
รื้อแอร์พอร์ตลิงค์
หากไม่มีการจัดระบบบริหารให้คล่องตัวและโปร่งใสได้มากกว่านี้ เชื่อว่าปัญหาโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเกือบก่อเหตุฆาตกรรมหมู่กลางเมืองกว่า 700 ชีวิต คงมีโอกาสเกิดขึ้นอีก
หากไม่มีการจัดระบบบริหารให้คล่องตัวและโปร่งใสได้มากกว่านี้ เชื่อว่าปัญหาโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเกือบก่อเหตุฆาตกรรมหมู่กลางเมืองกว่า 700 ชีวิต คงมีโอกาสเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันถึงเหตุขัดข้องการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงสถานีหัวหมาก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่สถานีหัวหมากมีปัญหาไฟฟ้าดับ และระบบสำรองไฟไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ขบวนรถแอร์พอร์ตลิงค์ ประเภทซิตี้ไลน์ ทั้งขบวนที่มีผู้โดยสารแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนกว่า 700 คน ต้องติดระหว่างทางหลังออกจากสถานีหัวหมาก
เมื่อรถไฟฟ้าหยุดนิ่งจากไฟฟ้าดับ และระบบสำรองไฟฟ้าไม่ทำงาน รวมทั้งเครื่องทำไฟสำรองบนตัวรถไฟฟ้ามีไฟสำรองได้แค่ 30 นาที ทำให้หลังจากที่ระบบไฟฟ้าที่มีอยู่หมดไป เครื่องปรับอากาศบนรถไฟฟ้าไม่ทำงานผู้โดยสารที่รอการแก้ปัญหาอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง เริ่มขาดอากาศหายใจ ประกอบกับอากาศที่ร้อน ทำให้ผู้โดยสารต้องทุบหรืองัดที่เปิดประตู เพื่อเปิดประตูหนีตายจากอากาศที่น้อยลงเมื่อระบบปรับอากาศบนรถไฟฟ้าไม่ทำงาน
ผลจากการที่ผู้โดยสารต้องหนีตายด้วยการเปิดประตู เสี่ยงเดินบนรางรถไฟฟ้ากลับมาที่สถานีหัวหมาก จึงทำให้แผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน ที่แอร์พอร์ตลิงค์ยืนยันว่าสามารถอพยพคนได้จากที่เกิดเหตุใน 30 นาที ต้องยืดยาวออกไป กว่าจะแก้ปัญหาได้ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยแอร์พอร์ตลิงค์ยืนยันว่า ตามที่มีการซ้อมแผนทุก 2 เดือน/ครั้ง ซึ่งล่าสุดซ้อมไปเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ก็เข้าไปแก้ปัญหาฉุกเฉินได้ใน 30 นาที
หากเป็นเช่นนั้นจริงแสดงว่าแอร์พอร์ตลิงค์คงต้องยกเครื่องระบบซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินใหม่ทั้งหมด เพราะในทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงผู้โดยสารต้องรอเกือบชั่วโมง ก็ไม่มีการแก้ปัญหา จนเครื่องปรับอากาศที่ทำงานด้วยแบตสำรองบนขบวนรถไฟฟ้าที่แอร์พอร์ตลิงค์ว่าใช้งานได้นาน 30 นาทีหมด เมื่อเครื่องปรับอากาศหยุดทำงาน ผู้โดยสารจึงงัดประตูให้มีอากาศหายใจ และเสี่ยงเดินบนรางรถไฟกลับมาที่สถานีหัวหมากเอง
เห็นได้ว่านอกจากระบบบริหารแผนเผชิญหน้าเหตุฉุกเฉินที่ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติแล้ว ในส่วนของระบบบริหารที่ประสานงานกันระหว่างบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ผู้บริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ในฐานะบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การประสานงานกันไม่เคยราบรื่น เพราะทางคณะกรรมการบริหาร รฟท. หรือบอร์ด รฟท. ก็บอกว่าได้อนุมัติงบเกือบ 400 ล้านบาท ให้แอร์พอร์ตลิงค์ไปยกเครื่องครั้งใหญ่แล้ว และให้อำนาจในการจัดซื้อพิเศษได้ 25 ล้านบาท และจัดซื้อปกติครั้งละไม่เกิน 50 ล้านบาทไปแล้ว แต่แอร์พอร์ตลิงค์กลับไม่มีการยกเครื่องทั้งระบบครั้งใหญ่ หรือจัดซื้ออะไหล่ที่แก้ปัญหาเร่งด่วน
ขณะที่ผู้บริหารแอร์พอร์ตลิงค์บอกว่า ในการเสนอแผนจัดซื้อจัดจ้าง หลายครั้งจะโดนตีกลับแผน จึงทำให้การแก้ปัญหา หลายกรณียังไม่สามารถทำได้ รวมทั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าที่ใช้งานมากว่า 5 ปี ถึงกำหนดต้องเปลี่ยน
เมื่อเป็นเช่นนี้ จากภาพรวมทั้งหมด ปัญหาเรื่องระบบการบริหารงานของแอร์พอร์ตลิงค์คงจะยังมีอยู่ต่อไปแน่ และเหตุขัดข้องคงเกิดขึ้นอีก หากไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นตอระบบบริหารงาน







