posttoday
ม.44 ปฏิวัติการศึกษา ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาคุณภาพ

ม.44 ปฏิวัติการศึกษา ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาคุณภาพ

25 มีนาคม 2559

คําสั่งมาตรา 44 ผ่าตัดระบบการศึกษาครั้งใหญ่ ด้วยการตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

คําสั่งมาตรา 44 ผ่าตัดระบบการศึกษาครั้งใหญ่ ด้วยการตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค มี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ทำหน้าที่วางแผนการบริหารงานบุคคลและจัดสรรงบประมาณในระดับภูมิภาค แต่งตั้ง โอน หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในภูมิภาค ทั้งหลายทั้งปวงนี้กำลังถูกมองว่าถอยหลังกลับไปสู่โครงสร้างเก่าที่เคยใช้ในการบริหารจัดการการศึกษาเมื่อ 40 กว่าปีก่อน

การรวบอำนาจกลับมาที่ส่วนกลางและภูมิภาค ยังปรากฏตามโครงสร้างใหม่ที่ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ มีบทบาทในการแก้ปัญหาการศึกษาเบ็ดเสร็จในจังหวัด โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และคณะอนุกรรมการการศึกษาจังหวัด หรือ อกศจ. มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธาน พร้อมทั้งยังให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 18 ภาคทำหน้าที่แทน คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาเดิมในเขตพื้นที่ฯ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัด 

สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวอาจทำให้เกิดเอกภาพในการทำงานของหน่วยงานกลางของ ศธ. เนื่องจากที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ของ ศธ.ทั้ง 5 องค์กรหลักไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต่างคนต่างทำงาน และอาจแก้ปัญหาการผูกขาดอำนาจในท้องถิ่นโดยเฉพาะการโยกย้ายครูซึ่งที่ผ่านมาส่วนกลางเข้าไปจัดการไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แนวทางใหม่ครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบด้านลบ ที่จะทำให้รูปแบบการสั่งการจะยาวขึ้น สายบังคับบัญชาจากกระทรวงกว่าจะถึงโรงเรียนก็หลายขั้นตอน ตั้งแต่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และโรงเรียน นอกจากนี้ ยังขาดการมีส่วนร่วมจากภาคท้องถิ่น

สุมิตร กล่าวว่า การประกาศใช้คำสั่งนี้ควรมีการประเมินหรือทบทวนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ไปในระยะเวลาหนึ่ง และควรจะยกเลิกหากพบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยหันไปปฏิรูปการศึกษาโดยพุ่งเป้าไปที่การกระจายอำนาจ ตามแผนแม่น้ำ 3 สายตาม ที่ ศธ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เคยเสนอว่า จำเป็นต้องมีการปฏิรูปทั้งหมด เช่น ต้องปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน รวมไปถึงวิธีการจัดการเรียนการสอน แผนผลิตบุคลากรทางการศึกษา

สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า มองตามคำสั่งดังกล่าว หากผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานดีตามที่ ศธ.คาดการณ์ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่จุดอ่อนของคำสั่งนี้ คือการรวบอำนาจไว้ที่ภูมิภาค อาจทำให้ ศธ.และการทำงานล่าช้าเหมือนเดิม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน กศจ. มีอำนาจวางแนวทางการศึกษาเบ็ดเสร็จในจังหวัด ตั้งแต่ระดับอนุบาลยันมหาวิทยาลัย หากเป็นบุคคลที่ไม่เข้าใจการศึกษาก็ทำให้ระบบที่วางไว้ล้มเหลวได้ยิ่งกว่าเดิม

“แนวคิดนี้สะท้อนว่า ศธ.ไม่ไว้ใจคนอื่น นอกจากระบบราชการ แต่คำสั่งนี้ไม่ตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเป็นเรื่องอำนาจการบริหารงานและการจัดสรรงบประมาณ จึงต้องดูกันต่อไปว่า ปัญหาเส้นสายในการย้ายครูจะหมดไปหรือแค่เปลี่ยนกลุ่มผู้มีอำนาจในการโยกย้าย” สธน กล่าว

บัณฑูร ทองตัน ประธานสภาการศึกษาจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ศธ.ต้องมีคำสั่งตามมาอีกหลายฉบับเนื่องจากเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปอยู่ที่การปฏิรูปคุณภาพ คือจะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโรงเรียน ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จได้ก็ต้องทำให้โรงเรียน ครู และผู้บริหาร มีอิสระในการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีท้องถิ่นเป็นฝ่ายร่วมจัดการ ซึ่งมาตรา 44 ทั้งสองฉบับนี้ยังให้ความชัดเจนเรื่องนี้ไม่ได้

“คำสั่งดังกล่าวสะท้อนว่า ส่วนกลางยังหวงอำนาจ โครงสร้างใหม่ที่ออกมา ก็ไปยึดติดตำแหน่งจากระบบราชการมากเกินไป ควรให้มีสัดส่วนของภาคประชาสังคมในจังหวัดให้มากกว่านี้” บัณฑูร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท