posttoday
สถิติเด็ก-สตรีถูกทำร้ายพุ่ง

สถิติเด็ก-สตรีถูกทำร้ายพุ่ง

02 สิงหาคม 2553

จากการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และในปีล่าสุดที่ศูนย์พึ่งได้เก็บข้อมูลเฉลี่ยถูกทำร้าย 73 รายต่อวัน....

จากการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และในปีล่าสุดที่ศูนย์พึ่งได้เก็บข้อมูลเฉลี่ยถูกทำร้าย 73 รายต่อวัน....

โดย...อมรรัตน์ แปงนา

เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ทั้งเด็กและสตรีมีจำนวนมากขึ้นมากทุกวันที่เห็นได้จากข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำที่ลงไม้ลงมือแก่เด็กและสตรี ต้นเหตุมาจากการดื่มสุราของสามีหรือผู้เป็นพ่อนั้นเอง ในทั้งนี้ทางศาลอายาธนบุรีได้มีการจัดสัมมนาเรื่อง “การประเมินและถอดบทเรียนการพิจารณาคดีความรุนแรงในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้กระทำผิดด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 เฉพาะส่วนที่อยู่ในอำเภอศาลอาญาธนบุรี”ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทางอาญายาในคดีความรุนแรงในครอบครัว ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำไปปฏิบัติใช้ในการพิจารณาคดีต่อไป

นายศุภฤกษ์ หงส์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้เปิดเผยถึงสถิติการถูกทำร้ายในเด็กและสตรีที่มารับบริการที่ศูนย์พึ่งได้ ว่า จากการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และในปีล่าสุดที่ศูนย์พึ่งได้เก็บข้อมูล (ปี 2551) เฉลี่ยถูกทำร้าย 73 รายต่อวัน หรือทุก 20 นาที มีเด็กหรือสตรีถูกทำร้าย 1 คน จากตารางดังต่อไปนี้

ปี

จำนวน โรงพยาบาล

จำนวนเด็กและสตรี

ที่ถูกกระทำรุนแรง

เฉลี่ยการถูก

ทำร้าย

2547

70

6,951

19 ราย/วัน

2548

109

11,596

32 ราย/วัน

2549

110

15,882

44 ราย/วัน

2550

297

19,068

52 ราย/วัน

2551

582

26,565

73 ราย/วัน

2552

-

23,522

64 ราย/วัน

***ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ระหว่างปี 2548 – 2552***

ข้อมูลผู้กระทำความรุนแรง (พ่อแม่ สามี ญาติ) ของศูนย์พึ่งได้ ระหว่างปี 2548 – 2551

ผู้กระทำ

ปี 2548

ปี 2549

ปี 2550

ปี 2551

คนใกล้ชิด

4,244

5,764

7,845

5,454

สามี

3,139

4,131

4,378

5,478

คนในครอบครัว/ญาติ

1,505

2,143

1,133

1,645

พ่อ/แม่

355

504

432

645

พ่อเลี้ยง/ แม่เลี้ยง

185

389

288

358

คนร้าย

654

502

619

1,555

อื่น ๆ

1,514

2,272

2,377

11,496

รวม

11,596

15,705

17,072

26,631

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าผู้ที่กระทำนั้นเกิดจากบุคคลในครอบครัวหรือสามี ในปี 2548 และปี 2551 มีปริมาณมากขึ้นจนน่าตกใจ

จากการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวนั้นสามารถแบ่งได้ 2 สาเหตุคือ สาเหตุที่เกิดจากตัวบุคคล เช่นประสบการณ์ความรุนแรงในเด็กหรือมีปัญหาในด้านสุขภาพและจิตใจจะส่งผลทำให้เกิดความก้าวร้าวแปรปรวน สาเหตุที่ 2 เกิดจากครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับความประพฤติของคู่สมรส เช่นการดื่มสุรา เสพยาเสพติด เล่นการพนัน ความรุนแรงที่เกิดจากการดื่มสุรามีมากถึง 80% ของการกระทำทั้งหมดและยังรวมไปถึงอาการหงุดหงิด พูดขัดคอกัน และความยากลำบากในการทำมากหากิน

ขณะนี้ทางหน่วยงานได้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีเจตนาเพื่อที่จะคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดอย่างมีประสิทธิภาพและ มีผู้ปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติคือ พนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน แพทย์/ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ อัยการ ศาล และบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 คือจัดให้มีระบบงานเพื่อสนับสนุนงาน รายงานจำนวนคดีความรุนแรงในครอบครัว จำนวนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จำนวนการละเมิดคำสั่ง และจำนวนการยอมความต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อทราบปีละครั้ง นายศุภฤกษ์ กล่าว

ตามเจตนาของ พ.ร.บ. คุ้มครอง ฯ คือ คุ้มครองและแก้ไขเยียวยาผู้เสียหาย ยับยั้งมิให้ผู้เสียหายถูกกระทำซ้ำ แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดขั้นจึงได้มีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการพิจารณาคดีและการไกล่เกลี่ยคดี  ความรุนแรงในครอบครัวโดยนายวัชรินทร์   ปัจเจกวิญญูสกุล  อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี กล่าวว่า การกระทำความรุนแรงในครอบครัวตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง ฯ คือกระทำด้วยประการใด ๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ สุขภาพ โดยตรง กระทำด้วยประการใด ๆ อาจเล็งเห็นผลได้ว่าน่าจะเกิด อันตรายต่อร่างกาย จิตใจ สุขภาพ ใช้อำนาจครองงำผิดคลองธรรม เพื่อให้บุคคลในครอบครัวกระทำ ไม่กระทำหรือยอมรับการกระทำใดมิชอบผู้กระทำและผู้ถูกกระทำต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน

เช่น คู่สมรส บุตร/บุตรบุญธรรมสมาชิกในครอบครัวญาติที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกัน บุคคลที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ในครัวเรือนเดียวกันคือบุคคลใด ๆ ที่มิใช่ญาติแต่ต้องมีความผูกพันด้านอารมณ์จิตใจหรือพึ่งพิงทางเศรษฐกิจ และ การดำเนินคดีความรุนแรงในครอบครัวของศาลอาญาธนบุรี 1. ในชั้นฝากขัง เจ้าหน้าที่ตรวจคำร้องขอฝากขัง

2. ในชั้นฟ้อง เจ้าหน้าที่รับฟ้องจัดทำปกสำนวนเป็นปกสีเขียว ลงสารบบเป็น คร.(ครอบครัว) เสนอสำนวนให้องค์คณะผู้พิพากษาเวรชี้สั่งประทับฟ้องนัดสอบคำให้การจำเลย

3. ในชั้นสอบคำให้การจำเลย  สอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐาน สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่/พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยและผู้เสียหายตามแบบ คร. 7 หรือ คร.ป.1สั่งให้ส่งคดีเข้าศูนย์ไกล่เกลี่ยเชิงสมานฉันท์ เว้นแต่ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดี

4. ในชั้นไกล่เกลี่ยโดย เจ้าหน้าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยตั้งสำนวนไกล่เกลี่ยแล้วเสนออธิบดี ฯ ตั้งผู้ไกล่เกลี่ย

5. การให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมศาลอาจกำหนดให้จำเลยและผู้เสียหายเข้ารับการปรึกษาที่คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรีที่ที่มีแห่งแรกในประเทศไทยโดยเร็งเห็นถึงปัญหาด้านอาชีพการงานและค่าใช้จ่ายของผู้ต้องหาจึงได้จัดขึ้นมา และที่โรงพยาบาล

6. การพิพากษา คำพิพากษาแบ่งได้อย่างอย่างคือคดีร้ายแรง เช่น พยายามฆ่าหรือกระทำชำเราผู้สืบสันดาน ศาลลงโทษจำคุกคดีไม่ร้ายแรงนัก เช่น ทำร้ายร่างกายสาหัส ศาลอาจรอการลดโทษจำคุก โดยกำหนดเงื่อนไขให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและบริการสังคม บางคดีกำหนดให้รับการปรึกษาที่คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรี 1 หรือ 2 เดือนต่อครั้งตลอดระยะเวลารอการลงโทษ

จากประสบการณ์และการดำเนินคดีความรุนแรงในครอบครับเฉพาะเขตอำนาจของศาลอาญาธนบุรีโดย น.ส.สุพัตรา ภู่ธนานุสรณ์ จากการทำงานของ UNIFEM ได้ตระหนักและมองเห็นคุณค่าของบุคลากรในองค์กร ตั้งแต่ผู้พิพากษาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ ร.ป.ภ. เข้ารับฟังความรู้ไม่มีแยกตำแหน่งถึง 150 คน โดยการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนในองค์กร จะทำให้เห็นถูกกระทำคือผู้ที่เกิดความเสียหายและต้องมีการได้รับความดูแล

พ.ต.ท. (หญิง) ปวีณา เอกฉัตร พนักงานสอบสวนสัญญาบัตร 2 สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า บาบาทของ พ.ร.บ. คุ้มครอง ฯ เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาก่อน แล้วหลังจากนั้นส่งสำนวนแล้วนำไปสู่ชั้นศาล จะมีการให้สอบปากคำของเด็กพนักงานสอบสวนจะต้องจัดนักจิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาหรือผู้ที่ถูกกระทำขอร้องขอร่วมด้วยในการสอบปากคำ และในทั้งนี้เมื่อผู้เสียหายกลัวได้รับเดือดร้อนจะต้องขอขั้นตอนตามตรา 10 คือขอได้จากหัวหน้าสถานีตำรวจ นายอำเภอ เป็นต้น และการสอบปากคำทุกครั้งจะต้องผ่านนักจิตวิทยาหรือผู้ที่ผู้เสียหายนำมา ถ้าไม่ผ่านบุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง