
พท.-ปชป. เชื่อนายกฯคนนอกมาแน่
การกำหนดให้ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ สส.เลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ข้อสรุปเบื้องต้นของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต่อข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใน 3 ประเด็น คือ 1.ที่มา สว. 250 คน โดย 50 คนแรกมาจากระบบเลือกกันเอง 20 กลุ่มอาชีพ อีก 200 คน ให้คณะกรรมการสรรหาหาโดยตรง โดยให้มีบุคคลใน คสช. หรือข้าราชการประจำได้ไม่เกิน 6 คน ซึ่ง สว.ไม่มีอำนาจเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มีหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูป การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
2.ใช้ระบบการเลือกตั้ง สส. แบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียว และ 3.เปิดช่องให้เสนอชื่อคนจากนอกบัญชีได้ แต่ต้องใช้เสียงรัฐสภา 2 ใน 3
ผลสรุปดังกล่าวนักการเมืองผู้มีส่วนได้เสียจากกติกานี้ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์และคาดหวังว่าในท้ายที่สุด กรธ.จะนำไปปรับแก้ให้ตอบโจทย์ปัญหามากที่สุด
องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กรธ.พยายามหาทางเลี่ยงแรงปะทะกับ คสช.โดยตรง เช่น เลือกนายกรัฐมนตรีก็ยังมีโอกาสสูงที่จะมีนายกฯ คนนอก 2.ที่มาของ สว.สรรหา กรธ.เปิดโอกาสให้ผู้นำเหล่าทัพ 6 ตำแหน่ง มาเป็น สว.ตามเดิม และ คสช.มีบทบาทมากในการทำคลอด สว.ที่มาจากการสรรหา 250 คน
“ผมอยากให้ กรธ.ทบทวนอีกครั้งว่าจะให้กลไกใดที่ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมของการได้มาซึ่ง สว.มากขึ้น และการยืนยันให้ใช้ระบบการเลือกตั้ง สส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้นก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะจะทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิแสดงเจตนารมณ์อย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้มีการซื้อเสียงมากขึ้น”
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ กรธ.ไม่เอาตามที่ คสช.สั่งมาในบางเรื่อง เช่น การเลือก สส.ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หรือการที่ให้เสนอชื่อนายกฯ ได้ 3 ชื่อนั้น ก็ใช่ว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับ กรธ. เพราะการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. นักการเมืองและประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิดและไม่เห็นด้วยกับ กรธ.อยู่หลายประเด็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เช่น การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และการเลือก สส.บัญชีรายชื่อแบบสัดส่วนผสม การลิดรอนอำนาจและสิทธิของประชาชนอย่างไม่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันที่ กรธ.ยังคงเอาไว้อยู่เหมือนเดิม
“ต้องบอกตรงๆ ว่าพวกเรารับไม่ได้และรอคอยที่จะดูว่าร่างสุดท้ายที่ กรธ.จะไปประชุมร่วมกันปรับปรุงแก้ไขที่ต่างจังหวัดในรอบสุดท้ายนั้นจะออกมาเป็นเช่นไร และพวกเราจะมีการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยเหตุผลใดบ้าง ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยจะสูญเสียอะไรไปบ้าง ประเทศชาติจะเสียหายอย่างไร ใครจะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้”
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ข้อเสนอในประเด็นที่ว่านายกฯ คนนอกให้มาจาก 2 ใน 3 ของที่ประชุมร่วม 2 สภานั้น ก็ตอบโจทย์ตามที่มีชัยเปรียบว่าเป็น “คนสร้างบ้าน” เพราะคน คสช. คือคนที่เลือกเข้ามาสร้างบ้าน ดังนั้นหน้าที่ของมีชัยจึงเป็นอื่นไม่ได้ สุดท้ายคือการตอบสนอง คสช.อย่างเต็มที่ ฉะนั้นไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนถ้อยคำอย่างไร แต่ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน สุดท้ายก็นำไปสู่นายกรัฐมนตรีคนนอกอยู่ดี
“เดิมนายมีชัยคือ คสช.มาตั้งแต่ต้น แต่มาสวมหมวกอีกใบคือประธาน กรธ. ฉะนั้น กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ที่ยึดตามหลักการปลูกบ้านตามผู้อยู่ โบราณบอกคบเด็กสร้างบ้าน สิ่งที่ตามมาคือปัญหา แต่ยังน่ากลัวน้อยกว่าคนแก่สร้างบ้าน เป็นผู้เฒ่าสารพัดพิษ ไม่ต้องพูดว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ แค่ร่างเดิมก่อนที่ คสช.จะส่งข้อเสนอไปมันก็เกินที่จะรับได้อยู่แล้ว ก็แล้วที่นายมีชัยร่างก็เกินจะรับได้อยู่แล้ว”
ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคไม่มีความเห็นใดๆ ได้ เนื่องจากไม่เคยมีการประชุมพรรคมาตั้งแต่ปี 2556 แต่ในความเห็นส่วนตัวแล้วผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือ กรธ. ก็เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ การที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ในการร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องดูว่าสามารถนำพาให้ประเทศไปสู่ความปรองดองปราศจากความขัดแย้งได้หรือไม่ เพราะปัญหาที่สำคัญที่สุดของประเทศ คือการทะเลาะเบาะแว้งกันในความเห็นที่แตกต่าง หากร่างรัฐธรรมนูญร่างนี้ได้ถูกกลั่นกรองจากทุกฝ่ายแล้ว ทำให้ปัญหาของประเทศลดน้อยหรือหมดไปได้
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ข้อสรุปนี้ได้ตามที่ คสช.คิดเกือบ 100% โดยเฉพาะประเด็น สว. 200 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง และอีก 50 คน มาจากการเลือกไขว้ เท่ากับว่าเขาได้วุฒิเกือบทั้งสภา โดย สว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 200 คนนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ให้มาตรึงกำลัง ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 253 ที่ระบุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีกระบวนการการลงมติที่ต้องใช้เสียงวุฒิสภาอย่างน้อย 1 ใน 3 และเสียงไม่น้อยกว่า 10% จากทุกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นหลักสำคัญ เพราะหาก สว. 200 คนนี้ ไม่มีทางที่เสียงจะแตก มีแต่ผนึกกำลังเหนียวแน่น หากคนกลุ่มนี้ไม่ตอบตกลงด้วยก็ไม่สามารถทำได้ เท่ากับเขาได้เรื่องบทบัญญัติพิทักษ์รัฐธรรมนูญโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่เปิดโอกาสให้มีนายกฯ คนนอก โดยใช้เสียง 1 ใน 3 รัฐสภา ซึ่งเสียงจากสว. แต่งตั้ง 200 คน สำคัญมากที่จะทำให้มีโอกาสได้นายกฯ คนนอกสูงมากขึ้น ซึ่งจะต้องรอลุ้นต่อไปว่าในขั้นตอนสุดท้าย มีชัยจะระบุรายละเอียดไว้อย่างไร ซึ่งถ้าระบุว่าเปิดช่องในช่วงที่เกิดวิกฤต แล้วให้รัฐสภาโหวตจะสนุกมาก เพราะจะเกิดอาการของคนนอกที่มีบารมีสูงแล้วอยากเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะสามารถประสานงานกับพรรคการเมืองหลายพรรคได้จนได้เป็นนายกฯ คนนอกในที่สุด
เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า การปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอจากแม่น้ำ 4 สายของ กรธ. ภาพรวมนั้นส่วนตัวไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็น สว. 250 คน ที่ กรธ. ขอแบ่งให้ 50 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมแบบเลือกไขว้ตามที่กำหนดไว้ในบทหลัก ซึ่งอนาคตอาจมีความโกลาหล เวลาต้องใช้มติของวุฒิสภา และครั้งนี้จะไม่ใช่ 40 สว. แต่เป็น 50 สว. ที่มาจากคนละส่วนกับอีก 200 คน ที่สรรหามาโดยตรง
นอกจากนี้ การกำหนดให้ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ สส.เลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก ในทางปฏิบัติก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้ถึง 500 เสียง ในการขอยกเว้นบทบัญญัติเลือกนายกฯ ตามบัญชีรายชื่อ อีกทั้งหาก สส. ตกลงกันเรื่องนายกฯ ไม่ได้ตั้งแต่แรก การหาเสียง 2 ใน 3 ก็ยิ่งเป็นไปได้ยาก







