posttoday
จีนเลี่ยงไม่ไหว คุมเงินทุน ชะลอปฏิรูปเสรี

จีนเลี่ยงไม่ไหว คุมเงินทุน ชะลอปฏิรูปเสรี

29 มีนาคม 2559

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) กำลังพิจารณาที่จะเก็บภาษีจากการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือภาษีโทบิน เพื่อควบคุมการเก็งค่าเงินหยวนและการไหลออกของเงินทุน

อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมองความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการ “ควบคุม” และ “ปิดประเทศ” มากกว่าที่จะเป็นไปตามนโยบายปฏิรูปเปิดกว้างให้เศรษฐกิจจีนเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีตามกลไกตลาดมากขึ้น ดังที่นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ย้ำว่า การปฏิรูปมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไม่ให้ประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรง หรือฮาร์ดแลนดิ้ง

ภาษีโทบิน ตั้งชื่อตาม เจมส์ โทบิน นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ โดยแรกเริ่มนั้นโทบินนำเสนอตั้งภาษีกับการแลกเปลี่ยนค่าเงินในแบบทันทีในปี 1972 หลังการล่มสลายของระบบเบรตตันวูดส์ หรือระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ค่าเงินเอเชียปี 1997 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวิกฤตต้มยำกุ้ง ส่งผลให้ภาษีโทบินได้รับการนำเสนอขึ้นมาใช้เพื่อควบคุมความผันผวนของค่าเงินอีกครั้ง และจีนก็รับรู้ถึงความน่ากลัวของการโจมตีค่าเงินดังกล่าวดี เพราะวิกฤตดังกล่าวก่อให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกอย่างมหาศาลจากเอเชีย หลังการล้มของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเคยมีกระแสข่าวจีนจะใช้ภาษีโทบินมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเมื่อเดือน ต.ค. 2015 ที่ผ่านมา รองผู้ว่าการพีบีโอซี อี้กัง นำเสนอใช้ภาษีโทบิน ซึ่งเสนอเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการไหลเข้าออกของเงินทุนระยะสั้น

ภาษีโทบินของจีนมุ่งเพื่อควบคุมการเก็งกำไรระยะสั้นและช่วยตลาดหุ้นในขณะนั้นที่เผชิญกับเงินทุนไหลออกอย่างหนัก ประกอบกับความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มจะย่ำแย่อีกครั้ง โดยค่าเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง จากการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

พอล ครุกแมน อีกหนึ่งนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เคยระบุไว้ว่า ในช่วงปี 1998 หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย ทำให้ต้องกลับมาพิจารณาการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวจากวิกฤต

ครุกแมนยกตัวอย่างมาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซียในขณะนั้น ใช้ควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤต ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเปิดกว้างเรื่องการเคลื่อนย้ายทุนอย่างเสรี และไม่สามารถฟื้นตัวได้ดีนัก

ปัจจุบันจีนประสบปัญหาเศรษฐกิจในประเทศหลายประการ เช่น การผลิตเกิน ซึ่งจีนกำลังเร่งแก้ไขด้วยการลดคนงานในภาคส่วนที่ผลิตเกิน ทั้งเหล็ก ถ่านหิน อะลูมิเนียม และกระจก แต่การลดกำลังผลิตดังกล่าวจะทำให้ประชาชนมีรายได้น้อยลงตามไปด้วย จากการย้ายงานไปในภาคส่วนที่มีรายได้ต่ำกว่า เช่น เกษตรกรรม ยิ่งจำกัดการบริโภคภายในประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังเผชิญแรงกดดันจากต่างประเทศ โดยการส่งออกของจีนร่วงลงอย่างรุนแรงจากกำลังซื้อโลกที่หดตัวลง เช่นเดียวกับการนำเข้าที่ปรับตัวลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยทำให้จีนปวดหัวมาแล้ว

ดังนั้น จีนจึงพยายามผลักดันการลงทุนจากต่างชาติ โดย เกาหูเฉิง รัฐมนตรีพาณิชย์จีน เปิดเผยในงานแถลงข่าวหลังประชุมสภาประชาชนแห่งประเทศจีน (เอ็นพีซี) ว่า ภาคกลางและตะวันตกของจีนเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่ในแผนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางสายไหมแห่งใหม่ของจีน

ประกอบกับการเปิดเศรษฐกิจเพื่อผลักดันการบริโภคและการบริการขึ้นมาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนเศรษฐกิจแหล่งใหม่ ถัดจากการใช้การลงทุนและการผลิตนำ จนก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจภายในบ้าน ซึ่งขัดแย้งกับการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนอย่างการใช้ภาษีโทบิน

ตลาดจึงมองว่าการใช้ภาษีโทบินเป็นการปิดกั้นเศรษฐกิจของจีนมากกว่าที่จะเปิดกว้างตามที่ได้ประกาศเอาไว้ รวมถึงยังเป็นการควบคุมค่าเงินหยวน ซึ่งอ่อนค่าลงราว 2.3% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จนไม่เป็นไปตามที่ได้ตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ตกลงจะให้เงินหยวนเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีขึ้นตามกลไกตลาด หลังได้ขึ้นเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของโลกในตะกร้าค่าเงิน
(เอสดีอาร์)

อลิเซีย กราเซีย เฮอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของนาร์ติซิส ธนาคารเพื่อการลงทุนในฝรั่งเศส มองว่า เป้าหมายระยะสั้นของจีนในการควบคุมการเก็งกำไรและโจมตีค่าเงิน กระทบต่อเป้าหมายระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญกว่า อย่างการเปิดกว้างเศรษฐกิจ รวมถึงนักลงทุนและนักเก็งกำไรยังสามารถเลี่ยงภาษีได้อยู่ดี ส่งผลให้รายได้ที่จะได้จากการเก็บภาษีโทบินของจีนไม่อาจตรงตามเป้า

เป้าหมายสำคัญของจีนทั้งสองประการ คือ การคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพและการเปิดกว้างเศรษฐกิจจึงขัดแย้งกัน โดยฟิลลิป อักโลว์ จากเอ็มเอ็นไอ อินดิเคเตอร์ส แหล่งข้อมูลทางเศรษฐกิจ ระบุว่า การจะปฏิรูปเศรษฐกิจไปเป็นการบริการและการบริโภคนำ จีนต้องเผชิญกับค่าเงินผันผวนอยู่แล้ว และความผันผวนดังกล่าวยังง่ายต่อการที่จีนจะปล่อยเสรีค่าเงินหยวนโดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การใช้ภาษีโทบินยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ได้ผลอีกด้วย เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวแม้จะดีต่อการสร้างเสถียรภาพทางการเงิน แต่ก็จำกัดการลงทุนทางการเงินด้วยเช่นกัน และทำให้ต่างชาติหันไปลงทุนในประเทศอื่นได้ โดยก่อนหน้านี้มีหลายประเทศได้ลองใช้ภาษีโทบินมาแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น สวีเดนที่ประกาศใช้ในช่วงปี 1980 และยกเลิกหลังใช้ได้ 7 ปี เนื่องจากเก็บภาษีได้ไม่มากเท่าที่ต้องการ รวมถึงญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ที่เคยใช้ภาษีดังกล่าวก็ต่างยกเลิกไป เพราะกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศในภาคส่วนตลาดการเงิน ในขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) พยายามใช้ภาษีโทบินมาตั้งแต่หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 และถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากประเทศสมาชิกอย่างอังกฤษ สวีเดน และเดนมาร์ก

ขณะเดียวกัน หากจีนจะใช้ภาษีโทบินจริงก็จำเป็นต้องใช้โดยระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากการขยับของจีนแต่ละครั้งในเรื่องค่าเงิน สร้างความเสียหายให้แก่ตลาดหุ้นมาแล้ว อย่างครั้งที่อ่อนค่าเงินในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2015 ส่งผลให้หุ้นจีนตกลงอย่างรุนแรง จนเกิดทฤษฎีสมคบคิดว่า เป็นการโจมตีตลาดหุ้น เนื่องจากความไม่พอใจต่อการอ่อนค่าเงินหยวนเพื่อช่วยการส่งออกของจีน หรือการอ่อนค่าเงินไปพร้อมกับการนำเซอร์กิตเบรกเกอร์มาใช้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ทำให้ตลาดหุ้นร่วงอย่างรุนแรงเช่นกัน

หนทางการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนจึงไม่เคยง่าย และหนทางข้างหน้าก็ยิ่งยากมากขึ้นไปอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท