
เลิกบุหรี่ง่ายนิดเดียว
จนถึงขณะนี้ดิฉันคิดว่าไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารทั้งทางตรงและทางอ้อม
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
จนถึงขณะนี้ดิฉันคิดว่าไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารทั้งทางตรงและทางอ้อม การรณรงค์ให้คนไทยไม่สูบบุหรี่ของไทยค่อนข้างเข้มข้น มีกฎหมายคุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่ การห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ เพิ่มความไม่สะดวกทั้งหลายให้กับผู้สูบบุหรี่ โดยมีเป้าหมายจะลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลง
ข้อมูลการสูบบุหรี่ของประชากรไทย ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเก็บรวบรวมล่าสุดที่ดิฉันหาได้เป็นสถิติของปี 2557 ข้อมูลระบุว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่มีรวม 11.4 ล้านคน คิดเป็น 20.7% ของจำนวนประชากรไทยที่มีในปี 65.12 ล้านคน
ในจำนวนนี้แบ่งเป็นสูบประจำ 10 ล้านคนสูบเป็นครั้งคราว 1.4 ล้านคน เพศชายเป็นผู้สูบ 10.7 ล้านคน เพศหญิง 0.6 ล้านคน ในจำนวนนี้หากแบ่งสูบบุหรี่ทั้งชายและหญิงในกลุ่มอายุ 24-40 ปี เป็นผู้ที่สูบมากที่สุด คิดเป็น 24.3% รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 41-59 ปี สัดส่วน 22.9% กลุ่มถัดมาเป็นกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี มีการสูบบุหรี่กัน 14.7% ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ 16.6%
ตัวเลขผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยมีถึง 20% ของประชากร นับว่าสูงพอดู นี่ขนาดมีการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ ห้ามโฆษณา ห้ามโชว์สินค้า ห้ามขายบุหรี่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่จำนวนผู้สูบก็ยังสูงอยู่
การสูบบุหรี่เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เป็นความพอใจ เป็นสิทธิและเสรีภาพของคน ตอนสูบบุหรี่และนั่งมองควันลอยอ้อยอิ่งจะเป็นอย่างนั้น แต่พอเริ่มเจ็บป่วยการสูบบุหรี่เริ่มเป็นเรื่องของส่วนรวม เป็นเรื่องของคนในครอบครัว ของญาติพี่น้อง และ ของรัฐบาล นั่นหมายถึงเริ่มเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า มีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ในแต่ละปีประมาณ5.2 หมื่นคน หรือคิดเป็นชั่วโมงละ 6 คน จากผลการศึกษาพบว่าผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพเป็นอย่างดี
ตัวเลขที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ มูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.5% ของจีดีพีประเทศไทย ในจำนวนนี้คิดเป็นค่าใช้จ่ายโดยตรงทางการแพทย์ 10,137 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ค่าใช้จ่ายโดยอ้อมทางการแพทย์ 1,063 ล้านบาท หรือ ประมาณ 2%
นอกจากนี้ การที่ผู้ป่วยต้องขาดงานทำให้เกิดการสูญเสียผลิตภาพ 370 ล้านบาท ผู้ดูแลผู้ป่วยขาดงานทำให้สูญเสียผลิตภาพอีก 147 ล้านบาท การสูญเสียผลิตภาพจากการตายก่อนวัยอันควร 40,464 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจนี้คิดเป็น 13% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด และเมื่อคำนวณปีสุขภาวะที่สูญเสียจากการสูบบุหรี่ พบว่า ผู้สูบบุหรี่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเฉลี่ย 12 ปี
ตัวเลขค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่นี่แหละ ที่ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องของส่วนรวม เนื่องจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะเกิดขึ้นในครอบครัว หากท่านป่วยทำงานไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะตกไปที่ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานท่าน หรือหากผู้ป่วยไม่มีเงินมากพอจะรักษาก็จะต้องใช้สวัสดิการของรัฐ ซึ่งจะต้องจัดงบประมาณนั่นคือนำเอาภาษีของคนทั้งประเทศมาใช้ในการรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยของท่าน
สำหรับท่านที่สูบบุหรี่แต่ยังไม่ป่วย ดิฉันว่าลองจดรายการค่าใช้จ่ายจากการสูบบุหรี่แต่ละเดือนดูว่ามีมากน้อยแค่ไหน จะเห็นว่าเงินเหล่านี้นำมาเก็บออมหรือลงทุนทำให้เงินงอกเงยได้อีก การสูบบุหรี่มีแต่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตอนสูบบุหรี่นี่จะเริ่มหายไปเมื่อท่านเริ่มมีอาการป่วยจากถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด ความดันโลหิตสูง ฯลฯ
แม้จะมีจำนวนผู้สูบบุหรี่เพิ่มเข้ามา แต่ก็มีผู้ที่เลิกบุหรี่เช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้เลิกสูบบุหรี่ประมาณปีละ 2 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายขาดเมื่อไปพบแพทย์
อาการติดบุหรี่นั้น ส่วนใหญ่มาจากการเสพติดสารนิโคตินที่อยู่ในยาสูบ เป็นสารที่มีการกระตุ้นสมองและประสาทส่วนกลาง มีฤทธิ์กดระบบประสาท นอกจากนี้ยังทำให้เส้นเลือดหดตัว มีผลทำให้ความดันโลหิตสูง กระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้นด้วย
นักสูบบางคนคิดว่าอาการป่วยไม่ได้มาจากนิโคติน แต่มาจากสารที่เกิดจากการเผาไหม้คือทาร์ หรือน้ำมันดิน ที่เห็นเป็นคราบบุหรี่นั่นเอง ทาร์จะรวมตัวเป็นเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งโดยตัวของมันเอง ฉะนั้นบางคนก็ย้ายจากสูบบุหรี่มวนไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมีความเชื่อว่าในบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีทาร์ แต่ในทางการแพทย์ไม่เห็นว่าพิษร้ายจะแตกต่างกัน
ดิฉันมีเพื่อนที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ ได้สอบถามและติดตามพฤติกรรม ดิฉันพบว่าเวลาจะสูบบุหรี่นั้นง่ายดายมาก เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของชำก็ซื้อได้แล้ว แต่เมื่อจะเลิกบุหรี่นี่ กรรมวิธียุ่งยากกว่าเยอะ ส่วนใหญ่จะใช้บริการสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 โทรไปขอคำแนะนำว่าทำอย่างไรจะเลิกสูบบุหรี่ได้
ส่วนการไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาล ก็ไม่ใช่จะไปพบแพทย์และรักษาได้เลย ผู้ที่จะไปรักษาการติดบุหรี่ เท่ากับเป็นผู้ป่วย ซึ่งจะต้องพบจิตแพทย์เสียก่อน เพื่อทดสอบความพร้อมของจิตใจว่าถ้าเลิกไปแล้วจะกลับมาสูบใหม่อีกหรือเปล่า ขั้นตอนเหล่านี้ทำให้ผู้ติดบุหรี่หลายคนเปลี่ยนใจเพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนป่วย ไม่ได้เป็นโรคจิต ไปหาหมอครั้งเดียวและเลิกไปเลยก็มี
ทุกวันนี้ผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ จะหาวิธีเยียวยาตัวเองยากมาก หาซื้อหมากฝรั่งนิโคตินมาเคี้ยว หรือแผ่นแปะนิโคตินที่ผิวหนัง เพื่อทดแทนการสูบบุหรี่ ไม่ได้มีขายตามร้านขายยาทั่วไป ต้องให้แพทย์สั่ง แต่เราสามารถหาซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายๆ ในอินเทอร์เน็ต มีขายกันเกลื่อนไปหมดซึ่งเป็นของจริงหรือของปลอมก็ไม่อาจรู้ได้
ดิฉันคิดว่าการรักษาการติดบุหรี่ สำคัญไม่แพ้การรณรงค์ให้คนไม่สูบบุหรี่ ควรจะสร้างบรรยากาศให้ผู้รับการบำบัดรู้สึกว่าการจะไปเลิกบุหรี่สะดวกพอๆ กับการซื้อบุหรี่ ยิ่งสะดวกเท่าไหร่ คนที่จะเลิกบุหรี่ก็จะเดินเข้าไปรักษามากขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่าเลิกบุหรี่ง่ายนิดเดียวกันดีกว่านะคะ







