posttoday
เมื่อพระลูกวัดยึดอำนาจเจ้าอาวาส

เมื่อพระลูกวัดยึดอำนาจเจ้าอาวาส

20 มีนาคม 2559

เมื่อ พ.ศ. 2477 เกิดเหตุระทึกขึ้นในพระสงฆ์คณะธรรมยุต เมื่อมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งยึดอำนาจเจ้าอาวาส

โดย...ส.สต

ยึดอำนาจเจ้าอาวาส

เมื่อ พ.ศ. 2477 เกิดเหตุระทึกขึ้นในพระสงฆ์คณะธรรมยุต เมื่อมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งยึดอำนาจเจ้าอาวาส เป็นเหตุให้เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต บอกให้กรมธรรมการไล่พระออกจากวัดทั้งหมดแล้วยุบวัดนั้นไปเลย

วัดที่ว่านี้คือวัดดวงแข ถนนจารุเมือง อยู่ใกล้กับสถานีหัวลำโพง แต่ได้กลับมาเป็นวัดโดยสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อญาติโยมเรียกร้อง โดยพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารให้การช่วยเหลืออย่างดี

เรื่องพระลูกวัดยึดอำนาจเจ้าอาวาสและยุบวัด ปรากฏในงานวิจัยเรื่องพัฒนาการการปกครองคณะสงฆ์ไทย พ.ศ. 2484-2505 โดยพระมหาวรายุทธ สายทอง เสนออาจารย์ ดร.ดวงเดือน นาราสังข์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) ปีการศึกษา 2543 ในหัวข้อรูปแบบการปกครองภายใต้พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 โดยกล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีปัญหาหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความไม่เสมอภาคในการปกครองระหว่างมหานิกายและธรรมยุต ในขณะที่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต้องการให้การปกครองคณะสงฆ์ใหม่สอดคล้องกับการปกครองของฝ่ายราชอาณาจักร

เมื่อมีปัญหาก็แก้กันไปตามอำนาจที่มีในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช จนกระทั่งวันที่ 24 มิ.ย. 2475 คณะราษฎรยึดอำนาจการปกครอง เปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำให้มีผลต่อจิตใจของประชาชนทุกระดับชั้น และพร้อมกันนั้นก็ก่อให้เกิดความตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตยทั้งกลุ่มประชาชนและพระสงฆ์

ในส่วนของพระสงฆ์มีการเคลื่อนไหวหลายลักษณะ เช่น เกิดการขัดแย้งระหว่างพระลูกวัด กับเจ้าอาวาส โดยพระลูกวัดเคลื่อนไหวขอความเป็นธรรมในการปกครองจากเจ้าอาวาส ดังเช่นกรณีวัดปทุมวนารามและวัดดวงแข ซึ่งผู้ทำการวิจัยค้นมาเล่าดังนี้

วัดปทุมวนาราม เจอก่อน

แท้จริงแล้ว การตื่นตัวของคณะสงฆ์ในการปกครองมีขึ้นก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อพระหล้า โสภิโต เป็นแกนนำในการรวบรวมพระภิกษุสามเณรภายในวัดปทุมวนาราม ทำการยึดอำนาจการปกครองวัดจากพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ในเดือน มี.ค. 2475 จากเหตุยึดอำนาจดังกล่าว ทำให้คณะธรรมยุติกนิกาย โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รับสั่งเรียกประชุมกรรมการคณะธรรมยุติกนิกาย ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันที่ 9 มี.ค. 2475 และมีมติให้ปัพพาชนียกรรม (ขับไล่) พระหล้า โสภิโต และพรรคพวกที่ทำการยึดอำนาจการปกครองจากเจ้าอาวาสออกจากวัด ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ รับสั่งว่า “พวกภิกษุที่ก่อการจะล้มล้างเจ้าอาวาสเจ้าคณะตามลำพัง ไม่ตักเตือนและเสนอรายงานแก่ประมุขสงฆ์ตามลำพังดังกล่าวแล้ว แม้เป็นด้วยเจ้าอาวาสเจ้าคณะประพฤติไม่ชอบก็ตาม ก็เป็นอันไม่เคารพนับถือประมุขสงฆ์ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นทางที่จะทำให้สงฆ์แตกกันเป็นคณะ ซึ่งเป็นอาการแห่งสังฆเภท อนันตริยกรรมมีโทษอย่างหนัก...”

พระหล้า โสภิโต กับคณะ เมื่อถูกขับไล่จากวัดปทุมวนาราม ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดดวงแข ซึ่งสังกัดคณะธรรมยุติกนิกายเหมือนกัน

เมื่อพระลูกวัดยึดอำนาจเจ้าอาวาส พระครูเขมบัณฑิต เจ้าอาวาส

 

 

ยุบวัดดวงแข

เมื่อคณะราษฎรยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ 24 มิ.ย. 2475 กระแสทางการเมืองและความเสมอภาคอยู่ในใจพระหล้า โสภิโต ตลอด เพราะเคยยึดอำนาจเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามมาก่อนคณะราษฎรจะยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองถึง 3 เดือน ดังนั้นเมื่อมาอยู่วัดดวงแข จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกซึ่งเป็นพระภิกษุสามเณรภายในวัดยึดอำนาจเจ้าอาวาสวัดดวงแข พ.ศ. 2477 แต่ไม่สำเร็จ เพราะสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกนิกาย ได้ทรงทำหนังสือถึงพระราชธรรมนิเทศ อธิบดีกรมธรรมการ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2477 โดยทรงขอให้กรมธรรมการช่วยกำจัดพระหล้า โสภิโต

เมื่อกรมธรรมการได้รับหนังสือแล้วจึงทำการยุบวัดดวงแข โดยการขับไล่พระภิกษุสามเณรภายในวัดดวงแขออกไปเสียจากวัดทั้งหมด ตามคำสั่งกระทรวงธรรมการ เรื่อง ให้ภิกษุสามเณรทั้งหมดในวัดดวงแขออกจากวัดดวงแข ความตอนหนึ่งว่า “...ภิกษุสามเณรในวัดดวงแข ก่อความยุ่งยากทำให้คณะธรรมยุติกนิกายเสียชื่อไม่สร่างซามาช้านาน... อาศัยอำนาจความตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 ให้ภิกษุสามเณรทั้งหมดในวัดดวงแข ออกไปจากวัดดวงแขภายในเดือน มี.ค. 2477 วัดนี้จึงเหลือแต่ชื่อ

ประวัติวัดดวงแข

วัดดวงแขเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะธรรมยุต ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2370 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2370 เช่นกัน มีที่ตั้งวัดและที่ธรณีพระสงฆ์ 11 ไร่ 2 งาน 72 ตารางวา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมชื่อว่า “วัดแค” ต่อมาทางคณะสงฆ์เห็นว่านามวัดคล้ายกันอยู่หลายวัด จึงเปลี่ยนเป็น “วัดดวงแข” เมื่อประมาณ พ.ศ. 2460

การยึดอำนาจเจ้าอาวาส และการยุบวัดน่าจะเกิดในช่วงที่พระมหาอ่วม เป็นเจ้าอาวาส ส่วนการยกฐานะเป็นวัดมีพระสงฆ์อีกครั้งคงอยู่ในช่วง พ.ศ. 2484

ปัจจุบันพระครูเขมบัณฑิต เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2540 จนถึงปัจจุบัน

พระครูเขมบัณฑิต (บัณฑิต นกงาม) อายุ 79 ปี มีประวัติน่าสนใจคือเป็นชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบางคณฑีนอก จ.สมุทรสงคราม อุปสมบท ณ วิสุงคามสีมาปฐมฤกษ์ของวัดพุทธบูชา แขวงบางมด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2500 โดยมีพระพรหมมุนี (ผิน) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ เคยเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่เทศก์ ที่ จ.ภูเก็ต 2 ปี

พ.ศ. 2510 ได้ย้ายเข้ามาอยู่วัดดวงแข ได้ช่วยเหลืองานเลขานุการเจ้าคณะเขตพระนครเป็นเวลา 10 ปี สมัยที่พระญาณวิสุทธิเถร (รัตน์ ตุฏฺฐจิตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดดวงแข เป็นเจ้าคณะเขตพระนคร

ผู้เขียนกราบเรียนถามว่า หลังจากถูกยุบได้ถูกยกเป็นวัดอีกครั้งเมื่อใด ท่านบอกว่าทางวัดไม่มีบันทึกเรื่องดังกล่าว แต่เชื่อว่าพระพรหมมุนี (ผิน) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวหาร ต้องมีส่วนช่วยให้เป็นวัดมีพระสงฆ์แน่นอน เพราะท่านช่วยวัดนี้เสมอมาในระยะหลังๆ  

ปัจจุบันวัดดวงแขเป็นวัดที่มีชื่อว่าเป็นวัดที่มีพระสอบได้เปรียญธรรมหลายรูป เป็นสำนักปฏิบัติธรรม และเป็นที่ตั้งสถานีโทรทัศน์พระพุทธศาสนา ในสังกัดของมหาเถรสมาคม หรือ DDTV

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท