
"สปท.-สนช." ปะทะเดือด "กรธ." ปมร่างรธน.
"สนช."ข้องใจ50สว.หนูทดลอง บีบคสช.เลือกคนไม่ได้ดั่งใจ "สปท."ฉุนถูกกล่าวหาไม่มีผลงาน จนถูกลดอายุ ด้าน "กรธ." ทยอยแจง "มีชัย" ขอโทษ ถ้ากรธ.บางคนพูดสะเทือนใจสปท.
"สนช."ข้องใจ50สว.หนูทดลอง บีบคสช.เลือกคนไม่ได้ดั่งใจ "สปท."ฉุนถูกกล่าวหาไม่มีผลงาน จนถูกลดอายุ ด้าน "กรธ." ทยอยแจง "มีชัย" ขอโทษ ถ้ากรธ.บางคนพูดสะเทือนใจสปท.
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. การประชุมร่วมกันของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ได้มีสมาชิกสนช.3 คน และ สมาชิกสปท.จำนวน 4 คนสอบถามกรธ.ในหลายประเด็น
ชี้สว.50คนเหมือนไก่เล้าเดียวกัน
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. อภิปรายว่า หลังจากการเลือกตั้งแล้วจะมีหลักประกันใดๆที่ทำให้ประเทศไทยไม่เกิดปัญหาอีก แม้ว่ากรธ.จะกำหนดให้มีสว.ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จำนวน 250 คน แบ่งเป็น สว.จากการสรรหา 200 คน ซึ่งคิดว่าจะเป็นหลักประกันในการแก้ไขปัญหาได้จริง แต่สำหรับสว.ที่มาจากการเลือกไขว้กันเอง 50 คน คิดว่ายังคงเป็นปัญหาอยู่
"ปัญหาคือว่าสว.50คนที่เป็นการทดลองให้มีการไขว้กันเองนั้น มีกลไกอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการบล็อกโหวต อยากฟังคำชี้แจงชัดว่าถ้า 50 คนและสามารถบล็อกโหวตได้เรียกว่าจัดสรรไก่ในเล้า มาจากอำเภอ ส่งมาให้ส่วนกลาง จะเป็นกรรมการสรรหาหรือคสช.เลือกอย่างไรก็ตามก็เป็นไก่ที่มาจากเล้าเหล่านั้น" นายสมชาย กล่าว
ส่วนเรื่องการเลือกตั้งสส.และที่มานายกรัฐมนตรี นายสมชาย กล่าวว่า การใช้ระบบเลือกตั้งสส.ด้วยระบบเขตเดียวเบอร์เดียว จะมีหลักประกันอะไรที่จะไม่ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาอีก ขณะเดียวกัน หากในอนาคตนายกรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่งระหว่างสมัยอายุของสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหตุใดๆและผู้อื่นที่อยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองเกิดปัญหาขึ้น จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร
"ข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สายไม่ได้เป็นการบังคับกรธ.แต่เป็นเรื่องที่เราเห็นว่าประโยชน์ของชาติสำคัญที่สุด ซึ่งจุดสำคัญ คือ เรามีจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังการเลือกตั้งสส.ปลายปี 2560 รัฐสภาแห่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น บนท้องถนนจะการชุมนุมของแต่ละฝ่ายอีกหรือไม่ มีหลักประกันอะไรที่ประเทศไทยจะไม่ย้อนกลับไปแบบนั้นอีก" นายสมชาย กล่าว
ติงตัดอำนาจวุฒิสภาถอดถอน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช. ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ขาดหายไปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ หมวดที่ว่าด้วยการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง เพราะในอดีตมีนักการเมืองที่ลุแก่อำนาจ ทำผิดกฎหมายทั่วไปและรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจนิติบัญญัติจนหลุดพ้นไปได้ อย่างไรก็ตาม การมีกระบวนการถอดถอนช่วยทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"ประโยชน์ของการถอดถอนไม่ได้อยู่ที่ผลของการถอดถอนอย่างเดียว เพราะผลของการถอดถอนที่ผ่านมาในวุฒิสภาที่ต้องใช้เสียง 3ใน5 ทำให้การถอดถอนทำได้ยาก แต่ประเด็นสำคัญ คือ กระบวนการดำเนินการระหว่างการพิจารณาถอดถอน ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมภายนอกที่จะให้เห็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงต้องมานั่งตอบคำถามในสภา" นพ.เจตน์ กล่าว
นพ.เจตน์ อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการให้สว.จำนวน 50 คนมาจากการเลือกไขว้กันเองตามบทเฉพาะกาลว่า ข้อเสนอจากสนช. คือ ต้องการสว.จากการสรรหาทั้งหมด โดยมีคณะกรรมการที่วิ่งเต้นและเข้าถึงยาก แต่เมื่อกรธ.เชื่อในเรื่องการเลือกไขว้กันเองของผู้สมัคร ทำให้มีข้อสงสัยว่า หากเราทดลอง 50 คนแล้วถ้าเกิดผลมันไม่ดี และไม่เป็นไปตามเจนนารมณ์ของกรธ.จะทำอย่างไร เพราะในบทถาวรของร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้สว.มาจากการเลือกไขว้กันเองของผู้สมัครสว.
ด้าน นายตวง อันทะไชย สมาชิกสนช. อภิปรายเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาตามแนวทางของร่างรัฐธรรมนูญว่า ในมาตรา 54 ของร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้รัฐต้องช่วยเหลือให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัยพ์ได้มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษา จึงสงสัยว่าคำว่าผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในที่นี้จะมีความหมายอย่างไร เช่นเดียวกับ การตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา ทำไมต้องให้กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูด้วย ทั้งๆที่ครูก็มีกองทุนในการช่วยเหลือและพัฒนาประสิทธิภาพอยู่แล้ว
กรธ.แจงสว.เลือกไขว้ดีที่สุด
จากนั้น นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการกรธ.ชี้แจงทีละประเด็นว่า การให้สว.ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกไขว้กันเองเป็นการป้องกันการบล็อกโหวตในตัวอยู่แล้ว เพราะมีการกลั่นกรองถึง 3 ชั้น ผ่านการเลือกกันเองทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ดังนั้น ถ้าจะมีการฮั้วกันจริงก็ไม่ได้ทำง่ายๆ และที่สำคัญหากเกิดกรณีที่มีผู้สมัครสว.หรือพรรคการเมืองเข้าไปทำให้กระบวนการเลือกสว.ไม่โปร่งใสและผิดกฎหมายจะมีโทษเท่ากับการทุจริตเลือกตั้งสส. กล่าวคือ หากศาลตัดสินว่าผิดบุคคลจะถูกตัดสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งทุกระดับและสว.ตลอดชีวิตทันที โดยกลไกป้องกันการทุจริตทั้งหมดจะอยู่ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป
"ในการทดลองเลือกสว.จำนวน 50 ตำแหน่งตามบทเฉพาะกาล กกต.จะดำเนินการให้มีการเลือกกันเองจนได้ผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 200 คน คสช.จะเลือกให้เหลือ 50 คน ท่านลองคิดดูสิจาก200คนเหลือ 50 คน โอกาส4ต่อ1 ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผมคิดว่าผู้ที่เข้ามารับการสรรหาเป็นสว.จะมาจากภาคส่วนต่างๆในหลายอาชีพ คงต้องมีคนที่มีความรู้ความสามารถและเจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองเข้ามา แต่ถ้าเกิดไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้"
นายประพันธ์ กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งสส.นั้นกรธ.ไมได้ดึงดัน แต่ได้ติดตามรับฟังตลอด โดยยืนยันว่าการใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวจะทำให้คะแนนที่ประชาชนมอบให้ทุกคะแนนจะมีความหมาย เพราะจะใช้คำนวณหาสส.ระบบแบ่งเเขตและสส.บัญชีรายชื่อ คิดจำนวนสส.จากคะแนนที่ประชาชนลงให้จริงๆ จำนวนสส.ของแต่ละพรรคการเมืองจะสัมพันธ์กับคะแนนของประชาชนที่ลงให้ ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาในอดีตที่พรรคการเมืองได้สส.เกินจำนวนกว่าที่ควรจะเป็น
"ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ได้เป็นการทำให้การซื้อเสียงมากขึ้น ส่วนตัวคิดว่าตรงกันข้าม เพราะระบบนี้พรรคการเมืองต้องควบคุมผู้สมัครสส. พรรคการเมืองจะได้คะแนนก็ต้องมาจากสส.ระบบเขตเลือกตั้ง ถ้าผู้สมัครสส.ทุจริตการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะถูกตัดคะแนนในการคำนวณหาสส.ไปด้วย" นายประพันธ์ กล่าว
ตัดอำนาจถอดถอนเพราะใช้แล้วไม่ได้ผล
นายประพันธ์ อธิบายอีกว่า สาเหตุที่ตัดอำนาจวุฒิสภาในเรื่องการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งออกไป เพราะกรธ.เห็นว่าถ้าสว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะไปถอดถอนบุคคลที่มาจกการเลือกตั้งอาจไม่เหมาะสม และที่ผ่านมาวุฒิสภาไม่เคยถอดถอนใครได้เลย กรธ.จึงเปลี่ยนกำหนดให้กรณีที่กระทำผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปกำดำเนินการไต่สวนและส่งให้ศาลฎีกาทำหน้าที่พิพากษา หากใครมีความผิดก็จะถูกตัดสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต
ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ตอบในประเด็นการปฏิรูปการศึกษาว่า การกำหนดนิยามผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือในการศึกษาจะอยู่ในกฎหมาย ส่วนเหตุผลที่ให้กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าไปมีส่วนการพัฒนาประสิทธิภาพครูด้วยนั้นกรธ.เห็นว่าเพื่อต้องการให้เกิดการพัฒนาการศึกษาที่ควบคู่กันไป โดยถ้าครูมีกองทุนอื่นอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะทำให้การใช้เงินในกองทุนลดลงด้วย
ต่อมา ตัวแทนของสปท.จำนวน 4 คนได้ทยอยสอบถามกรธ. โดยส่วนหนึ่งแสดงความไม่พอใจกับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของกรรมการกรธ.บางคนที่ระบุว่าสาเหตุที่สปท.ทำหน้าที่ไปต่อเพียง 120 วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพราะสปท.ไม่มีผลงาน
สปท.ยันมีผลงานประจักษ์
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจกับการให้สปท.มีวาระเหลือเพียง 120 วัน แต่อยากยืนยันว่าการทำงานของสปท.มีผลงานและไม่ได้มีความล่าช้าแต่อย่างใด
"สิ่งที่เป็นข่าวออกไปนั้นทำให้สปท.ได้รับความเสียหาย ผมขออธิบายให้เข้าใจตรงกันว่าสปท.ไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่สปท.ได้ประชุมกันทุกวันจันทร์และอังคาร ส่วนคณะกรรมาธิการก็ประชุมกันเกือบทุกวัน ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และตกลงกันว่าแต่ละคณะกรรมาธิการต้องส่งรายงานต่อสภาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งเรื่อง โดยทุกอย่างมีแผนงาน" นายเสรี กล่าว
ส่วนประเด็นเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ นายเสรี กล่าวว่า ในภาพรวมถือว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ดี แต่คำถามว่าระบบการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตด้วยระบบเขตเดียวเบอร์เดียวสามารถแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงได้ดีกว่าระบบเขตใหญ่ที่มีสส.ได้ไม่เกิน 3 คนตามข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สายอย่างไร เช่นเดียวกับการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อรายชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี 3 คนด้วยมติพรรค คำว่ามติพรรคในที่นี้หมายถึงมติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคหรือมติของที่ประชุมสมาชิกพรรค เพราะถ้าไม่กำหนดให้ชัด จะทำให้แต่ละพรรคการเมืองมีมาตรฐานในการดำเนินการไม่เหมือนกัน
นายเสรี กล่าวอีกว่า หากร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ไม่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาจะมีผลอย่างไร และถ้าผลให้การเลือกตั้งไม่สามารถจัดได้ภายใน 150 วันจะมีผลอย่างไรด้วย นอกจากนี้ การกำหนดระยะเปลี่ยนผ่านไว้ในบทเฉพาะกาล จะสามารถรักษาความสงบให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร สมาชิกสปท. กล่าวว่า การเขียนหน้าที่ของรัฐจะกลายเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐหรือไม่ อย่างการศึกษายังขาดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และขาดการประเมินผลจากภายในและภายนอก เพราะให้การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐอย่างเดียว เท่ากับว่าทุกอย่างจะรวมศูนย์ไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการ
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกสปท. กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทุกระดับและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีความเข้มข้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่อยากสอบถาม คือ ทำไมร่างรัฐธรรมนูญไม่มีการบัญญัติให้บุคคลที่จะเข้าสมัครรับเลือกตั้งแสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี เพราะจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปราบปรามการทุจริต
พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกสปท. กล่าวว่า มาตรา 270 บัญญัติให้สว.สรรหาในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านที่มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปีมีหน้าที่จัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอำนาจของวุฒิสภาดังกล่าวหมายถึงการให้มีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ใช่หรือไม่ จากเดิมที่กำหนดให้การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตามกฎหมายที่จะออกมาในภายหลัง ขณะเดียวกัน ในเมื่อวุฒิสภาชุดนี้มีวาระ 5 ปี แต่ยุทธศาสตร์ชาติจะมีระยะเวลา 20 ปี หากเป็นแบบนี้ใครจะมาดำเนินการเร่งรัดการดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติต่อ
ถัดมา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 ได้ขอใช้สิทธิอภิปรายในช่วงท้ายของการประชุมเพื่อชี้แจงผลงานของสปท.ว่า เดิมทีร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกกำหนดให้สปท.ทำงานไปอีกหนึ่งปีหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แต่ล่าสุดมีการปรับลดให้เหลือเพียง 4 เดือน ซึ่งการที่มีกรรมการกรธ.สองคนให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการปรับวาระของสปท.เพราะการปฏิรูปประเทศล่าช้า แสดงให้เห็นว่าเป็นความเข้าใจสปท.ในทางที่ไม่ถูกต้อง
"จำเป็นต้องถามประธานกรธ.ว่าความเข้าใจผิดของกรรมการกรธ.สองคนดังกล่าวสะท้อนความเข้าใจทั้งหมดของกรธ.ทั้ง 21 คนหรือไม่" นายอลงกรณ์ กล่าว
นายอัชพร จารุจินดา กรรมการกรธ. ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาซื้อเสียงเลือกตั้งไม่ได้อยู่ที่ระบบการเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การกระทำของบุคคล ดังนั้น การแก้ไขปัญหาต้องทำที่การบริหารจัดการ ไม่ใช่โครงสร้างการเลือกตั้ง ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญได้เพิ่มจำนวนกกต.เป็น 7 คนเพื่อเข้ามาควบคุมการบริหารจัดการ พร้อมกับเพิ่มอำนาจกกต.ให้มีอำนาจสั่งยุติการกระทำที่่มีผลต่อการซื้อเสียงได้ทันที
"การเสนอชื่อของพรรคการเมืองยืนยันว่าจะต้องทำโดยมติของพรรคการเมือง แต่จะเป็นมติของกรรมการบริหารหรือมติของที่ประชุมสมาชิกพรรค ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของพรรคการเมือง"นายอัชพร กล่าว
สำหรับกรณีที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา นายอัชพร กล่าวว่า ถ้าเป็นกรณีของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่ได้ เท่ากับว่าสนช.จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จากนั้นคณะรัฐมนตรีต้องเสนอร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องเสนอกฎหมายเข้ามาใหม่เพื่อให้สนช.พิจารณาเห็นชอบ ส่วนกรณีที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 150 วัน จะเป็นหน้าที่ของกกต.ในการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และถ้ามีเหตุให้การเลือกตั้งเดินต่อไปไม่ได้ จะให้กกต.พิจารณาว่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าจะหมดปัญหา
นายอัชพร กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้กำหนดให้การยื่นแบบรายการเสียภาษีเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่กรธ.ได้กำหนดให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.จะไปบัญญัติให้ผู้สมัครจะยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้ประกอบการสมัครรับเลือกตั้งด้วยหรือไม่ก็ได้
"วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจไปจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ แต่มีหน้าที่ติดตาม เร่งรัดและเสนอแนะในการจัดทำเท่านั้น และเมื่อพ้นกำหนด 5 ปีแล้วการติดตามและเร่งรัดดังกล่าวจะเป็นหน้าที่ของรัฐสภาตามปกติ" นายอัชพร กล่าว
มีชัย ขอโทษสปท.ที่รู้สึกสะเทือนใจ
ในช่วงท้ายของการประชุมนายมีชัย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ยืนยันกรธ.รับฟังความคิดเห็นของนายอลงกรณ์ด้วยความเข้าใจ แต่ความมุ่งหมายของกรธ. คือ ต้องการให้เกิดการลงมือปฏิรูปและต้องมีกฎหมายออกมา กฎหมายนั้นเป็นตัวบ่งบอกว่าองคาพยพในการปฏิรูปจะดำเนินการต่อไปอย่างไรเท่านั้น
"ส่วนที่ข่าวไปลงว่ามีกรรมการกรธ.ท่านหนึ่งไปให้สัมภาษณ์ในทางที่น่าจะสร้างความเสียหายต่อสปท. บังเอิญกรรมการท่านนั้นไม่ได้อยู่ที่นี้ เราก็เลยไม่อาจสอบถามได้ว่าได้ให้สัมภาษณ์จริงหรือสื่อมวลชนไปลงผิดพลาด แต่ขอยืนยันว่าในคณะกรธ.ไม่เคยพูดหรือไม่มีทัศนคติไปในทางที่ว่าจะต่อว่าต่อขานสปท.แต่อย่างใด ที่ทำไปก็ทำไปตามเนื้อผ้าของเรื่องที่มันเดินมาสู่จุดนี้ ถ้าเผื่อบังเอิญเขาพูดอย่างนั้นจริงในนามของประธานกรธ.ก็ขอโทษด้วยที่ทำให้สะเทือนใจ" นายมีชัย กล่าว







