
สินค้าไฮเอนด์ ขายดีไม่มีวันตาย
แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่กำลังซื้อระดับบนยังคงแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งในตัวหลักสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ
โดย...ทีมข่าวธุรกิจ-ตลาดโพสต์ทูเดย์
แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่กำลังซื้อระดับบนยังคงแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งในตัวหลักสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดสินค้าในระดับไฮเอนด์ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และเป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่เคยตายไปจากตลาด แต่ตัวสินค้าและวิธีการทำตลาดต้องมีความพิเศษที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป
อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับเพชรยูบิลลี่ กล่าวว่า กลยุทธ์ตลาดสำหรับเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน บริษัทต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นสีของเพชร ขนาดกะรัต และการออกแบบต้องตอบโจทย์ความต้องการ แม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง แต่ขณะเดียวกันก็มองถึงความคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย และคนกลุ่มนี้ต้องการการดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการบริการหลังการขาย
ขณะที่ ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ บอกว่า ในฐานะนักธุรกิจสินค้าลักซ์ชัวรี่ จำเป็นต้องเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสมกับระดับราคา ไม่ใช่ว่าแพงอย่างเดียว แต่คุณภาพสินค้าต้องดีเยี่ยม สามารถใช้งานเป็นระยะเวลานาน เมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไปการใช้งานระยะเวลาสั้น นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้สินค้าที่มีราคาแพงยังขายได้อยู่ทุกเวลา
ด้าน ชลวิทย์ สุขอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาดผลิตภัณฑ์สิงห์ไลฟ์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์สิงห์ไลฟ์ ให้ความเห็นว่า การทำตลาดสำหรับกลุ่มคนรวยต้องสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับก่อน ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์และมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ทำให้สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ซื้อ อาทิ แบรนด์วางตำแหน่งตลาดเรียบหรู หรือตำแหน่งหรูหราอลังการ ในขณะที่สินค้าต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานระดับโลก และการออกแบบที่รับกับยุคกับสมัย หรือไม่ว่าจะหยิบขึ้นมาใช้ก็ดูทันสมัยตลอดเวลา
เช่นเดียวกับโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ที่ยังคงเป็นสินค้าที่มีความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซา เนื่องจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับบนนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านหรูอย่างต่อเนื่อง
ชนินทร์ รุ่งเรืองพัฒนา ผู้จัดการฝ่าย กลุ่มโครงการ 1 บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า จากการทำตลาดบ้านหรูแบรนด์ “ลดาวัลย์” มากว่า 30 ปี ซึ่งเป็นแบรนด์หรูสุดของบริษัทในระดับราคา 50-150 ล้านบาท โดยลูกค้ากลุ่มบ้านหรูเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเงินเย็นที่พร้อมตัดสินใจซื้อ
ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตลาดบ้านหรูระดับราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป ยังไปได้ต่อเนื่อง เพราะคนที่มีกำลังซื้อสูงยังตัดสินใจซื้อต่อเนื่อง คาดว่าตลาดนี้จะเติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% โดยคนกลุ่มนี้ยังมีฐานการเงินที่แข็งแรงมาก สะท้อนได้จากยอดขายบ้านระดับราคา 15 ล้านบาทขึ้นไปของกลุ่มเอสซีฯ กว่า 50% คนซื้อจ่ายเป็นเงินสด ส่วนอีก 50% ที่ยื่นกู้ เพราะต้องการนำเงินกู้ไปต่อยอดธุรกิจ
สุรัตน์ กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ตลาดบ้านสร้างเองหลังละ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วน 9% ของตลาดรวมรับสร้างบ้าน หรือมูลค่าราว 670 ล้านบาท ในปี 2558 ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและมีแผนการสร้างบ้านไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงคาดว่าปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ 10% โดยในช่วง 2 เดือนแรกตลาดนี้ก็ยังมีสัญญาณที่ดี และบริษัทยังอยู่ระหว่างได้รับงานสั่งสร้างบ้านหรูหลังใหม่ที่จะมีราคาแพงที่สุดที่บริษัทเคยก่อสร้างมา
สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า สาเหตุที่สินค้าระดับไฮเอนด์นั้นยังขายดี เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซา โดยกลุ่มลูกค้าที่ซื้อโครงการระดับไฮเอนด์นั้นจะดูที่คุณภาพของโครงการเป็นหลัก และไม่ใช้ราคาขายมาเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งลูกค้าระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นในชื่อเสียงของผู้ประกอบการจึงตัดสินใจซื้อในทันที ขณะเดียวกันมีลูกค้าหลายรายจะรอจนกว่าสินค้าเสร็จแล้วจึงตัดสินใจ แม้ว่าราคาขายนั้นจะแพงกว่าในช่วงที่เปิดพรีเซลส์ก็ยอมซื้อ เนื่องจากต้องการเห็นคุณภาพของตัวสินค้าจริงก่อนซื้อ
อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการพัฒนาโครงการอสังหาฯ คือ ทำเล โดยเฉพาะโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่นั้น ต้องตั้งอยู่ใจกลางเมืองและนับวันที่ดินแปลงงามใจกลางเมือง แต่ที่ดินแปลงงามนั้นนับวันจะหาได้ยากเต็มที จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการคอนโดที่แพงที่สุดในประเทศเวลานี้ คือ โครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ บนพื้นที่ 2 ไร่ ราคาขายเฉลี่ย 5.5 แสนบาท/ตารางเมตร ปัจจุบันมียอดขายกว่า 20%
ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำแค่ไหน สินค้าไฮเอนด์ก็ยังขายดี และเป็นตลาดที่ไม่มีวันตายแน่นอน







