
บทบาท ธปท.
เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความผันผวนมาก รัฐบาลต้องใช้ฝีมือในการบริหารเศรษฐกิจแบบพลิกตำราเศรษฐศาสตร์ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลดำเนินการแบบเดิมๆ อาจจะไม่ได้ผลที่จะพยุงเศรษฐกิจได้อีกต่อไป
เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความผันผวนมาก รัฐบาลต้องใช้ฝีมือในการบริหารเศรษฐกิจแบบพลิกตำราเศรษฐศาสตร์ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลดำเนินการแบบเดิมๆ อาจจะไม่ได้ผลที่จะพยุงเศรษฐกิจได้อีกต่อไป
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตามตำราเริ่มไม่ได้ผล รัฐบาลหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เริ่มใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ เพื่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น ก็ไม่มีการลงทุนเพิ่ม ทุกประเทศพยายามใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ได้ผลเป็นบางช่วง ส่วนสหรัฐอเมริกาที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอยู่ประเทศเดียว ในที่สุดก็จะไปไม่ไหว เพราะคู่ค้าแย่หมด
ผลจากการไปไม่ไหวของสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าปีนี้อาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง จากเดิมที่คิดจะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าทันที ดันให้ค่าเงินสกุลอื่นแข็งค่าสวนทางไป และทำให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่อีกรอบ ตั้งแต่ต้นปีมีเงินไหลเข้ามาซื้อพันธบัตรของไทยมากกว่า 3 แสนล้านบาทแล้ว และยังมีไหลเข้าไปในตลาดหุ้นอีกบางส่วน
ภาวะเช่นนี้เป็นภาวะที่ผู้บริหารเศรษฐกิจไม่น่าจะสบายใจ เพราะเงินร้อนเหล่านี้ไหลเข้ามาและก็พร้อมจะไหลออกตลอดเวลา และมาดันให้เงินบาทแข็งค่าจะยิ่งทำให้การส่งออกของไทยแย่ลงไปอีก จากที่แย่มากต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นตัวเร่งให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยเร็วขึ้นว่าถึงเวลาเหมาะสมที่จะลดดอกเบี้ยหรือยัง
นอกจากนี้ นักวิชาการได้เริ่มมีการแนะนำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทบทวนนโยบายการเงิน แทนที่จะใช้เงินเฟ้อเป็นเป้าหมาย ก็ควรจะหันมาใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเป้าหมายแทน เพราะจะทำให้การส่งออกและภาคการค้าและภาคบริการระหว่างประเทศของไทยดีขึ้น
แม้จะมีการแนะนำให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินชั่วคราว จนกว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับสู่ภาวะปกติ ก็ไม่มีอะไรที่จะบอกว่า ธปท.ควรจะเสี่ยงในการดำเนินนโยบายดังกล่าว และไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะประสบความสำเร็จ หากทำแล้วผิด ไม่แคล้วที่ ธปท.จะได้ก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้
อย่างไรก็ดี จากสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป การใช้นโยบายแบบดั้งเดิมก็อาจจะไม่เหมาะสมในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงเงินร้อนไหลเข้ามานี้ หากยังไม่มากจนเป็นปัญหาก็สามารถที่จะปล่อยไปได้ แต่หากไหลเข้ามาจนทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจ การปล่อยให้เงินเข้ามาอย่างไร้การควบคุมก็เป็นอันตรายเช่นกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจขณะนี้เป็นบททดสอบฝีมือการบริหารนโยบายการเงินของนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ที่ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งยังไม่เจอบททดสอบที่หินมาก แต่นับจากนี้ไป ธปท.จะมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น การจะให้กระทรวงการคลังใช้นโยบายการคลังพยุงเศรษฐกิจไปเพียงลำพัง คงจะไม่เหมาะสมอีกต่อไป







