
อ่างเก็บน้ำบุรีรัมย์ 22 แห่งยังอยู่ในขั้นวิกฤต
ชลประทานวอนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดเนื่องจากปริมาณน้ำที่กักเก็บยังอยู่ในขั้นวิกฤตเหลือใช้เพียง 40%
ชลประทานวอนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดเนื่องจากปริมาณน้ำที่กักเก็บยังอยู่ในขั้นวิกฤตเหลือใช้เพียง 40%
นายยงศักดิ์ ประภาพันธ์ศักดิ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า แม้ทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มาตั้งฐานปฏิบัติการฝนหลวงที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อ.สตึก แต่ยังประสบปัญหาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้ฝนตกน้อยไม่ครอบคลุม ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 22 อ่าง มีน้ำกักเก็บในอ่างเฉลี่ยเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด
ทั้งนี้หากเปรียบเทียบในห้วงเดียวกัน พบว่าปีนี้ปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเกือบครึ่ง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ในการใช้ผลิตประปาบริการประชาชนในเขต อ.เมือง ห้วยราช และ อ.บ้านด่าน รวมความจุทั้ง 2 อ่าง กว่า 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันเหลือน้ำกักเก็บเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งยังอยู่ในขั้นวิกฤต โดยทางชลประทานต้องใช้น้ำดิบในการผลิตประปาเฉลี่ยวันละ 20,000 ลูกบาศก์เมตร ประกอบกับมีการระเหยรั่วซึมอีกวันละกว่าหมื่นลูกบาศก์เมตร และหากฝนตกน้อยจะส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งได้
ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ประกอบกับการทำฝนหลวงประสบปัญหาสภาพอากาศไม่อำนวย ฝนตกไม่ครอบคลุม ทำให้น้ำฝนลงสู่อ่างน้อย จึงเตือนให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำดิบที่จะผลิตประปาช่วงหน้าแล้งได้
สำหรับพื้นที่การเกษตรในเขตบริการของชลประทาน ที่ผ่านมาทางชลประทานก็ได้มีการปล่อยน้ำให้เกษตรกร เพื่อใช้ในการตกกล้าไปแล้วประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรอฝนที่จะตกลงมาหล่อเลี้ยง แต่ในช่วงนี้ก็ได้สั่งการให้ทุกอ่างชะลอการปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรไว้ก่อน จนกว่าจะมีฝนตกลงมาและมีน้ำเพียงพอ เพราะเกรงว่าน้ำไม่เพียงพอใช้การอุปโภคบริโภค







