
คลังปั๊มเงินเกษตรกร
คลังเล็งออกมาตรการช่วยค่าครองชีพเกษตรกร เตรียมขอข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ
คลังเล็งออกมาตรการช่วยค่าครองชีพเกษตรกร เตรียมขอข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ที่เดือดร้อนใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าราชการ ผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกร ซึ่งในส่วนของเกษตรกรได้หารือกัน 2 ครั้ง คาดว่าจะต้องหารืออีก 2-3 ครั้งจึงจะได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องหาข้อมูลจำนวนเกษตรกรทั้งหมด และมีกี่รายที่เดือดร้อน เพราะเป็นช่วงที่เกิดภัยแล้งรุนแรง เพื่อนำมาสรุปจำนวนคน เป้าหมายและเงินที่ต้องใช้ในมาตรการช่วยเกษตรกรครั้งนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลมีงบที่ถูกดึงจากส่วนราชการที่ตั้งงบเบิกจ่ายไม่ทัน โดยกระทรวงการคลังกำลังดูวิธีการนำส่งเงินให้ถึงมือเกษตรกรที่เดือดร้อนโดยตรง เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งต้องเป็นวิธีที่เร็ว ถูกต้อง
เป็นที่ยอมรับของสังคม
นายลักษณ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การออกมาตรการช่วยเหลือจากนี้จะต้องเปลี่ยนไป การจ่ายเงินเพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตรคงทำได้ยาก เพราะจะกระทบกับหนี้สาธารณะ เห็นได้จากการทำนโยบายที่ผ่านมาได้เป็นภาระต่องบประมาณมาก จึงต้องหาทางปรับมาตรการให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้ ในส่วนโครงการ “ชำระดีมีคืน” ที่ ธ.ก.ส.จะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ 3-5% ให้เกษตรกรลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดีนั้น ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้กับเกษตรกรลูกค้าไปแล้ว2 ครั้ง จำนวน 2.9 ล้านราย วงเงินรวม 1,303 ล้านบาท และครั้งที่ 3 จะโอนคืนในวันที่ 11 เม.ย.นี้ คาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านรายวงเงินรวม 1,500 ล้านบาท รวมแล้วโครงการนี้จะมีการจ่ายดอกเบี้ยคืนเกษตรกรลูกค้า 2,803 ล้านบาท
สำหรับเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ธ.ก.ส.จะลดดอกเบี้ยเงินกู้ 3% ให้เกษตรกรที่ผลผลิตเสียหาย หรือมีรายได้ลดลงมากกว่า 50% คาดว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์ 4.15 แสนราย จำนวนสินเชื่อ 5.98 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยที่ได้ลด 1,792 ล้านบาท







