
สนช.ผ่านกม.ป่าสงวนติดดาบเจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์คนทำผิด
สนช.ผ่านกม.ป่าสงวนแห่งชาติ คุ้มครอง ป้องกัน ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมติดดาบเจ้าหน้าที่ริบยึดทรัพย์คนทำผิดในเขตป่าสงวนได้
สนช.ผ่านกม.ป่าสงวนแห่งชาติ คุ้มครอง ป้องกัน ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมติดดาบเจ้าหน้าที่ริบยึดทรัพย์คนทำผิดในเขตป่าสงวนได้
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ...2507 โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติประจำจังหวัดเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุม ดูแล การส่งเสริมปลูกป่าและฟื้นฟูป่า รวมทั้งดำเนินการสอบสวนและวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับสิทธิหรือการได้ทำประโยชน์ในเขตป่าสงวน
นอกจากนี้ยังกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดบรรดาทรัพย์สินที่บุคคลได้หรือหรือได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้กระทำความผิด เช่นอุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกล และได้กำหนดบทลงโทษ และปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับบทกำหนดโทษ อัตราค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และค่าบำรุงป่าให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยบทลงโทษมีทั้งจำและปรับเริ่มตั้งแต่ปรับ 1 หมื่นบาทจนถึง 2 ล้านบาทและโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับความผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้พิจารณาเรียงลำดับรายมาตราโดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช.ได้ท้วงติงกรณีที่คณะกรรมาธิการฯได้เพิ่มความในมาตรา 13 เกี่ยวกับการกระทำความผิดในพื้นที่เกินยี่สิบห้าไร่หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ที่เพิ่มคำว่า”พื้นที่ชายฝั่ง”ซึ่งนายวัลลภเห็นว่า คำนิยามคำว่า”ป่า”อาจไม่ได้ครอบคลุมและอาจมีการตีความได้ ซึ่งกรรมาธิการได้ยืนยันซึ่งจะคลอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่ปัจจุบันที่การบุกรุกใช้พื้นที่ หรือทำลายพื้นที่ ซึ่งนายวัลลภไม่ติดใจแต่ขอให้บันทึกไว้ว่า พื้นชายฝั่งให้หมายรวมถึงพื้นที่ชายทะเลด้วย ซึ่งภายหลังพิจารณาเรียงลำดับจนจบทุกมาตราแล้ว ที่ประชุมมีมติวาระ 3 ด้วยคะแนน154 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง เพื่อประกาศใช้เป็นกฏหมายต่อไป







