
วิหารบานปลาย
ปัญหาเขาพระวิหาร เริ่มต้นก็มีความซับซ้อนในแง่ประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ อันเนื่องมาจากเป็นความบาดลึกในใจ ระหว่างไทยกับเขมรมานับครึ่งทศวรรษ
ปัญหาเขาพระวิหาร เริ่มต้นก็มีความซับซ้อนในแง่ประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ อันเนื่องมาจากเป็นความบาดลึกในใจ ระหว่างไทยกับเขมรมานับครึ่งทศวรรษ
ใครไม่ระวัง เข้าไปแตะมีหวังมือขาด
และเขาพระวิหารยิ่งทวีปมปัญหามากขึ้น เมื่อเกี่ยวพันกับปัญหาข้อพิพาทด้านดินแดน
ไทยเขมรมีปัญหาพรมแดนระหว่างกันมาตลอด อันเนื่องมาจากยึดแผนที่คนละฉบับ
คดีเขาพระวิหารเป็นตัวอย่างที่ดี 2 ฝ่ายต้องต่อสู้กันในศาลโลก สุดท้ายไทยพ่ายแพ้ไปเมื่อปี พ.ศ. 2505
และเมื่อเขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกไปเมื่อ 2 ปีก่อน จึงกลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหา เพราะเกิดการขยายผลว่าจะเกี่ยวพันกับดินแดนข้อพิพาทตามแนวชายแดนด้วย
ความหวาดเกรงก็คือ เมื่อเขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จะทำให้ไทยเสียดินแดนเพิ่มอีก
แน่นอน คณะกรรมการมรดกโลก จะไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดน และไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จริง แต่มีเงื่อนไขบางประการที่น่าหวาดหวั่น
นั่นคือ เมื่อที่จะมีการตั้งคณะกรรมการกลางจากชาติต่างๆ มาบริหารพื้นที่รอบๆ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตแดนฝั่งไทย มันไม่เท่ากับว่าไทยจะสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนของตัวเองไปหรือ เพราะจู่ๆ ก็มีชาติอื่นๆ มาชี้นิ้วบริหารจัดการในดินแดนของไทย
นอกจากนั้น เมื่อมีการผูกโยงปมปราสาทพระวิหารไปถึงเขตแดนอื่นๆ ที่ยังมีปัญหา รวมไปถึงผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทย โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลซึ่งมีมูลค่ามหาศาล จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ชนิดที่ไม่มีใครจะยอมได้
ข้อมูล ข่าวสารอันหลากหลายจึงถูกนำเสนอ
บางส่วนเป็นข้อเท็จจริงทางกฎหมาย บางส่วนเป็นข้อสมมติฐาน บางส่วนเป็นความเห็นส่วนตัว แต่เมื่อมาผสมรวมกัน ปัญหาทั้งหมดจึงชุลมุนชุลเก
จุดเริ่มต้นแม้เกิดที่ปราสาทพระวิหาร แต่สุดท้ายมันกลายเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต
หนทางที่จะสะสางปัญหาปราสาทพระวิหาร จึงต้องแยกเรื่องทั้งหมดออกจากปัญหาพรมแดน และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ทั้งหมดจะไม่เกี่ยวกับพรมแดนในจุดๆ อื่น
ปัญหาปราสาทพระวิหาร แก้ไม่ได้ด้วยปืน หรือกองทัพ แต่ต้องอาศัยการเจรจาเท่านั้น ภายใต้เงื่อนไขที่ยอมรับได้ของ 2 ประเทศ
ภารกิจปราสาทพระวิหารที่ยืดเวลาไปอีก 1 ปี จึงไม่หมู
โดยเฉพาะรัฐบาลอภิสิทธิ์ อายุขัยคงไม่ถึงวันนั้นอย่างแน่นอน







