
จี้กลต.-ตลาดหลักทรัพย์ ล้วงลึกข้อเท็จจริง 'จัสมิน'
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่าปล่อยให้เรื่องบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เงียบหายไปเฉยๆ หลังจากยอมยกธงขาวกรณีบริษัทย่อย แจส โมบาย บรอดแบนด์ ไม่มีปัญญาหาแบงก์การันตีจำนวนประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท มามอบให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ภายในเวลาที่กำหนดวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา
ตลาดหลักทรัพย์ทำงานผิดพลาดมาตั้งแต่แรกเริ่มที่บริษัท แจส โมบายฯ สู้ตายในการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ไล่เคาะราคาจนเว่อร์สุดๆ เมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา แต่ไม่สั่งให้บริษัทชี้แจง
ว่าจะหาแหล่งเงินทุนสูงถึง 75,654 ล้านบาท มาจากที่ไหน ขณะที่บริษัทมีทุนเรียกชำระเพียง 3,566 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) จำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท แต่ตลาดหลักทรัพย์กลับไม่ติดใจ มัวแต่นั่งตีขิม รอให้ถึงเส้นตายวันที่ 21 มี.ค.ก่อน ถึงจะมาให้บริษัทชี้แจงเหตุผลของการ “ไม่มีเงิน” ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
รู้ทั้งรู้ว่าจัสมินประมูลในราคาสูงเกินตัว แต่กลับเพิกเฉย ถ้าจำกันได้ในวันนั้น “พิชญ์ โพธารามิก”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัสมิน ไม่ได้เข้าร่วมประมูล เพียงแต่ให้คำสั่งว่า “ให้เอามาให้ได้” แต่ใครจะคิดว่าทีมงานจะสู้กันตัวตายขนาดบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ยังยอมถอยเลย
ตอนนั้นคาดการณ์ว่าใบอนุญาตคงไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท คงหาแบงก์การันตีได้ไม่ยาก แต่เมื่อราคาถีบตัวขึ้นไปเกือบเท่าตัว รวมถึงคุณสมบัติของจัสมินก็ไม่โดดเด่นเหมือนค่ายทรู คอร์ปอเรชั่น คงไม่มีธนาคารพาณิชย์ไหนยอมเสี่ยง กล้าปล่อยสินเชื่อล็อตใหญ่ขนาดนี้หรอก ถึงแม้ “พิชญ์” มีความมั่นใจมากว่าธนาคารกรุงเทพเป็นพันธมิตรมายาวนานกว่า 20 ปี จะให้ความช่วยเหลือ แต่การทำธุรกิจแบงก์คงจะฝืนความจริงไปไม่ได้หรอก
การยอมแพ้ของจัสมินไม่มีใครเซอร์ไพรส์เลย ตลาดฟันธงตั้งแต่วันแรกของการประกาศตัวผู้ชนะประมูลว่า “งานนี้มีการทิ้งใบอนุญาตแน่นอน” และยังมีข่าวลือไปต่างๆ นานา เช่น จัสมินกำลังเล่นปาหี่หรือไม่ จัสมินไม่มีเงินหรอก แม้ว่า “พิชญ์” จะออกโรงแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกวันที่ 21 ธ.ค. และยืนยันครั้งที่สองวันที่ 24 ธ.ค. 2558 แต่ไม่มีใครเชื่อข้อมูลเหล่านั้นหรอก
“พิชญ์” วาดแผนธุรกิจสวยหรูมาก ปีแรก (2560) ของการเปิดให้บริการ 4จี จะมีลูกค้าถึง 2 ล้านราย ปีที่ 3 จะมีไม่น้อยกว่า 5 ล้านราย และจะเริ่มมีกำไรปีที่ 3 โดยมีพาร์ตเนอร์ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นประมาณ 10-20% และใช้บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่งแจส โมบายฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2560
ทางด้านอุปกรณ์โครงข่ายจะได้รับการสนับสนุนจากบริษัท หัวเว่ย ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากจีน
ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่ตลาดหลักทรัพย์จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องขอหลักฐานการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่แห่งหนึ่งของจีนที่สนใจร่วมลงทุนในแจส โมบายฯ และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์แห่งใหญ่ของประเทศจีน ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ และอุปสรรคที่ทำให้แจส โมบายฯ มอบแบงก์การันตีไม่ทันเส้นตายมาจากติดข้อจำกัดเรื่องใดกันแน่!!!
ตลาดหลักทรัพย์อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บริษัทชี้แจงทั้งหมด เพราะไม่ตรงกับข้อมูลของที่ปรึกษาระบุว่า ปมสำคัญที่ทำให้แบงก์การันตีไม่มาตามนัด เกิดจากธนาคารกรุงเทพต้องการให้พิชญ์ค้ำประกันหนี้ส่วนตัว ซึ่งพิชญ์ปฏิเสธ จึงทำให้การเจรจาล้มเหลว ไม่มีการกล่าวถึงผู้ประกอบการรายใหญ่จากจีนแต่อย่างใดเลย
ตลาดหลักทรัพย์จะต้องไขข้อเท็จจริงให้กระจ่างเสียที และหยิบยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาอย่างเป็นทางการ เพื่อสามารถส่งเรื่องต่อให้สำนักงาน ก.ล.ต.ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ถ้าหากพบว่าพิชญ์ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 238 และมีโทษทางอาญา แม้โทษจะไม่หนักถึงกับจำคุกแต่ต้องถูกปรับ เพราะเหตุการณ์นี้ร้ายแรงกว่าหลายๆ เคสที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนถูกปรับ
จัสมินไม่ควรให้เหตุผลว่า ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของผู้ประกอบการจีนที่สนใจจะเข้ามาร่วมทุนในแจส โมบายฯ เพราะเป็นความลับทางการค้า ก.ล.ต.ควรใช้อำนาจในการสั่งให้เปิดเผยข้อมูลเป็นการส่วนตัว หากยอมให้จัสมินปกปิดข้อมูล ก็ไม่ควรจะทำหน้าที่ตรวจสอบและดูแลตลาดทุนไทยต่อไป
“การประมูลใบอนุญาต 4จี ไม่ใช่การเล่นขายของหากไม่ต้องการตั้งแต่แรกแล้ว เข้ามาปั่นราคาทำไมอย่างนี้จะต้องถูกลงโทษ เพราะสร้างผลกระทบในวงกว้าง และสร้างมาตรฐานราคาใบอนุญาตใหม่ จนทำให้ธุรกิจมือถือปั่นป่วน รวมถึงราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องผันผวน เพราะมีการปกปิดข้อมูลสำคัญของจัสมิน”
นอกจากนั้น ความผันผวนของราคาหุ้นมือถือ โดยเฉพาะจัสมิน ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์อย่างปฏิเสธไม่ได้ นับตั้งแต่วันที่ชนะประมูลจนถึงเส้นตาย รวมกว่า 3 เดือน พบว่าราคาหุ้นจัสมินและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นจัสมินครั้งที่ 3 (JAS-W3) แกว่งตัวขึ้นและลงแรง เช่น หุ้นจัสมินเคยขึ้นไปสูงสุดกว่า 6 บาท และปรับตัวลงไปต่ำสุด 2.70 บาท ก่อนมายืนเหนือ 3 บาท
คณะกรรมการบริษัทรู้วิธีการดันราคาหุ้น โดยมีมติเปิดโครงการรับซื้อหุ้นคืนจำนวน 20% ในวงเงิน 6,000 ล้านบาท และให้ราคาถึง 5 บาท ถือว่าผิดปกติ ที่ให้ราคาสูงกว่าในตลาดมากเกินไป และเกิดคำถามว่าทำไมถึงเลือกใช้ราคาเฉลี่ย 1 ปี ที่สำคัญ สามารถเลี้ยงราคาหุ้นไปได้ถึงวันที่ 29 เม.ย. 2559 กว่าจะจัดการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติสำคัญนี้
มหากาพย์ของจัสมินจะปล่อยให้จบลงไปอย่างง่ายๆ ไม่ได้ เพราะเป็นประเด็นที่สนใจในวงกว้าง ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต. จะต้องเจาะลึกถึงความจริงใจของพิชญ์เพื่อสร้างบรรษัทภิบาล
(ซีจี) ของตลาดทุนไทย และควรเปิดเผยผลการตรวจสอบให้สาธารณชนรับทราบ!!!







