
ประชุมวุฒิฯวันแรกเดือด
วุฒิสภา ดุตั้งแต่วันแรก "เรืองไกร" ฉะที่ปรึกษากม.ประธานวุฒิทำงานขัดรธน.266 ปมค้ำเก้าอี้สตง.ให้ จารุวรรณ
วุฒิสภา ดุตั้งแต่วันแรก "เรืองไกร" ฉะที่ปรึกษากม.ประธานวุฒิทำงานขัดรธน.266 ปมค้ำเก้าอี้สตง.ให้ จารุวรรณ
ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภาเป็นครั้งแรกภายหลังมีพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาอีก 30 วันเพื่อตรวจสอบคำร้องขอให้ถอดถอนพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง นายการุณ โหสกุลส.ส.กทม. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากกลุ่มที่ยื่นคำร้องเข้ามายังอยู่ในระหว่างกระบวนการรวบรวมรายชื่อจำนวน 2 หมื่นรายชื่อ ซึ่งนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะครบกำหนดในวันที่ 18 ส.ค.นี้
สำหรับคำร้องขอถอดถอนดังกล่าวนี้ยื่นโดยนายแพทย์ ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน หรือ กลุ่มคนเสื้อหลากสี
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบกับการขยายเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ออกไปอีก 180 วัน
จากนั้นการประชุมวุฒิสภาก็ตกอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ ได้ขอให้ประธานวุฒิสภาชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานวุฒิสภา ที่มีไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา เป็นประธาน ที่มีความเห็นว่าคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คนใหม่ โดยอ้างประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 29
เช่นเดียวกับ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายมีในระดับใดเพราะที่ผ่านมามีการอ้างความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาชุดนี้เพื่ออยู่ในตำแหน่งต่อไป และยังมีข้อสงสัยว่าการทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 หรือไม่
"เรื่องนี้ในสตง.ก็เป็นข่าว สื่อมวลชนก็สนใจ แล้วคณะกรรมการที่ปรึกษาประธานวุฒิสภาใช้สถานะอะไร เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 หรือเปล่า ไปก้าวก่ายอะไรเขาหรือเปล่า"นายเรืองไกร กล่าว
นายประสพสุข ชี้แจงว่า การพิจารณาเรื่องตำแหน่งผู้ว่าฯสตง.นั้นเป็นเรื่องที่ส่งมาจากสตง.เพื่อให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาจึงได้ส่งเรื่องให้ที่ปรึกษากฎหมายพิจารณา ซึ่งเมื่อที่ปรึกษาพิจารณาและเสนอความเห็นมาแล้วก็ได้รับทราบเท่านั้น ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างไร ส่วนความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายเป็นเพียงความเห็นไม่มีส่วนผูกพันทางกฎหมาย และที่สำคัญเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา
ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องที่ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะที่ปรึกษากฎหมายมีความถูกต้องหรือไม่ ขอเรียนว่า ถูกต้องทุกประการ รองรับด้วยข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา อำนาจของประธานวุฒิสภา การพิจารณาได้ทำอย่างถูกต้องทุกประการ
“ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากผู้ว่าสตง. แต่อาจเกิดจากผู้ผิดหวังบางคน ที่ผิดหวัง หรือเสียประโยชน์ ไม่ได้ตำแหน่ง หรือบางคนที่ชักใยอยู่ข้างหลังที่ต้องการสิ่งที่ไม่ถูกต้องในกระบวนการที่ ไม่ถูกต้อง หนังสือของที่ปรึกษากฎหมายเป็นแค่ความเห็นทางกฎหมาย ผลจะมีหรือไม่อยู่ที่ผู้อ่านว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ทั้งหมดไม่ใช่ความเห็นชี้ขาด สิ่งที่จะชี้ขาดได้มีเพียงคำสั่งศาล” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปโดยโปร่งใส ส่วนถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นว่าคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายทำหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 ก็ขอให้ไปฟ้องตามกระบวนการยุติธรรมได้ไม่มีปัญหาอะไร







