posttoday
พรรคชาติไทยพร้อมลงสนาม

พรรคชาติไทยพร้อมลงสนาม

27 มีนาคม 2559

แน่นอนว่าหากรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน และประกาศใช้ในฐานะผู้เล่นตามกติกา

แน่นอนว่าหากรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน และประกาศใช้ในฐานะผู้เล่นตามกติกากับการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง นิกร จำนง ยืนยันชัดเจนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “พรรคชาติไทยพัฒนามีความพร้อม ไม่ลำบาก มีสภา เลือกตั้งกลับมา ก็พาพรรคไปสู่ตรงนั้น”

นิกร บอกว่า จะมากจะน้อยพรรคดำรงอยู่ได้แน่นอน เพราะขณะนี้ยังรักษาพื้นที่ได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่ใช่สาระ ขอให้พรรคดำรงอยู่ต่อไปในทางการเมือง จุดที่จะวิ่งไปเส้นชัยไปได้แน่ ไม่ได้เครียด เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาเคยได้รับโอกาสให้เป็นนายกฯมาแล้ว จึงไม่มีอะไรใหม่สำหรับการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคเองก็เคยปฏิรูปการเมืองมาก่อน

ส่วนจะปฏิรูปพรรคก็ต้องรอดูกฎหมายพรรคการเมืองจะออกมาอย่างไร แต่เชื่อว่าพรรคสามารถปฏิบัติได้ตามกฎหมาย โดยนิตินัยและพฤตินัยพรรคยังมีคนจงรักภักดี มีคนชื่นชม คนที่เคยนิยมพรรคอยู่เดิมก็ยังอยู่ ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้เสื่อมไปจากพรรคชาติไทยยังอยู่ในสถานะไปได้ดี การปรับปรุงพรรคน่าจะทำได้คล่องตัว ขณะที่ บรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก็ยังอยู่และทำงานการเมืองอยู่ทุกวัน

“สิ่งที่พยายามทำคือ ดำรงพรรคไว้และความปรารถนาไม่ได้จำเป็นต้องมีตำแหน่ง แต่อยากให้พรรคยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ส่วนจะกลับมาใช้ชื่อเดิมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมาย แต่ขณะนี้กฎหมายยังไม่เปิดช่อง หากเปิดก็จะกลับไปเหมือนเดิมเพราะมันคือเรา

เราไม่เคยนับว่าพรรคชาติไทยมีอายุเท่าไร ไม่เคยมีการจัดงานครบรอบปีของพรรค ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็มีอายุแค่เพียงไม่กี่ปี แต่เรามีมาก่อน จิตวิญญาณ เราทำให้จิตวิญญาณชาติไทยเสียไม่ได้ มันยังอยู่ ถ้าสามารถใช้ชื่อเดิมได้ มันก็เป็นความปรารถนาสูงของเรา”

นิกร ยังเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ขนาดป้ายชื่อพรรคชาติไทยซึ่งเป็นของเดิมก็ยังอยู่ เพียงแต่เอาป้ายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นของใหม่มาครอบไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามจะอยู่ในป้ายหรืออยู่ในตึก ก็ยังน้อยกว่าอยู่ในใจ เพราะในใจทุกคนเป็นชาติไทยทั้งนั้น ซึ่งลึกกว่าป้าย

การเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานการเมืองร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา นิกร บอกว่า ถ้าพูดไปตอนนี้ก็เท่านั้น เพราะยังทำกิจกรรมการเมืองอะไรไม่ได้ อีกทั้งกติกายังไม่ออก สนามเตะที่ไหนยังไม่รู้ เวลานี้ทำได้เพียงรักษาค่ายไว้ให้ดีก็พอ

นิกร ได้สะท้อนมุมในฐานะเป็นพรรคการเมืองขนาดกลางกับวิธีการเลือกตั้งที่ กรธ.ตั้งกลไกไว้ แม้จะไม่เห็นด้วย หรือถามว่าชอบไหม คล้ายๆ ว่า ถ้าระบบไหนมีปัญหาน้อยสุดก็พอรับกับระบบนั้นได้ และที่มองว่าหลังจบการเลือกตั้งพรรคขนาดกลางจะได้เปรียบ เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาคงไม่ใช่ เพราะอำนาจการต่อรองก็ยังอยู่ที่พรรคขนาดใหญ่เหมือนเดิม แต่ว่าอำนาจน้อยลง

“การเมืองที่เสียดุลยภาพอย่างรุนแรงมันจะเหมือนกับว่า เดิมมันจะมีแตงโมลูกใหญ่และก็มีส้มลูกหนึ่ง แล้วที่เหลือเป็นเมล็ดงา ดังนั้นเวลาคลุกรวมกันแล้วมันไม่สามารถย้ายจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม แม้ระบบในรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาทำให้พรรคการเมืองตลอด 3-4 ปี ได้ปรับตัว กลับไปย้อนคิดพิจารณา แล้วเห็นปัญหา มันเป็นการพัฒนา คือ ลงไปต่ำสุดของการเมือง พรรคการเมืองและประเทศ รวมถึงระบบการเมืองทั้งหลายต้องปีนขึ้นหมดเป็นการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญ อยู่ในภาวะลำบากเพื่อเติบโตต่อไป แต่บทเรียนการสูญเสีย ทุกองค์กร ทุกส่วนเจ็บต้องพยายามทำให้ดี

ส่วนการมาบอกว่ารัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้พรรคขนาดกลางเกิด คงพูดแบบนั้นไม่ได้ พรรคใหญ่เล็กลง พรรคขนาดกลางโตขึ้น แต่ไม่ใช่ลักษณะสองพรรคแบบสหรัฐ เพราะใช้กับประเทศไทยไม่ได้ ยังมีความขัดแย้งอยู่ แต่จะกลายเป็นพรรคการเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กันมากในอนาคต แต่การเมืองจะมีดุลยภาพมากขึ้น

“จนกว่าประชาชนค่อยเรียนรู้และเลือกพรรคใหญ่ที่มีนโยบายชัด การเมืองจะเป็นมัลติปาร์ตี้ คือ รัฐบาลผสม ที่ไม่ใช่ต่อรอง เดิมพรรคเล็กไปต่อรองกับพรรคใหญ่ แต่ขณะนี้ใหญ่เล็กไม่มาก ปัญหาคือพรรคการเมืองมีนโยบายที่คมชัดจะชี้ไม่ค่อยได้ เพราะมันเป็นรัฐบาลผสม ทำให้รัฐบาลข้างหน้าจะลำบากและโอกาสที่ คสช.จะตั้งพรรคการเมืองมาสู้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย” นิกร ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท