
ดัชนีเอ็มพีไอติดลบ จับตากลุ่มเหล็ก-สิ่งทอ
ดัชนีความเชื่อมั่นผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ.ติดลบ 1.62% ถือว่าติดลบน้อยลงเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ที่ติดลบ 3.5%
ดัชนีความเชื่อมั่นผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ.ติดลบ 1.62% ถือว่าติดลบน้อยลงเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ที่ติดลบ 3.5%
ศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ. 2559 ยังหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยติดลบ 1.62% แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2559 ที่ติดลบ 3.5% เนื่องจากใช้อัตรากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในระดับ 65.7 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวที่ดีสุดในรอบ 11 เดือน แต่โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากตลาดส่งออกหลักยังไม่ฟื้นตัว เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น มีเพียงยุโรปเท่านั้นที่การส่งออกยังเป็นบวกเล็กน้อย แต่ไม่ถึง 1%
ขณะที่แนวโน้มการใช้อัตรากำลังการผลิตเดือน มี.ค.มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ. เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเร่งผลิตสินค้าสต๊อกไว้ ก่อนที่จะหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย.ทำให้การใช้กำลังผลิตน่าจะสูงขึ้น แต่หลังจากนั้นจะลดลงอีก ซึ่งถือเป็นปกติของอัตรากำลังผลิต
สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลบวกต่อเอ็มพีไอ ได้แก่ กลุ่มพลาสติกที่ผลิตเพิ่มขึ้น 11.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติก และกระสอบพลาสติก เนื่องจากความต้องการในประเทศเพิ่มสูงขึ้น อุตสาหกรรมอาหารที่ผลิตเพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและการส่งออกขยายตัว 4.4% อุตสาหกรรมเครื่องประดับ เพชรพลอย ผลิตเพิ่มขึ้น 33.07% ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตเพิ่ม 9.17% จากยางแท่งและผลิตภัณฑ์จากยางแผ่น และกลุ่มส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบสำหรับยานยนต์และเครื่องยนต์ที่ผลิตเพิ่มขึ้น 3.36%
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตากลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้เอ็มพีไอหดตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ ผลิตลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.11% แต่การส่งออกรถกระบะพีพีวีเพิ่มขึ้นถึง 136.82% ในตลาดประเทศแถบตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และแอฟริกา ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ผลิตลดลง 12.76% และการบริโภคเหล็กของไทยลดลง 5.18% อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และเสื้อผ้าสำเร็จรูปลดลง 12.7% อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 0.87% ซึ่งไทยสูญเสียตลาดให้กับประเทศเพื่อนบ้าน







