posttoday
อาจารย์ป๋วยในสายตา ‘ดร.วิรไท สันติประภพ’

อาจารย์ป๋วยในสายตา ‘ดร.วิรไท สันติประภพ’

20 มีนาคม 2559

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวปัจฉิมกถาในโอกาส 100 ปีชาตกาล

โดย...ขุนอิน

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวปัจฉิมกถาในโอกาส 100 ปีชาตกาล ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ภายใต้หัวข้อ “อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในสายตาคนรุ่นหลัง” ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้

ดร.วิรไท เผยว่า ตนไม่เคยพบกับอาจารย์ป๋วย ไม่มีโอกาสได้เรียนหรือทำงานกับท่าน แต่โชคดีที่ได้รับการถ่ายทอดอิทธิพลทางความคิดผ่านครูบาอาจารย์นักวิชาการหลายคนซึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์ป๋วย

ดร.วิรไท ได้พูดถึงอาจารย์ป๋วยใน 2 มิติสำคัญ ประกอบด้วย

มิติแรก ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ที่มีโอกาสเข้ามาบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ

ประเด็นแรกคือ ความจำเป็นของการสร้างความน่าเชื่อถือของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจในสายตาประชาชน ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ยินเสียงบ่นบ่อยครั้งว่าหน่วยงานของรัฐไม่สามารถต้านทานอำนาจทางการเมืองที่มุ่งทำนโยบายประชานิยมที่ไม่ถูกไม่ควร หรือมุ่งทำนโยบายที่แก้ปัญหาระยะสั้นซึ่งเป็นปลายเหตุ ไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศได้ในระยะยาว

แต่ช่วงที่อาจารย์ป๋วยดำรงตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านยืนหยัดบนหลักการของความถูกต้อง กล้าหาญที่จะให้ความเห็นขัดแย้ง หรือไม่ยอมทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจทางการเมือง หากเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ถูกไม่ควร การยึดหลักความถูกต้องนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือจากประชาชน

ประเด็นที่สอง การสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากภายนอกประเทศ อาจารย์ป๋วยมองว่าไทยจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ ต้องเรียนรู้แนวคิด ประสบการณ์ การค้า การลงทุน และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพราะโลกมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น

ประเด็นที่สาม การสร้างสมดุลและให้ความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วง 12 ปีที่อาจารย์ป๋วยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านได้บริหารเศรษฐกิจมหภาคด้วยความระมัดระวัง ให้ความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพ ส่งผลให้เศรษฐกิจช่วงนั้นขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเสถียรภาพทางการเงินก็อยู่ในระดับดี

ประเด็นที่สี่ ต้องพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน หรือ Inclusive Growth อาจารย์ป๋วยมองว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การกระจายผลประโยชน์ของการพัฒนาและการเอารัดเอาเปรียบรูปแบบต่างๆ ที่นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม

ประเด็นที่ห้า อาจารย์ป๋วยให้ความสำคัญต่อการมองการณ์ไกลไปในอนาคต ด้วยการวางรากฐานสถาบันทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

มิติที่สอง มิติของคนไทยรุ่นหลังที่อยากจะเห็นสังคมไทยก้าวไปสู่สังคมอันพึงปรารถนา

ประเด็นแรก การมุ่งหาความสุขจากภายใน อาจารย์ป๋วยดำรงชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย สะสมความรู้ ความดี ไม่สะสมทรัพย์สมบัติ ท่านเป็นตัวอย่างของการสร้างความสุขจากภายใน โดยไม่ติดอยู่กับวัตถุนิยม หรือลาภ ยศ สรรเสริญ ซึ่งสังคมไทยในปัจจุบันยังขาดอยู่มาก

ดังที่ท่านเคยเขียนไว้ในตอนหนึ่งว่า

“เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใช้ในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้เลี้ยงไว้ให้โต แต่ลูกโตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้ประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่นๆ บ้าง ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัย และอย่าทำพิธีรีตองในงานศพให้วุ่นวายไป นี่แหละคือความหมายแห่งชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน”

การมุ่งหาความสุขจากภายในจะทำให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันในใจต่อสู้กับโลกปัจจุบันที่มีสิ่งเร้าจากภายนอกมากขึ้น ส่งผลให้สังคมไทยจะสามารถก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้ไม่ยาก

ประเด็นที่สอง การที่คนไทยต้องคำนึงถึงสังคมให้มากขึ้น ปัจจุบันคนไทยรุ่นใหม่มีความสนใจสังคมรอบตัวน้อยมาก หรือเรียกว่า Generation Me ที่คำนึงถึงตัวเองหรือโทรศัพท์มือถือของตัวเองเป็นสำคัญ

ในประเด็นนี้ อาจารย์ป๋วยเป็นต้นแบบของการสร้างคุณค่าให้ชีวิตจากการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และการทำงานด้วยจิตอาสาตั้งแต่สมัยที่ท่านเข้าร่วมเป็นเสรีไทย และต้องทำงานเสี่ยงชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องจิตอาสานี้เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ที่ต้องช่วยกันปลูกฝังค่านิยมจิตอาสาให้กับคนรุ่นใหม่ในทุกสถาบัน ไม่ใช่แข่งขันกันหรือมุ่งหาเฉพาะประโยชน์ส่วนตนในระยะสั้นเท่านั้น

นอกจากคำนึงถึงสังคมแล้ว ท่านยังเน้นเรื่องคุณธรรม โดยเฉพาะคุณธรรมความดีที่เป็นสากลคือ การไม่เบียดเบียนประทุษร้ายต่อกัน ความซื่อสัตย์สุจริต และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ดร.วิรไท ทิ้งท้ายว่า ถ้าคนไทยรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้และนำเอาหลักคิด หลักการใช้ชีวิตของอาจารย์ป๋วยมาถือปฏิบัติแล้ว จะเกิดแรงบันดาลใจ และเห็นแนวทางที่จะช่วยกันทำให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมอันพึงปรารถนาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท