posttoday
ทางออกประเทศอยู่ที่ กรธ.

ทางออกประเทศอยู่ที่ กรธ.

27 มีนาคม 2559

เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายให้ความสนใจกับการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสามารถแก้ปัญหาประเทศที่หมักหมมมายาวนาน

เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายให้ความสนใจกับการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสามารถแก้ปัญหาประเทศที่หมักหมมมายาวนานได้มากน้อยเพียงใด นิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อธิบายว่า เรื่องนี้เป็นไปตามหน้าที่ที่ได้กำหนดในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่ต้องเข้าใจว่า กรธ.มีหน้าที่ข้อจำกัด ประเด็นเพราะถูกตั้งมาโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังนั้น ความเห็นจาก คสช.ก็ต้องฟัง จึงอยู่ภายใต้ข้อนี้ และประสบการณ์จากชุดบวรศักดิ์ ซึ่งร่างแล้วไม่ผ่าน

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อส่วนตัวผู้ร่างทั้งหลายมีความหวังและความฝันเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ตามความคิดกรรมการ เพราะประธานคร่ำหวอดด้านกฎหมาย อีกทั้งมีคนเคารพนับถือ ฉะนั้น เชื่อว่าจุดเริ่ม กรธ.การร่างที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด ก็มีความหวังหาทางออกประเทศ

นิกร เล่าว่า เท่าที่ดูการร่างตั้งแต่ต้น พยายามสร้างอะไรใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา เพราะถ้าไปเอาตามแบบรัฐธรรมนูญเดิม เช่น ปี 2540 แม้เป็นฉบับที่ดี แต่มีปัญหาเรื่องรัฐบาลแข็งเกินไป ขณะที่รัฐธรรมนูญ ปี 2550 รัฐบาลอ่อนเกินไป ก็ไม่พอดี หรือไปร่างตามที่เคยเกิดความผิดพลาดก็คงไม่ทำกัน

“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบอะไรใหม่ๆ มาเยอะเหมือนกัน เช่น ระบบวิธีการเลือกตั้งวุฒิ แต่ สว.สังเกตตั้งแต่ต้นไม่ให้มีการเลือกตั้ง เป็นหลักการที่ไม่ให้มีการเลือกตั้งโดยตรง เพราะเลือกตั้งตรงจะทำให้เกิดความสับสนว่าใครเป็นตัวแทนประชาชน และความคิดว่า สว.ดูแลเรื่องกฎหมายเป็นหลักตั้งแต่ต้นของ กรธ. คือ มีหน้าที่จำกัด ไม่มีหน้าที่ถอดถอน เรื่องแต่งตั้งไม่มี แต่มีหน้าที่ตรวจสอบการแต่งตั้ง เพราะมีหน่วยงานเสนอขึ้นมา”

อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ทางพรรคถือว่ามีประสบการณ์ในเรื่องวุฒิฯ ทั้งแบบสรรหา คือแต่งตั้งโดยตรงสมัย รัฐบาลบรรหาร จึงมีบันทึกไปถึงบวรศักดิ์ และชุดมีชัย เหมือนๆ กัน ซึ่งเป็นหลักการที่พรรคชาติไทยพัฒนาเชื่อ คือให้พิจารณาอำนาจวุฒิฯ เพราะเป็นหลักสำคัญ ถ้ามีอำนาจในการกลั่นกรองกฎหมาย ถือว่ามีความเหมาะสมและจำเป็นของวุฒิฯ เพราะกฎหมายใช้บังคับกับประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ด้วยลำพังสภาไม่ได้ชำนาญเรื่องกฎหมาย แต่รู้จักประชาชนกับปัญหาดีมาก แต่ฝ่ายที่ชำนาญการด้านกฎหมาย จำเป็นต้องมีและควบคู่ทำงานตรงนี้ ช่วยทำงานตั้งแต่เดิม ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง ช่วยกฎหมาย ถ้าแค่นั้นมาจากการแต่งตั้ง หรือสรรหาได้ครบทุกกลุ่มทุกเรื่อง เช่น สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นองค์กรที่มีครบ

นิกร กล่าวว่า ถ้าจะให้เอานักกฎหมายมาก็ไม่เข้าใจเรื่องบริหาร เอานักบริหารมาก็ไม่เข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าเอามาครบก็จะเป็นเรื่องดี จึงได้เสนอไปว่าให้ดูเรื่องอำนาจ ถ้าเป็นในเรื่องกลั่นกรองกฎหมาย มาจากวิธีไหนก็ได้ แต่ถ้ามีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้าย ให้คุณให้โทษองค์กร คน หรือฝ่ายการเมืองที่มาจากประชาชน ควรต้องเสมอกัน คือ ต้องมาจากการเลือกตั้งเหมือนกันถึงจัดการเรื่องนี้ได้

“ไม่เช่นนั้น มาจากไหนไม่รู้แล้วมากระทบอำนาจที่มาจากประชาชน ซึ่งฝ่ายการเมืองไม่ใช่หวงอำนาจ แต่สิ่งที่ฝ่ายการเมืองได้รับ คือ อำนาจที่ได้จากประชาชน ดังนั้น อำนาจที่มาจัดการฝ่ายการเมืองได้ต้องเป็นอำนาจที่มาจากประชาชนเท่ากัน คือ การเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ ยังได้เสนออีกว่าให้เลือกเอาทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มาแบบครึ่งๆ คือ มาจากเลือกตั้งและสรรหา เพราะจะกลายเป็นปลาสองน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีจะกลายเป็นว่าขัดกันเองเป็นการภายใน และไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เห็นว่าแล้วแต่เลือก สะดวกตามความจำเป็น หลักการนี้ยืนมาตลอด

ดังนั้น ข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย ที่เสนอมาว่าให้ สว. 5 ปี มาจากการสรรหา ส่วนตัวมองอำนาจมี 3 อย่าง

1.ให้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ คือ ไม่ให้แก้การแก้ต้องถาม สว.ก่อน ประเด็นนี้ ขอเวลา 5 ปี แล้วแก้ไม่ได้ กับร่างเดิมของมีชัย แก้ไม่ได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญเดิมพิทักษ์ตัวเองแก้ไม้ได้ แต่ขอ 5 ปีไม่ให้แก้ หลังจากนั้นไปถอดสลัก ค่ายกล ก็ดีกว่าร่างเดิมมีชัย

2.เกี่ยวกับการดูแลการปรับปรุงพัฒนาเป็นหน้าที่ของสภาไหนสภานั้น แต่เรื่องอำนาจที่ให้อำนาจ สว.อภิปรายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่เคยมีเรื่องนี้ ถือว่าข้ามฟากรุนแรงทำให้เกิดรัฐบาลอ่อนแอมากและเข้มแข็งมาก ซึ่งไม่ดีทั้งสองอย่าง และ 3.จำนวน สว. 250 มีนัย คือ ไม่ได้สร้างสมดุลแต่เป็นการควบคุม ตรงนี้ถ้ามีอำนาจแบบนั้นจริงเหมือนที่ขอมา ทำให้รัฐบาลที่ไม่ยอม สว.อ่อนแอ อภิปรายวันไหนแพ้วันนั้น

“หากเข้ากัน คือ สว.ไปเข้ากับรัฐบาล การเมืองก็จะเข้มแข็งที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ไม่สามารถอภิปรายได้ แค่ยื่นก็เสียงไม่พอ จะกลายไปเป็นปี 2540 ในอนาคตอาจลุแก่อำนาจไปไกล ดังนั้น การมีอำนาจตรงนี้ เป็นเรื่องผิดฝาผิดตัว เป็นเรื่องอำนาจข้ามฟาก แล้วจะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลในอนาคต อีกทั้ง ไม่ใช่ผลดีกับประเทศ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ตรงนี้แก้ไปไม่ให้มีอำนาจตรงนี้ก็ผ่อนคลาย”

นอกจากนี้ ยังมีอำนาจเพิ่มขึ้นมา คือแต่งตั้งนายกฯ ไม่มี กรณีเกิดวิกฤตทำอย่างไร คำตอบเดิม เชื่อว่าวิกฤตนี้ไม่มี เพราะประชาชน นักการเมือง พรรคการเมืองเปลี่ยนไป อีกทั้งได้ออกกฎหมายป้องกันไว้หมด เดิม สว. ทาง กรธ.เสนอว่าใช้เหมือนมาตรา 7 คือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ คำตอบไม่มี เกิดความขัดแย้ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญลดอำนาจลงเพื่อแก้วิกฤต ทุกอย่างคลี่คลาย แต่เมื่อเกิดวิกฤตทางออกพรรคขัดแย้งเอาคนนอกมาเป็น

นิกร บอกว่า ใน สปท.ได้คุยเรื่องนี้ และเสนอไปในกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง โดยหลักการนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง คือ สส. เพราะมีต้นทุนจากพฤษภาทมิฬ ลืมเรื่องนี้เมื่อไหร่ เกิดความขัดแย้งในแผ่นดิน ถ้ามีปัญหา 1.ให้นายกฯ มาจาก สส.เท่านั้น เป็นบุคลิกการเมืองไทย แต่ถ้ามีวิกฤตให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของเสียงข้างมาก ตั้งไม่ได้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เพื่อตอบคำถามนี้

ประเด็นต่อมา วิกฤตอื่น รัฐสภา สว. หากมองไปกลไกอื่น เช่น ศาล ถือว่าไม่ใช่ทางออก สว.ที่ กรธ.พบครึ่งทางไม่ให้ตั้งนายกฯ แต่สภามีวิกฤตตั้งไม่ได้ก็ประชุมรัฐสภาใช้เสียงข้างมากเด็ดขาด มีมติไม่ใช่ข้อนี้ของรัฐธรรมนูญ คือ พรรคการเมืองเสนอ และขอให้เชื่อว่า 100% พรรคการเมืองจะเสนอคนของตัวเองเข้ามา เรื่องคนนอกพรรคขนาดเล็กมากๆ ก็ได้เสียง 5% ไม่ถึง 25% ดังนั้นเป็นเรื่องไม่จริง

ข้อเสนอนี้ก็กลับไปให้ สส.เลือก หากเลือกไม่ได้ก็ยุบสภา แต่เรื่องกลไกนี้มาจาก สปท. การที่ สว.มีอำนาจตรงนี้พอฟังได้ แต่ถ้าให้ชอบ ไม่ชอบ แต่ดีกว่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปคิดเอง ที่ให้รัฐสภาเพราะไม่ว่ายังไงสภาก็รับฟังประชาชน ประชาชนสามารถเข้ามาให้ความเห็นได้ ไม่ใช่มุบมิบเรื่องอำนาจ ดังนั้น การให้อำนาจ สว. ในประเด็นนี้ของ กรธ.พอรับได้ เมื่อเทียบกับอันเดิมจึงดีกว่า

นิกร ระบุว่า ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ในเรื่องที่มาของ สว. ซึ่ง สว.ปี 2540 มาจากการเลือกตั้งหมด ทำให้ประเด็นเกี่ยวโยงกับฝ่ายการเมืองมีจริง เพราะว่าไปใช้กลไกระบบเลือกตั้งของพรรคการเมือง กลายเป็นสภาซ้อนสภา เป็นตัวแทนประชาชนเหมือนกัน และด้วยธรรมชาติเมื่อไปพิงการเมืองก็เชื่อมกันอัตโนมัติ จนถูกหาว่าเป็นสภาผัวเมีย สว.เป็นของคนนั้นคนนี้

ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่เอาอย่างนั้น คือ มาอย่างละครึ่ง และผลที่เห็นเป็นความขัดแย้งที่สมบูรณ์ เป็นปลาสองน้ำ อยู่กันคนละแบบฝ่ายหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง อีกฝ่ายมาจากการเลือกตั้ง และสิ่งที่ได้มาจาก สว.ปี 2550 งานที่ได้เป็นบวกกับลบพอกัน

ดังนั้น รัฐธรรมนูญปี 2540 มีปัญหาในแบบของมัน แต่เกี่ยวกับการเมือง เพราะเลือกตั้งหนีการเมืองไม่พ้น หัวคะแนนคนเดียว ถึงอย่างไรก็พันๆ กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท