
"หมั่นไส้ทำงานเก่งกว่า" สาวเชื่อเป็นเหตุถูกสาดโจ๊กร้อนๆใส่หน้า
เหยื่อถูกหญิงใช้โจ๊กร้อนๆสาดใส่หน้าในร้านสะดวกซื้อ เชื่อเหตุจากถูกหมั่นใส้เพราะทำงานเก่งกว่า ขณะที่มารดาผู้ก่อเหตุพร้อมชดใช้คู่กรณี วอนลูกสาวมอบตัว
เหยื่อถูกหญิงใช้โจ๊กร้อนๆสาดใส่หน้าในร้านสะดวกซื้อ เชื่อเหตุจากถูกหมั่นใส้เพราะทำงานเก่งกว่า ขณะที่มารดาผู้ก่อเหตุพร้อมชดใช้คู่กรณี วอนลูกสาวมอบตัว
จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) พนักงานร้านสะดวกซื้อ ย่านคูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ รักษาชาติ พนักงานสอบสวน สภ.คูบางหลวง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.บี (นามสมมติ) ในข้อหาทำร้ายร่างกาย หลังจากถูก น.ส.บี ใช้โจ๊กร้อนๆสาดใส่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นภายในร้านสะดวกซื้อที่ น.ส.เอทำงานอยู่ เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 25 มี.ค. ก่อนที่จะมารดาของ น.ส.เอ จะนำคลิปกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. น.ส.เอ ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพ.ต.ท.พงษ์อนันต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญนักสังคมสงเคราะห์เข้าร่วมในการสอบปากคำผู้เสียหายด้วย
ผู้เสียหายให้การว่า ตนเองและผู้ก่อเหตุทำงานที่เดียวกันโดยตนเพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ก่อเหตุทำงานมานานแล้วกว่า1ปีแต่คนละช่วงเวลา ในวันเกิดเหตุตนเป็นพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เงิน จู่ๆผู้ก่อเหตุได้เข้ามาที่ร้านเพื่อมาเอาเสื้อผ้าและสิ่งของก่อนที่จะนำโจ๊กคัฟใส่น้ำแล้วนำเข้าเครื่องไมโครเวฟก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินบอกให้ตนเองคิดเงิน กระทั่งทอนเงินเสร็จผู้ก่อเหตุจึงสาดโจ๊กร้อนๆใส่หน้า2ครั้ง ก่อนที่จะเดินออกไปหน้าประตูแล้วบอกว่า "ก...หมั่นไส้ม..จัง" ซึ่งเท่าทราบจากกลุ่มเพื่อนคุยกันคือ ผู้ก่อเหตุไม่พอใจในเรื่องการขายของที่ตนที่มีความคล่องแคล่วและผู้ก่อเหตุกำลังจะถูกย้ายตไปทำงานอีกสาขาหนึ่งที่อยู่ตรงกันข้ามของถนน จึงเป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุไม่ชอบตนที่ทำงานได้คล่องแคล่วมากกว่า
ด้าน มารดา ของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่า เพิ่งมาทราบข่าวตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเชิญตัวจากบ้านพัก พร้อมกับเดินทางไปติดตามหาตัวบุตรสาว ซึ่งที่ผ่านมาบุตรสาวไม่เคยเป็นเด็กก้าวร้าว แต่ออกจากบ้านมาเพื่อหาเงินใช้จ่ายเพียงลำพังและพักอาศัยอยู่กับเพื่อนร่วมงาน และนี่เป็นวันที่3แล้วที่ไม่สามารถติดต่อกับลูกสาวได้เนื่องจากปิดโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนต้องขอโทษแทนลูกสาวและยอมที่จะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้กับคู่กรณีทั้งหมด และอยากให้ลูกสาวเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว
ชมคลิป https://youtu.be/ggREnz8YaFk







