
รับมือไฟตกไฟดับ
สัญญาณเตือนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ที่ประเมินว่า ช่วง 45 ปีข้างหน้า ปริมาณสำรองผลิตไฟฟ้าอาจเหลือเพียง 9% ของกำลังการผลิตไฟฟ้า จากปริมาณสำรองมาตรฐานต้องอยู่ระดับ 15% หากโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือไอพีพี ต้องเลื่อนเข้าระบบไป 23 ปี บนปัจจัยเศรษฐกิจเฉลี่ยโตปีละ 35%
ผลของสำรองไฟฟ้าที่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว อาจจะทำให้ไฟฟ้าตกหรือถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไข อาจจะต้องมีมาตรการประหยัดไฟอย่างฉับพลัน ที่กระทบประชาชนทั่วไปหลายคนคงจำได้ว่าช่วงหนึ่งประเทศไทย ต้องงดออกอากาศรายการโทรทัศน์ช่วงเย็น เพื่อให้ประชาชนปิดทีวี ซึ่งในยุคนี้มาตรการดังกล่าวคงไม่ได้ผล เพราะประชาชนมีทางเลือกอื่น เช่นหันไปดูดีวีดี หรือเล่นอินเทอร์เน็ต
ขณะผลกระทบกับเศรษฐกิจ หากไฟฟ้าตกหรือไฟดับ คงเสียหายมากมายมหาศาล เพราะอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ในการทำงาน เช่นระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการผลิต ล้วนต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเกือบทั้งหมด เห็นได้จากแค่ไฟฟ้าในย่านธุรกิจ เช่น สีลม สุขุมวิท ดับเพียงไม่กี่ชั่วโมง ความเสียหายทางธุรกิจทางตรงและต่อเนื่องเกิดขึ้นเป็นมูลค่าหลายล้านบาท หากไฟต้องตกๆ หรือไฟดับๆ พลังงานไฟฟ้าไม่เสถียร เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ดับต้องสตาร์ตใหม่ ลิฟต์ต้องค้างจากไฟฟ้าดับ ผลกระทบดังกล่าวคงกระเทือนการลงทุนในประเทศไทยแน่
ปัญหาสำรองไฟฟ้าที่อีก 4 ปีข้างหน้าจะเหลือเพียง 9% จากปกติควรอยู่ที่ 15% หากมองผิวเผินมองแล้วเหมือนไกล แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องใกล้ที่รัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจ
การแก้ปัญหานี้ทั้งเอ็นจีโอ และรัฐบาลต้องร่วมกันหาทางออก ทางเอ็นจีโอที่ค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าก๊าซ นอกจากนี้ได้ขยายผลไปจนถึงค้านไฟฟ้าจากพลังลม ด้วยเหตุผลเสียงดังก่อมลพิษทางเสียง เมื่อเอ็นจีโอค้านแล้ว ควรหาทางออกให้ด้วยว่าจะใช้พลังงานอะไรมาผลิตไฟฟ้า ที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นทุกปี
หากจะใช้พลังงานหมุนเวียน เอ็นจีโอพอจะมีทางออกที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไม่แพงขึ้นไปเกือบเท่าตัว เป็นยูนิตละ 45 บาท จากปัจจุบันค่าไฟยูนิตละกว่า 2 บาทได้หรือไม่ ที่สำคัญความเสถียรของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ป้อนเข้าระบบ มีความมั่นคงแค่ไหน ถ้าช่วงไฟฟ้าพีก เช่นหน้าร้อน หรือทีวีออกอากาศเหตุการณ์ใหญ่ เช่นฟุตบอลโลก ที่ยอดใช้ไฟพุ่งสูง จะแก้อย่างไรไม่ให้ไฟฟ้าดับ
ทางรัฐบาลควรกำหนดนโยบายไฟฟ้าให้ชัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินตามได้ถูกทาง และรัฐบาลควรจะลงไปสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้มากกว่านี้ เพราะขณะนี้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับท้องถิ่นได้ด้วยปัญหาที่ต่างๆ กันไป
เรื่องสำรองไฟฟ้ารัฐบาลจะมองว่าไกลอีก 4 ปีถึงเกิดปัญหาพ้นภาระไปแล้ว มองแบบนี้ก็ง่ายไป เพราะการแก้ปัญหานี้ ต้องใช้เวลาเป็นปีถึงสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มาแก้ได้ หากรัฐบาลไม่อยากโดนด่าไล่หลัง ก็ควรลงมือเดี๋ยวนี้







