posttoday
สิทธิในการเลือก

สิทธิในการเลือก

29 มีนาคม 2559

โดย...สมชัย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชัย สกุลสุรรัตน์

พักนี้ผมใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์มากกว่าปกติ เพราะมัวติดตามชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยหาเสียง หรือการโต้วาทีของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทางสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศหลายแห่ง เช่น ซีเอ็นเอ็นหรือบีบีซี

ผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเวลานักการเมืองในบ้านออกมาพูดทางโทรทัศน์ ผมถึงไม่เคยติดตามชมดูจนจบสักครั้งเดียว แต่ทำไมถึงให้ความสนใจติดตามฟังการหาเสียงของนักการเมืองประเทศอื่น อย่าง ฮิลลารี คลินตัน เบอร์นี่ แซนเดอร์ส ของพรรคเดโมแครต หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ และเท็ด ครูซ ของพรรครีพับลิกัน ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรที่จะเลือกหรือไม่เลือกคนเหล่านี้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

ผมว่าคำตอบของผม ซึ่งท่านผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยคือ ผมรู้สึกว่าการปราศรัย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งการโต้วาทีของผู้สมัครประธานาธิบดีเหล่านี้ เป็นการประเทืองปัญญาให้ผู้ที่ติดตามชมหรือรับฟัง เพราะเขาจะหยิบประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ และหักล้างกันด้วยเหตุผลที่มีข้อมูลและตัวเลขสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญสูงสุดในโลก เป็นศูนย์รวมแห่งอำนาจของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก เป็นทั้งประมุขและผู้บริหารสูงสุดหรือซีอีโอของประเทศ และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่มีอำนาจสั่งการกองทัพทั้ง 4 เหล่า ของสหรัฐ และเป็นผู้มีอำนาจกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ออกมาทำลายโลกได้แต่ผู้เดียว

ผมฟังเขาโต้วาทีกันด้วยนโยบายทางการเมือง เช่น ผู้สมัครบางคนหาเสียงว่าจะห้ามไม่ให้คนนับถือศาสนาอิสลามเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว ให้สร้างรั้วปิดพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าเมือง ในขณะที่ผู้สมัครในพรรคเดียวกันหรือต่างพรรคต้องการให้มีการขยายความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายกับประเทศพันธมิตรอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพราะไม่เชื่อว่าการปิดหรือทำให้โดดเดี่ยวประเทศจากประชาคมโลกจะแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศและปัญหาคนอพยพย้ายถิ่นฐานเพราะภัยสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง

ด้านเศรษฐกิจ แม้ผู้สมัครส่วนใหญ่จะเสนอนโยบายไม่แตกต่างกันมากเหมือนนโยบายการเมือง เพราะสหรัฐมีปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมานานจนมีปัญหาการปิดงบประมาณของรัฐบาลกลาง ปัญหาคนว่างงานที่เชื่อว่าเกิดจากการที่บริษัทใหญ่ในสหรัฐย้ายฐานการผลิตออกไปนอกประเทศ และถูกประเทศคู่ค้าทุ่มตลาดอย่างไม่เป็นธรรมโดยทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของเงินอ่อนกว่าความเป็นจริง ทำให้สหรัฐไม่สามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศและต้องเสียเปรียบดุลการค้าให้ประเทศอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ซึ่งตกเป็นเป้าหมายหรือแพะรับบาปของปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ปัญหาพลังงาน
เช่น การผลิตน้ำมันจากหินน้ำมัน ซึ่งต้นทุนค่อนข้างสูงและไม่คุ้มค่าถ้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศลดราคาลง

ทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับต่างประเทศผู้สมัครทุกคนออกมาเสนอแนวทางแก้ไขคล้ายๆ กัน ต่างกันตรงรายละเอียด หรือความเข้มหรือรุนแรงของมาตรการที่จะถูกนำมาใช้ แต่สรุปว่าสหรัฐจะเข้มงวดกับการค้าที่เขาคิดว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตในประเทศ และจะบีบให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานการผลิตกลับประเทศเพื่อสร้างงานให้คนอเมริกัน และผู้สมัครทุกรายเห็นว่าถ้าคู่ค้าโดยเฉพาะจีนยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุ่มตลาดและการแทรกแซงกลไกตลาดโดยรัฐได้แล้ว สหรัฐยังไม่ควรเข้าร่วมเขตการค้าเสรี เช่น ทีพีพี ที่สหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตีจัดตั้งขึ้น

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ความแตกต่างของนโยบายเศรษฐกิจในประเทศว่าแต่ละคนจะจัดการกับความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ให้เป็นธรรมมากขึ้นอย่างไร มีการโจมตีผู้สมัครที่เป็นคู่แข่งว่า เป็นลูกสมุนของนายทุนนักการเงินและการธนาคารในวอลสตรีท นโยบายที่จะปรับเปลี่ยนหรือไม่ปรับเปลี่ยนการประกันสุขภาพที่ประธานาธิบดีโอบามาเพิ่งผลักดันให้นำมาใช้เมื่อเร็วๆ นี้เป็นต้น

ทั้งหลายทั้งปวงถ้าติดตามชมการปราศรัยหาเสียงและการโต้วาทีจะได้รับความรู้และมุมมองที่แตกต่างของผู้สมัครที่ถูกนำเสนอด้วยเหตุผล ถึงจะมีการเสียดสีกันบ้างด้วยวาจา และท่าทางที่สุภาพแต่เชือดเฉือนกันบ้าง ก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำจิ้มเข้าไปในการหาเสียง ทำให้ติดตามชมได้ไม่เบื่อ สนุกแต่มีสาระ ที่ผมชอบคือพอโต้วาทีกันเสร็จ ผู้สมัครที่เพิ่งโต้วาทีหักล้างกันอย่างเอาเป็นเอาตายทุกแง่มุมทุกประเด็นเดินมาจับไม้จับมือกัน ไม่มีอาการไม่พออกพอใจคนดูหรือคู่ต่อสู้ให้เห็นเป็นที่น่าชื่นชม

ส่วนเหตุผลประการสุดท้ายที่ทำให้ผมสนใจติดตามการหาเสียงของผู้สมัครเหล่านี้ เพราะนโยบายที่เขากำลังนำเสนออาจส่งผลกระทบทางบวกหรือทางลบให้กับประเทศไทยของผมมากกว่าที่คิด เพราะถ้านโยบายการกีดกันทางการค้าอย่างรุนแรงถูกนำออกมาใช้จริงๆ เช่น การเก็บภาษีสินค้าเข้าจากจีน 45% การบีบให้จีนเพิ่มค่าเงินหยวน ย่อมทำให้โอกาสในการขายสินค้าส่งออกของไทยลดลง เพราะความต้องการสินค้าจากจีนจะลดลง เงินบาทของไทยจะแข็งค่าขึ้นตามเงินหยวนและอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ถ้ารัฐบาลใหม่สหรัฐตัดสินใจยังไม่เข้าร่วมเป็นภาคี ทีพีพี ปัญหาที่รัฐบาลไทยกำลังแบกอยู่เวลานี้ว่าจะเข้าหรือไม่เข้าร่วมทีพีพี อาจถูกแก้ไขโดยไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ใครจะรู้

ที่น่าสนใจติดตามคือทีท่าของรัฐบาลใหม่ต่อสถานะทางการเมืองของไทยเวลานี้ ว่าจะให้การยอมรับมากขึ้นหรือเข้มงวดขึ้นกว่าเดิมหรือไม่อย่างไร

เอาว่าในเมื่อตอนนี้เรายังไม่มีสิทธิเลือกผู้บริหารประเทศและนโยบายในการบริหารประเทศเหมือนคนอเมริกัน ตอนนี้คงต้องดูคนอเมริกันต่อไปว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเขาจะใช้สิทธิเลือกใครเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของเขา

ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ใช่ไหมครับ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล