
งานสรรหาพนักงาน (1)
การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร เป็นหน้าที่พื้นฐานสำคัญขององค์กรและผู้บริหารไม่ควรละเลย
โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์
การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร เป็นหน้าที่พื้นฐานสำคัญขององค์กรและผู้บริหารไม่ควรละเลยความรับผิดชอบโดยปัดหน้าที่เหล่านี้ให้หน่วยงานด้านทรัพยากรบุคคลเพียงหน่วยงานเดียว เนื่องจากการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานเป็นงานที่สำคัญต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวในการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นขั้นตอนและวิธีสรรหาและคัดเลือกบุคลากรจึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง มีหลักเกณฑ์และยุติธรรม เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมกับงานที่องค์กรต้องการมากที่สุดมาร่วมงาน
การสรรหา (Recruitment) หมายถึง กระบวนการแสวงหา จูงใจผู้สมัครงานที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในองค์กร เริ่มตั้งแต่แสวงหาคนเข้าทำงานและสิ้นสุดเมื่อบุคคลมาสมัครงานในองค์กร กระบวนการที่ควรพิจารณาในการสรรหา คือ
1.การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Planning)
2.ความต้องการหรือการร้องขอของผู้จัดการ (Specific requests of managers)
3.การระบุตำแหน่งงานที่จะรับบุคลากรใหม่ (Job opening identified)
4.กำหนดคุณสมบัติบุคลากรตรงกับงาน (Job requirement) และลักษณะงานที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน (Job Description)
5.กำหนดวิธีการสรรหา (Methods of recruitment) ผู้สรรหาจะศึกษาแนวทางและแหล่งที่จะสรรหาพนักงาน
ผู้เขียนให้ความสำคัญใช้ Job Description ช่วยสรรหาและหัวหน้างานต้องมีส่วนไม่น้อยกว่าหน่วยงานบุคคลจึงทำให้การสรรหาประสบความสำเร็จ
การคัดเลือก (Selection) คือ หาวิธีการคัดเลือกผู้สมัครที่เราได้มาจากการสรรหา เพื่อหาคนที่ดีและเหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน ส่วนมากมักมีเครื่องมือมากมาย เช่น การสัมภาษณ์ การใช้แบบทดสอบ เพื่อให้เรามั่นใจว่าคนที่เราเลือกมานั้นเหมาะสมกับองค์กร หน่วยงาน และงานที่ต้องทำมากที่สุด
หลังมีผู้สมัครตามคุณสมบัติที่เราต้องการมาสมัครงานกับเรามากพอ ขั้นถัดไป คือ คัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด ขั้นตอนคัดเลือกเป็นขั้นตอนที่ยากเช่นกัน ปกติเราใช้การสัมภาษณ์ เป็นเครื่องมือหลักคัดเลือกพนักงาน โดยทั่วไปจะมีการสัมภาษณ์ 2 รอบ รอบแรกพิจารณาว่าผู้สมัครคนนี้เหมาะสมกับบริษัทเราหรือไม่ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ Job Description สัมภาษณ์งาน โดยผู้สัมภาษณ์เจาะประสบการณ์การทำงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ระบุใน Job Description
การสัมภาษณ์รอบที่สอง จะพิจารณาลึกลงไปเรื่องความรู้และทักษะของผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับตัวหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ว่าจากความรู้ที่มีและประสบการณ์ที่เคยทำงานมาพอจะเข้ามาสร้างผลงานให้บริษัทเราได้หรือไม่ เพียงใด และผู้สัมภาษณ์รอบนี้จะมีหัวหน้างานโดยตรงเข้าร่วมด้วยกับตัวแทนหน่วยงานบุคคล การใช้ Job Description ก็ยังจำเป็นมาก นอกจากนี้ผู้สัมภาษณ์ควรนำเกณฑ์ประเมินผลงานมาพูดคุยกับผู้สมัครด้วยเลย เพื่อทดสอบว่าผู้สมัครรับภาระงานและเป้าหมายงานได้หรือไม่
นอกจากสัมภาษณ์แล้วการทดสอบก็จำเป็นมากขึ้น เช่น ทดสอบภาษาอังกฤษโดยเขียนบทความ โดยนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ ในวิชาชีพเฉพาะ อาจทดสอบการลงบัญชี ปิดงบการเงิน คำนวณภาษี ในงานบุคคล ก็ทดสอบการคำนวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดา การออกแบบหลักสูตร
การทดสอบเป็นการคัดออกหรือเข้าที่สำคัญมาก ผู้สมัครงานหลายคนมีความสามารถนำเสนอตัวเองแต่ทำงานไม่เป็น การทดสอบจะทำให้เรามั่นใจว่าองค์กรคัดเลือกคนทำงานเป็นแต่อาจนำเสนอไม่เก่ง
ผู้เขียนจะแบ่งปันประสบการณ์การสรรหาและคัดเลือกในบทความต่อไป







