posttoday
ระบบประกันสุขภาพในไต้หวัน (2)

ระบบประกันสุขภาพในไต้หวัน (2)

03 สิงหาคม 2553

....นายศาสตรา

การที่ไต้หวันสามารถสร้างและพัฒนาระบบประกันสุขภาพจนได้รับการยอมรับว่าดีเป็นที่ 2 ของโลก รองจากรัฐสวัสดิการอย่างสวีเดนเพียงประเทศเดียวนั้น เพราะไต้หวันได้มีการเตรียมการและพัฒนามาอย่างดี

ประการแรก ก่อนเริ่มระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไต้หวันได้ศึกษาระบบประกันสุขภาพของประเทศต่างๆ มาอย่างดีและโดยรอบคอบแล้ว มีนักวิชาการระดับศาสตราจารย์ชั้นนำของโลกที่เป็นชาวไต้หวันเป็นผู้ร่วมคิด

มีการปิดจุดอ่อน เสริมจุดแข็งของระบบต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว โดยยึดหลักการ คือ ให้พลเมืองทุกคนของไต้หวันได้รับบริการที่ดีทัดเทียมกันอย่างทั่วถึง สามารถรักษาได้ทุกโรค โดยให้สถานพยาบาลมีการแข่งขันกัน และที่สำคัญ คือ ให้คนไข้มีสิทธิเลือกเข้ารับบริการจากที่ใดก็ได้

ระบบดังกล่าวออกมาเป็นกฎหมาย โดยผ่านสภาผู้แทนราษฎรออกมาเป็นพระราชบัญญัติประกันสุขภาพแห่งชาติ 2538 ทำให้มีอำนาจบังคับใช้ทั่วประเทศ และเป็นหลักประกันความมั่นคงยืนยาวของระบบ เพราะมีกฎหมายรับรอง

ประการที่สอง ตามพระราชบัญญัติประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก คือ สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่สำคัญ คือ 1) การวางระบบการให้บริการของโรงพยาบาลทั่วประเทศ 2) บริหารจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย และ 3) ดูแลเรื่องคุณภาพการให้บริการ

ในด้านระบบบริการ ไต้หวันมีการปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2528 แบ่งเขตการให้บริการทั่วประเทศออกเป็น 17 เขตตามสภาพภูมิศาสตร์ จำนวนประชากร และเส้นทางคมนาคม แต่ละพื้นที่มีหน้าที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ และการสร้างระบบการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่

แต่ละพื้นที่มีหน่วยบริการ 4 ระดับ คือ 1) มีศูนย์การแพทย์ หรือโรงพยาบาลในระดับเขต รับผิดชอบประชากร 4 แสน1 ล้านคน 2) ระดับอำเภอ มีโรงพยาบาลอำเภอ รับผิดชอบประชากรราว 1 แสนคน 3) ระดับเมือง มีคลินิกแพทย์ หรือโพลีคลินิก หรือสถานีอนามัย รับผิดชอบประชากรราว 2,000 คน และ 4) ระดับชุมชน มีห้องสุขภาพ หรือหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ รับผิดชอบประชากร 2,000 คน หรือน้อยกว่า เน้นบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการพยาบาลที่บ้าน

สถานีบริการสุขภาพ หรือห้องสุขภาพ มีบทบาทสำคัญในการให้บริการประชากรที่อยู่ในเขตภูเขาและเกาะต่างๆ โดยทั่วไปจะมีแพทย์ 2 คน พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ อาจมีเภสัชกรและทันตแพทย์ให้บริการด้วย

ไต้หวันจึงมีระบบบริการทางการแพทย์ที่ประชาชนทั่วประเทศ ทั้งที่อยู่ในเมือง ชนบท ในเขตทุรกันดาร บนเขา หรือตามเกาะแก่ง สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง หัวใจสำคัญก็คือ การส่งเสริมระบบการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพ มิใช่แข่งขันด้านราคา

การที่ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันเป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ และมีหน่วยงานรับผิดชอบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลเพียงหน่วยเดียว คือ สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เพราะรัฐเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบริการ ตามระบบการจ่ายตามการให้บริการภายใต้ระบบงบประมาณรวม และมีอัตราการจ่ายสำหรับผู้ป่วยในตามการวินิจฉัยโรคสำหรับการผ่าตัด 53 วิธี

โดยระบบแข่งขันเสรีของผู้ให้บริการ บวกกับสิทธิในการเลือกอย่างเสรีเต็มที่ของคนไข้ และหน่วยบริหารที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ทำให้สามารถจัดสรรเงินได้อย่างเหมาะสมลงตัวเป็นธรรมระหว่าง 2 ฝ่าย คือ 1) โรงพยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่อื่น กับ 2) สำนักงานประกันสุขภาพผู้มีหน้าที่ดูแลกองทุน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก และทั่วถึงอย่างแท้จริง

หลังเริ่มดำเนินการได้ 3 ปี พบว่าค่าใช้จ่ายเกินรายได้ไป 2% รัฐบาลได้ปรับอัตราการร่วมจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และหาเงินเพิ่มจากการเพิ่มภาษีบุหรี่มาโปะให้ ก่อนจะเพิ่มอัตราค่าเบี้ยประกัน 0.3% ในปี 2545

ประการที่สาม ก่อนเริ่มระบบนี้ไต้หวันได้มีการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารมาอย่างดี ใช้เวลาถึง 8 ปี ทำให้ได้ระบบที่มีคุณภาพทั้งในการบริหารและบริการ นั่นคือ ในทางการบริหาร สามารถใช้ในการบริหารจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้อย่างดี โดยกำหนดให้การเบิกจ่ายของโรงพยาบาลทุกรายการต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ทำให้สะดวก รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดกระดาษได้มาก ทางด้านบริการ คนไข้สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนซึ่งเป็นสมาร์ตการ์ดในการไปขอรับบริการได้ทุกแห่ง ไม่ต้องเสียเวลาหรือค่าใช้จ่ายในการทำบัตรประจำตัวสถานพยาบาลแต่ละแห่ง ข้อสำคัญเมื่อไปใช้บริการครั้งต่อๆ ไป แพทย์สามารถตรวจสอบข้อมูลการไปใช้บริการครั้งก่อนๆ ได้โดยรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาซักประวัติให้เป็นที่น่ารำคาญของทั้งสองฝ่าย และไม่ต้องเสียทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการตรวจซ้ำซ้อนในสิ่งที่ไม่จำเป็น รวมทั้งมีข้อมูลว่าคนไข้เคยใช้ยาอะไรไปแล้วด้วย

ประการที่สี่ ประชาชนไต้หวันสามารถทำประกันเสริมจากภาคเอกชน สำหรับบางโรค เช่น มะเร็ง อุบัติเหตุจราจร เพื่อผลประโยชน์ตอบแทนเป็นตัวเงินมาสำหรับเป็นค่าใช้จ่าย เช่น ค่าร่วมจ่าย ค่าจัดพยาบาลพิเศษ ค่าอาหารเสริม เป็นต้น

ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันจึงไปไกลกว่าและแตกต่างจากของไทยเป็นอันมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท