้น การใช้เหตุผลจึงมีความหลากหลายหากเพียงแต่ว่าเหตุผลของมนุษย์คนใดเป็นความจริงที่สุด และมีคำถามตามมาอีก “ความจริงที่สุด” คืออะไร หากเทียบเคียงกับคำถามตรรกะนี้คือ “รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด จริงที่สุด คืออะไร” ที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย หากสิ่งที่ต้องพินิจพร้อมๆ กัน คือความจริงที่สุดที่ว่านี้อยู่ในบริบทสังคมแบบไหน พบว่าในสังคมไทยเรื่องของความจริงขึ้นอยู่กับความเชื่อของคนว่าถูกปลูกฝังค่านิยมทางการเมือง ทัศนคติ หรือวิถีชีวิตทางการเมืองที่ติดปากเรียกว่า “วัฒนธรรมทางการเมือง” ถูกกล่อมเกลาทางสังคมให้มีลักษณะของแบบไพร่ฟ้า กล่าวคือ ไม่เน้นความเป็นจริงแบบวิทยาศาสตร์ ไม่เน้นการให้เหตุผลมากนัก เน้นความเป็นจริงที่มาจากอำนาจนิยม หรือการคำนึงถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้า หากเป็นเช่นนี้แล้ว ความจริงที่สุดไม่อาจปรากฏขึ้นได้เพราะถูกครอบงำจากวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้า คงเป็นจุดอ่อนสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย
4.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่เน้นการปฏิรูปประเทศเป็นสำคัญ และได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและถอดบทเรียนมาจากคณะกรรมการยกร่างของอาจารย์บวรศักดิ์ มาแล้วจะบอกว่าของใครดีกว่ากันก็ต้องอธิบายว่าคนละบริบทการเมืองกันเป็นบริบททางการเมืองที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แต่หากรัฏฐาธิปัตย์พยายามสร้างประชาธิปไตย โดยเฉพาะการกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งคาดว่าน่าจะประมาณกลางปีนี้ผลของการออกเสียงประชามติ โดยใช้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิจะเป็นเสียงชี้วัดว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะไปต่อได้หรือไม่ คงเป็นโอกาสที่ดีของคนไทยที่จะมีการเรียนรู้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เหมาะสมกับการนำมาใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของการเมืองการปกครองไทยหรือไม่
5.จุดเด่นอีกประการหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การมีหมวด 16 การปฏิรูปประเทศอันเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ต้องการให้เกิดความต่อเนื่อง และเป็นหลักประกันให้รัฐบาลในโอกาสต่างๆ ต่อไปได้ดำเนินการปฏิรูปให้เกิดผลอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องทำ จะไม่เอาใจใส่ไม่ได้ ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการเมือง ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ ตามปรากฏในมาตรา 258
นอกจากนี้ การปฏิรูปดังกล่าวยังคงให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนและการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ทำ
แบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำต่างคิด นอกจากนี้ยังมีประเด็นใหม่ๆ อาทิ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ซึ่งทำให้เกิดความรับผิดชอบต่อประชาชนว่าจะต้องทำเรื่องสำคัญอะไรบ้าง ตั้งแต่มาตรา 51 จนถึงมาตรา 63 จึงเป็นหลักประกันที่ทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นยังคงให้ความสำคัญในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตั้งแต่มาตรา 64 จนถึงมาตรา 78 โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศและเน้นการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน
ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญนี้จึงเป็นการสร้างเสริมระบอบประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนได้ออกมาใช้อำนาจอธิปไตยในการรับร่างหรือไม่รับร่างด้วยวิธีการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ







