
นักสืบออนไลน์ ไขคดีเบนซ์ซิ่ง
จากอิทธิพลของสังคมออนไลน์ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอย่างหลากหลายถึงกรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเอส
จากอิทธิพลของสังคมออนไลน์ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอย่างหลากหลายถึงกรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเอส สีดำ ของ เจนภพ วีรพร ซึ่งเป็นผู้ขับซิ่งฝ่านรกพุ่งชนเข้ากับรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า อย่างรุนแรงจนเกิดไฟลุกท่วมรถยนต์คันที่ถูกชนทันที โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณช่องทางด้านซ้ายบนถนนพหลโยธินขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 52-53 ใต้ต่างระดับบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้
คดีนี้สร้างความสะเทือนขวัญ เมื่อผลของอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา ไม่ตรวจสอบวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ของเจนภพเพื่อเก็บเป็นหลักฐานในเบื้องต้นหลังเกิดเหตุ โดยอ้างว่าผู้ต้องหาสามารถปฏิเสธไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ตามสิทธิส่วนบุคคล
ด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตรวจสอบได้อีกว่า รถเบนซ์ของเจนภพวิ่งมาด้วยความเร็วเท่าใด เพราะได้มีการถอดแบตเตอรี่ไฟของรถออก จึงทำให้ตัวเลขบนมาตรวัดความเร็วลบหายไป
จากข้อมูลหลักฐานสำคัญที่ขาดหาย ทำให้สังคมออนไลน์ตั้งคำถามว่าคดีเช่นนี้จะจบลงอย่างไม่เป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว จึงได้เกิดนักสืบออนไลน์คิดวิเคราะห์ความเร็วของรถเบนซ์ โดยใช้สูตรฟิสิกส์คำนวณวัดจากขนาดความกว้างของถนนคอนกรีต เปรียบเทียบกับวินาทีที่รถยนต์ทั้งสองชนกันเพื่อหาค่าความเร็ว ซึ่งผลออกมาคาดว่าเจนภพซิ่งมาด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 180-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม คดีอยู่ระหว่างการสืบสวน โดยศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอนุญาตให้เจนภพประกันตัวได้ แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศและห้ามขับขี่รถทุกประเภท ขณะที่สังคมออนไลน์ยังคงตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต
เรื่องถัดมาใครได้เห็นคลิปวิดีโอภาพและเสียง พฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ภัตตาคารอาหารแห่งหนึ่ง ภายในอาคารคิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ เป็นต้องตกตะลึงกันทุกคน เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวกว่า 10 คน รุมเบียดเสียดพากันใช้จานตักโกยกุ้งต้มจำนวนมากไปรับประทาน ซึ่งบางคนตักไป 2-3 จานซ้อนกัน จากนั้นปรากฏภาพกุ้งบนโต๊ะอาหารวางเกลื่อนเพราะรับประทานไม่หมด
ภายหลังวิดีโอถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างพากันแสดงความคิดเห็นตำหนิพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนว่าไม่เหมาะสม ไร้มารยาท ขณะที่ความเห็นบางส่วนระบุว่า กุ้งในประเทศจีนมีราคาแพงจึงไม่แปลกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนทางโรงแรมแจ้งว่าได้แบ่งพื้นที่ชาวจีนออกจากกลุ่มลูกค้าทั่วไปแล้ว เพื่อคลายความกังวลของนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ
เป็นอีกครั้งที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นใกล้กับหัวจ่ายน้ำมันภายในสถานบริการเติมน้ำมัน โดยเกิดจากลูกค้ารายหนึ่งนำโทรศัพท์มือถือเก็บไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ขณะเติมน้ำมัน จากนั้นได้มีสายเรียกเข้าโทรศัพท์แต่ยังไม่ทันได้รับ ปรากฏว่าไอน้ำมันเชื้อเพลิงทำปฏิกิริยาจนเกิดประกายไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว เคราะห์ดีที่พนักงานภายในปั๊มมีสติจึงรีบช่วยกันดับไฟเอาไว้ได้ ภาพเหตุการณ์นี้ถูกส่งแจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังเก็บโทรศัพท์มือถือให้มิดชิดระหว่างเติมน้ำมัน เพราะอาจเกิดอันตรายเช่นนี้ขึ้นอีก
นับได้ว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเมื่อมีผู้เผยแพร่ภาพของไพโรจน์ ทินโน ลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตำแหน่งพนักงานเทศกิจ สังกัดฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตปทุมวัน เข้าจับกุมชาวต่างชาติที่ทิ้งขยะลงคลองหลอด ซึ่งอยู่ในเขตพระนคร ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของตัวเอง จากนั้นยังหยิบเงินจากกระเป๋าของอีกฝ่ายไปเป็นจำนวนนับพันบาท ท่ามกลางการห้ามปรามของผู้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
แต่จากกระแสสังคมตรวจสอบกดดันทำให้ กทม. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียอย่างมาก โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. มีคำสั่งให้เทศกิจฉกเงินในภาพออกจากราชการไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุป
ปิดท้ายด้วยการเตือนภัยผู้หญิงที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากกระเป๋ารถเมล์สาย 8 แสดงพฤติกรรมลวนลามทางเพศ ด้วยการเข้ามานั่งเบียดแนบชิดขณะเก็บเงิน พร้อมขยับมือลูบคลำต้นขา ในที่สุดเธอทนไม่ไหวต้องถ่ายรูปส่งให้เพื่อนดู ก่อนจะลุกขึ้นเดินหนี ทว่าพนักงานกระเป๋ารายนี้ยังเดินตามมา สุดท้ายเธอตัดสินใจขอลงจากรถในทันที เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกกับผู้หญิงที่ต้องเดินทางคนเดียวด้วยรถโดยสารสาธารณะเป็นอย่างมาก







