
กลาโหมย้ำไม่เลือกปฏิบัติลุยปราบผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ
"กลาโหม" ยัน ไม่เลือกปฏิบัติ เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพล ต่อ ระบุ16 ฐานความผิด สร้างปัญหาฐานรากและอุปสรรคขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ
"กลาโหม" ยัน ไม่เลือกปฏิบัติ เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพล ต่อ ระบุ16 ฐานความผิด สร้างปัญหาฐานรากและอุปสรรคขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายของรัฐบาลว่า กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยและตำรวจ ยังคงเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามแผน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา กำลังทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันสนธิกำลังเข้ากวาดล้าง จับกุม ผู้มีอิทธิพลในธุรกิจสีดำ 16 ฐานความผิดที่กำหนด ทั้งกลุ่มยาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม การข่มขู่ ขูดรีด เรียกเก็บผลประโยชน์ มือปืนรับจ้าง การบุกรุกทำลายทรัพยากร ธรรมชาติ โดยจะสาวความเชื่อมโยงถึงผู้รับประโยชน์และผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
"ฐานความผิดที่กำหนดขึ้นทั้ง 16 ด้านนี้ เป็นเงื่อนไขสำคัญต่อปัญหาฐานรากและอุปสรรคของการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ที่หลายฝ่ายไม่ปรารถนาและไม่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุเงื่อนไขสำคัญ ที่องค์กรระหว่างประเทศและองค์กรเอ็นจีโอ ร่วมกันรณรงค์ต่อต้านและปฏิเสธมาตลอด ทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน การลิดรอนเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน การใช้ความรุนแรง การค้ามนุษย์ การกดขี่ทารุณกรรมทางเพศ การทุจริตคอรัปชั่น การบุกรุกทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ รวมไปถึงการเชื่อมโยงการก่อการร้ายและอาชญกรรมข้ามชาติ ซึ่งไม่เป็นที่ประสงค์ของประชาชนและสังคมโลก"โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า กำลังเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานความมั่นคง จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อมิให้ปัญหาเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่เกิดเป็นความเคยชินในสังคมต่อไป
ขณะเดียวกัน ต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชนและสื่อมวลชน ได้ร่วมกันกดดันกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยมาตรการต่างๆทางสังคมในความรับผิดชอบตามบทบาทที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมกันแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง หากมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือสังเกตพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งความรุนแรงหรือความเสียหายต่อสังคมเป็นส่วนรวม เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันและทันเวลา ตามนโยบายของรัฐบาล







