
หนีภัยแล้งทิ้งนา แห่เข้ากรุงหางานทำ
เกษตรกรอุตรดิตถ์หนีแล้งหางานทำเมืองกรุง น้ำวังเน่าเหม็นหลังเขื่อนกิ่วลมงดปล่อยน้ำ
เกษตรกรอุตรดิตถ์หนีแล้งหางานทำเมืองกรุง น้ำวังเน่าเหม็นหลังเขื่อนกิ่วลมงดปล่อยน้ำ
นายสมชาย บุตรที สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เกษตรกร อ.สามโคก กว่า 25% ต้องอพยพหนีภัยแล้งไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ดีกว่าอยู่ที่บ้านเกิดแล้วต้องอยู่แบบอดอยาก
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการมีแต่เรียกประชุมขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างมีคุณค่า แต่การช่วยเหลือนำน้ำไปแจกจ่ายกลับไม่เคยมีเข้ามา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในแต่ละพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนต้องขนน้ำจากต่างอำเภอเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
“ทุกวันนี้มีแหล่งน้ำที่พอจะสร้างหรือทำให้เป็นน้ำต้นทุนก็ติดปัญหาที่เขตป่าไม้ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นความทุกข์ยากก็ตกอยู่กับประชาชนที่ต้องอดน้ำและเผชิญกับความทุกข์ยาก” ส.อบจ.อุตรดิตถ์ กล่าว
นายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ลำปาง กล่าวว่า ได้สั่งการประสานไปยังโครงการชลประทานลำปางให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนกิ่วลมเพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศ และล้างน้ำเน่าเสียที่ขังอยู่ตามจุดต่างๆ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนในเขตพื้นที่ตัวเมืองลำปางว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากแม่น้ำวังที่ไหลผ่านพื้นที่ จ.ลำปาง แห้งขอดไม่มีระบบน้ำไหลเวียนจึงเกิดน้ำเน่าเหม็นดังกล่าว
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า 8 จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง สำหรับการช่วยเหลือนั้นได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตศูนย์ฯ เขตละ 2 คัน รวม 16 คัน







