
นพดลจวกรัฐไม่จริงใจแก้พระวิหาร
นพดลเปิดแถลงโต้อภิสิทธิ์ จวกรัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหาพระวิหาร แนะดันเป็นรวาระแห่งชาติตั้งกรรมการจากทุกสีมาร่วมแก้ไข
นพดลเปิดแถลงโต้อภิสิทธิ์ จวกรัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหาพระวิหาร แนะดันเป็นรวาระแห่งชาติตั้งกรรมการจากทุกสีมาร่วมแก้ไข
เมื่อ เวลา 13.00 น. นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ได้แจกเอกสารลำดับความเป็นมากรณีปราสาทพระวิหาร ให้กับสื่อมวลชนที่พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยเอกสารดังกล่าว เป็นกระดาษเอ 4 จำนวน 23 แผ่น
ทั้งนี้ นายนพดล แถลงว่า ความจริงอยากอยู่เงียบๆ แต่ถูกใส่ร้ายจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องประสาทเขาพระวิหาร จึงขอชี้แจงความจริงโดยไม่มีความเชื่อ ไม่มีจิตนาการ ไม่มีการใส่ร้ายโดยไม่มีเอกสารทั้งสิ้น
ประเด็นแรกการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องที่กัมพูชาเสนอแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณประสาทพระวิหารที่ขึ้นเป็นทะเบียนมรดกโลกออกไปเป็นปี2554 การเลื่อนออกไปรัฐบาลและนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนไทยที่ไปประชุมทำได้ดีแล้ว ถ้าสมมติจะผนวกดินแดนพื้นที่ทับซ้อนออกไปก็ต้องคัดค้าน และขอเลื่อน แต่ไม่อยากให้มีการฉลองชัยชนะกันจนเกินเหตุว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาล
"ผมไม่เชื่อว่าเรื่องนี้รัฐบาลจะแก้ไขได้ง่ายๆ และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจนถึงการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกปี 2554 เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จ จะได้รู้ว่านายอภิสิทธิ์มีความสามารถในการแก้ไขหรือไม่
นายนพดลกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตรฯ และนายอภิสิทธิ์ โจมตีเรื่องตนลงนามในแถลงการณ์ร่วม เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้ต้องถามว่าทำอะไรไปบ้าง เรื่องการแก้ปัญหาประสาทพระวิหารไม่มีความคืบหน้าใดๆ นายอภิสิทธิ์เคยไปเจรจากับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชาหรือไม่ หรือสั่งให้คณะกรรมการมรดกโลกของไทยเตรียมเอกสารที่จะยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกับกัมพูชาหรือไม่ คำตอบก็ชัดเจนว่าไม่เคยสั่งการหน่วยงานใดๆของรัฐให้ไปดำเนินการ
ส่วนกรณีที่นายกฯกล่าวหาไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมทำให้เสียเปรียบกัมพูชานั้น ขอถามว่านายกฯพูดว่ายึดแผนที่ตามแนวสันปันน้ำทั้งหมด เมื่อหลังศาลโลกตัดสินให้ปราสาทเป็นของกัมพูชา ประเทศไทยก็ได้ยึดแผนที่แอล7017 และในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ ได้ออกพระราชกฤษฎีกาประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีแนบท้ายพื้นที่ใต้ปราสาทพระวิหารรวมให้กับทางกัมพูชาไปแล้วเมื่อปี 2541 เท่ากับว่าเรายกพื้นที่ใต้ปราสาทให้กัมพูชาไปแล้ว
“ถ้าถามนายกฯแล้วตอบว่ายึดแนวสันปันน้ำทั้งหมด ผมก็จะถามต่อว่าทำไมเมื่อปี 2541 ไปทำแผนที่ตัดปราสาทพระวิหารออกไป ถ้านายกฯตอบว่าที่พูดหมายถึงสันปันน้ำแล้วทำไมไปทำแผนที่ตามพระราชกฤษีกา ยกพื้นที่ใต้ปราสาทให้เขาไปด้วย แล้วมาบอกว่าพื้นที่ใต้ปราสาทยังเป็นของไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ไปคิดค่าเช่าจากทางกัมพูชาหรือไม่ หรือสั่งให้กระทรวงต่างประเทศเปลี่ยนท่าทีกับทางกัมพูชาหรือไม่ ซึ่งเส้นเขตแดนไทยจะต้องเป็นเส้นแนวสันปันน้ำทั้งหมด และบอกว่าประสาทพระวิหารมันตั้งอยู่ในขอบเขตประเทศไทย” นายนพดลกล่าว
หากจะขอขึ้นทะเบียนร่วมก็ขอให้สั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมไปทำเอกสาร เพื่อขอยื่นเรื่อง ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯระบุว่าการทำบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูการสำรวจและการปักปันเขตแดนทางบกหรือเอ็มโอยู 2543จะทำให้ไทยเสียพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ที่เป็นพื้นที่ระวางดงรักษ์ทำให้ไทยเสียเปรียบอีกหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ต้องให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯก็ควรเรียกร้องให้เป็นไปตามกรอบ
"ขอให้นายอภิสิทธิ์ดำเนินการเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดยตั้งคณะกรรมการที่มาจากทุกสี ทุกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมที่จะพิจารณา เพื่อป้องกันปลุกระแสคลั่งชาติ ทั้งฝ่ายค้านและตนยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อให้ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศกลับมาเหมือนเดิม
ด้าน นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ แถลงยืนยันว่า MOU ที่ไทยลงนามกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 ไม่มีผลทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน เนื่องจาก MOU ฉบับดังกล่าวไม่ใช่การยอมรับแผนที่ในสัดส่วน 1:200,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศส เกินคำพิพากษาของศาลโลก แต่เป็นเพียงกรอบที่จะทำให้เกิดการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี และเป็นเครื่องมือเพียงสิ่งเดียวที่มีอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้มั่นใจว่าเป็นปัจจัยทำให้ประเทศที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกตระหนักว่า การเจรจาเขตแดนไทย-กัมพูชายังไม่แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างดำเนินการ จนมีมติเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นปีหน้า







