posttoday
เพื่อไทยวิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้

เพื่อไทยวิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้

02 สิงหาคม 2553

"วันนี้ เสื้อแดงต้องเริ่มสะสมกำลังใหม่ โดยฝึกสมองของกลุ่มคนในต่างจังหวัดให้มาก ต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริงในพื้นที่ไปสู่การแก้ปัญหา"สงวน พงษ์มณี

"วันนี้ เสื้อแดงต้องเริ่มสะสมกำลังใหม่ โดยฝึกสมองของกลุ่มคนในต่างจังหวัดให้มาก ต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริงในพื้นที่ไปสู่การแก้ปัญหา"สงวน พงษ์มณี

โดย-ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

หลังเหตุการณ์ “พฤษภา 53” แกนนำเสื้อแดงบางส่วนยอมรับว่า พวกเขาเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ เพราะแกนนำขาดเอกภาพในการนำ

แต่ในด้านมืดก็มีด้านสว่าง แม้แกนนำเสื้อแดงจะถูกจับกุมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกับข้อหาก่อการร้าย แต่ขบวนการเสื้อแดงกลับไม่อ่อนลงตาม ตรงกันข้ามยิ่งบีบก็ยิ่งแข็ง

ก่อนเกิดเหตุพฤษภาเลือด ในหมู่แกนนำเสื้อแดงเองเกิดความขัดแย้งหลายครั้งจาก “จุดเปลี่ยน” ในแผนปรองดองของรัฐบาลที่บางส่วนเห็นว่า ถ้าเสื้อแดงรับก็จะชนะ ไม่ต้องสูญเสียมาก และยังรักษาขบวนไว้ได้ แต่อีกปีกเห็นต่าง ต้องเดินหน้าสู้ ไม่ชนะไม่เลิก     

เพื่อไทยวิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้

ความพ่ายแพ้ครั้งที่สองนี้ ไม่ต่างจากสงกรานต์เลือด52  ครั้งนั้นสายพิราบจากนปช.และพรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้แกนนำเสื้อแดง สรุปบทเรียน

โดยเฉพาะการใช้ “ความรุนแรง”เปลี่ยนการเมือง อย่าให้แนวร่วม และ กลุ่มฮาร์ดคอร์ใช้แนวทางนี้เป็นตัวนำขับเคลื่อน  

รวมถึงบทเรียนของพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดง ว่า ใครควรนำใคร ...พรรคควรนำเสื้อแดงหรือเสื้อแดงควรนำพรรค

กว่า 2 เดือนหลังพฤษาภาเลือด เครื่องยนต์สองขาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ก็ได้ฤกษ์ออกสตาร์ทในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก  หลังจากพรรคเพื่อไทยยกขบวนปราศรัยใน 4 จังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเสื้อแดงกลับมาคักคักประเดิมด้วยคอนเสริต์สีแดงที่จ.สมุทรสาคร

“จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งร่วมขึ้นเวทีที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์ เป็น “ผู้นำม็อบ” แทนพ.ต.ท.ทักษิณ ในยามที่ห่างหายจากโฟนอิน ได้ออกมากระตุ้นให้พรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง สรุปบทเรียนครั้งที่สองว่า พรรคต้องหาความพอดีไม่ควรเน้นเรื่องเสื้อแดงและการปราบประชาชนมากเกินไป  หากไม่รีบสรุปบทเรียนและปรับยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยอาจอยู่ในสภาพหลงน้ำก็ได้

“สงวน พงษ์มณี” สส.เสื้อแดง จ.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอให้ตั้ง “สมัชชาแดง” ทั่วประเทศเพื่อฟื้นฟูขบวนการแดงทั้งแผ่นดินขึ้น บอกกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการสรุปบทเรียนว่า คนเสื้อแดงต้องไม่กลัวความคิดตัวเอง  ต้องกล้าวิจารณ์ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า 1. ทำไมไม่รู้จักสะสมชัยชนะในเชิงคุณภาพของเหตุการณ์ให้ต่อเนื่องกว่านี้ คำพูดที่ว่า ไม่ชนะไม่กลับ การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เป็นคำพูดที่ไม่ต่างจากลัทธิยอมจำนน 

เพื่อไทยวิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้ สงวน

2. จุดแข็งที่สุดของฝ่ายอำนาจ คือ กรุงเทพ จุดอ่อนที่สุดของฝ่ายอำนาจคือ ต่างจังหวัด  จุดแข็งที่สุดของชาวบ้านอยู่ที่ชุมชนของตัวเอง จุดอ่อนที่สุดของประชาชนอยู่ที่ศูนย์กลาง คือ กทม. การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเรานำจุดอ่อนของเราไปชนกับจุดแข็งของฝ่ายอำนาจ  จึงนำมาสู่การพ่ายแพ้ในเชิงยุทธวิธี

“วันนี้ เสื้อแดงต้องเริ่มสะสมกำลังใหม่ โดยฝึกสมองของกลุ่มคนในต่างจังหวัดให้มาก  และต้องไม่ใช้การฝึกอาวุธ กล่าวคือ ในการเคลื่อนไหวมวลชน อย่าคิดเอาชนะการต่อสู้ทางทหารเป็นหลัก ต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริงในพื้นที่ไปสู่การแก้ปัญหา อย่าเริ่มต้นจากความปรารถนาทางอุดมคติโดยไม่มองความเป็นจริง วันนี้ความตั้งใจของคนกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นมันไม่ทันกัน เหมือนคุณกำลังหุงข้าว รอข้าวสุกแต่ลืมก่อไฟ ข้าวจึงไม่มีทางสุก ถ้าฝ่ายเสื้อแดงทุกจังหวัดไม่สรุปบทเรียนที่เป็นรูปธรรม หรือ กล้าวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างถึงที่สุด การจะเอาชีวิตรอดในสถานการณ์อย่างนี้ก็คงลำบาก”

สงวน ยังมองกรณี “วีระ มุสิกพงษ์” ประธานนปช.ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยที่ดีเอสไอไม่คัดค้านการประกันว่า เป็นแผนของรัฐบาลเพื่อทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่แกนนำ ขณะเดียวกันรัฐบาลถูกสังคมโลกกดดันหนัก จนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยยังต้องเสนอให้รัฐบาลยกเลิกพรก. ฉุกเฉิน แต่ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าแกนนำคนไหนมีภาระทางชีวิต ก็ถอยฉากออกมาได้ 

“เส้นทางการต่อสู้ประชาธิปไตย มันก็เหมือนสะพานคอนกรีตที่แย่งชิงการนำ แต่วันนี้เมื่อเกิดภาวะวิกฤต สะพานคอนกรีตกลายเป็นสะพานไม้ไผ่ น้ำหนักตัวใครเยอะกว่าก็ข้ามไม่ได้ เสื้อแดงมันเหมือนยอดไม้อ่อนอยู่กลางแดดหญ้า ใบไหนที่อ่อนแอก็จะถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม แต่ก้านมันยังเหลืออยู่และไม่มีวันตาย”

สงวน บอกว่า เรื่องนี้ก็ไม่ควรโจมตีกัน  เพราะทราบว่า นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน แนวร่วมเสื้อแดง ออกรายการวิทยุที่สหรัฐโจมตี นายวีระ นพ.เหวง โตจิราการ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าเกี๊ยะเซี๊ยะรัฐบาล ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง 

“สุชาติ ธาดาธำรงเวช” อดีตรมว.คลังและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในช่วงสั้นๆ บอกว่า คนเสื้อแดงต่อสู้เพราะเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น เสื้อแดงเหมือนลูกเลี้ยงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม อยู่ห้องไม่เท่ากัน กินอาหารไม่เหมือนกัน กรณีนี้เป็นเรื่องหลักที่ทำให้คนเสื้อแดงลุกขึ้นสู้

สุชาติ บอกว่า  เสื้อแดงต้องสรุปบทเรียนว่า การเข้ามาในตัวเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยใช้ไม่ได้กับสังคมขุนนางในประเทศไทย เพราะขุนนางไม่ได้คิดว่าคุณเป็นลูกหลาน  แต่ถ้าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว อย่าง สหรัฐจะมองคนเป็นเหมือนลูกหลานด้วยกัน ดังนั้น เสื้อแดงต้องขับเคลื่อนการต่อสู้จากนี้ไปสู่การเลือกตั้ง

ส่วนความรุนแรงที่เกิดขึ้น สุชาติเห็นว่า แนวทางนี้ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะรัฐบาลมีกำลังมากกว่า เสื้อแดงต้องคงจุดแข็งในความเป็นพลังบริสุทธิ์ของตัวเองไว้

“ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะ บางคนใจร้อนอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว พอมีมวลชน 1 แสนคน คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่กลับไม่ใช่” 

สำหรับพรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคผู้นี้ เห็นว่า ถ้าจะให้ดี พรรคเพื่อไทยควรเดินตามเสื้อแดง จะมานำเสื้อแดงไม่ได้ เพราะเสื้อแดงคือ ผู้ที่เลือกพรรค และพรรคก็มีกรอบอุดมการณ์ที่กระจายเนื่องจากบุคคลมาจากหลากหลายทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ และพวกมีฐานะ

อย่างไรก็ตามแม้พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคไพร่ แต่ก็มีบางส่วนเป็นอำมาตย์ บางส่วนไม่มีอุดมการณ์ในการแก้ปัญหาความยากจน ยังคิดแบบเดิมๆ  ส่วนนี้พรรคต้องปรับกรอบคิด จะมาเป็นอำมาตย์หรือเป็นศักดินาในพรรคไม่ได้ ที่สำคัญพรรคเพี่อไทยต้องทำเพื่อประชาชน ห้ามโกงประชาชน

เพื่อไทยวิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้ อภิวันท์

สิ่งสำคัญคือ การส่งคนเลือกตั้ง ควรทำระบบไพรมารี่โหวตเหมือนในอเมริกาให้ประชาชนเลือกก่อนว่า ใครควรจะได้เป็นตัวแทนลง สมัคร สส. ไม่ใช่เป็นไปตามสโลแกน พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค และ สส.ก็ไปเลือกนายกฯ นี่เป็นแนวคิดของอำมาตย์ อีกเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องเลิก คือ ระบบหัวหน้าก๊วนที่วันนี้มีคนพยายามทำอยู่เพราะเป็นวิธีที่ไม่ต่างจากอำมาตย์

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯ พรรคเพื่อไทย และ อดีตแกนนำเสื้อแดงรุ่นแรก  มองว่า เสื้อแดงต้องเป็นฝ่ายนำความคิดมวลชน การต่อสู้ต้องเป็นไปอย่างสันติ จากนี้การชุมนุมใหญ่อาจไม่มีความจำเป็นแล้ว  แต่อาจมีการสัมมนา ชี้แจงนโยบายก่อนถึงการเลือกตั้ง

สำหรับบทเรียนของเสื้อแดงพ.อ.อภิวันท์ มองว่า การชุมนุมโดยสันติขนาดใหญ่ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้เพราะผู้มีอำนาจใช้กำลังเข้าปราบปราม และมีการสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายมวลชน ดังนั้นเสื้อแดงต้องขยายแนวร่วมทางความคิดเรื่องประชาธิปไตยให้เข้มข้น 

“เสื้อแดงต้องยึดหลักสันติวิธีเท่านั้น ตรงนี้มวลชนเสื้อแดงต้องระวัง และแนวร่วมที่นิยมความรุนแรงต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า การใช้ความรุนแรงจะไม่เป็นผลดีต่อใคร ซึ่งผู้มีอำนาจก็ต้องหยิบยื่นความเมตตาให้ และเลิกกวาดล้าง”

พ.อ.อภิวันท์สรุปว่า พรรคเพื่อไทยต้องเป็นฝ่ายนำเสื้อแดง ไม่ใช่ให้เสื้อแดงนำพรรค เพราะพรรคต้องนำเอาความคิดมวลชนที่มีความเห็นหลากหลายเข้าสู่ระบบพรรคที่มีความคิดเป็นระบบมากกว่า  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท