
สว.ก่อวิกฤต?
อ่านชื่อบทความแล้วอย่าเพิ่งไปคิดว่ากำลังจะกล่าวหาว่าใคร โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะไปก่อปัญหาให้กับใครนะครับ
โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก
อ่านชื่อบทความแล้วอย่าเพิ่งไปคิดว่ากำลังจะกล่าวหาว่าใคร โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะไปก่อปัญหาให้กับใครนะครับ ยังไม่ได้สรุปจึงเป็นที่มาของเครื่องหมาย “?” ที่อยู่ในชื่อ ซึ่งได้คุยกันไปคราวที่แล้วว่า สว.จะเข้ามาแก้วิกฤตอย่างไร แต่มาถึงวันที่ผ่านการอ่านข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีไปถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็เลยต้องขึ้นหัวข้อมาใหม่ เพราะบรรดาข้อเสนอทั้งหลายซึ่งรวมถึงข้อเสนอเรื่อง สว.ด้วยนั้น น่าตรึกตรองถึงอนาคตของข้อเสนอเหล่านั้น และที่สำคัญที่สุด คือ กาลอนาคตของประเทศชาติไทยเรา
ข้อเสนอที่ คสช.มีถึง กรธ.โดยสรุปก็น่าจะสัก 3 ข้อ โดยรวบยอด คือ1. สว.ให้มีจำนวน 250 คน (กึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มาจากการสรรหา หรือแต่งตั้ง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดำเนินการโดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระ เป็นกลาง ประมาณ 8-10 คน ให้มีวาระ 5 ปี โดยเปิดช่องให้มีข้าราชการในตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเบื้องต้น คือ 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม มีอำนาจหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญมิให้ฝ่ายการเมืองอาศัยเสียงข้างมากในส่วนของ สส.บิดเบือนเจตนารมณ์ หรือฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน
2.การเลือก สส.โดยกาบัตร 2 ใบ โดยเขตเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่ มี สส.ได้ 3 คน แต่ประชาชนเลือกได้เพียง 1 คน แล้วเรียงลำดับผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก และ 3.งดการเสนอชื่อบุคคล 3 คน เพื่อเสนอให้ที่ประชุม สส.ให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี
เอาเป็นว่าที่ร่ายยาวต่อท้ายข้อเสนอ โดยสรุปง่ายๆ คือ จะไม่สืบทอดอำนาจนั้นไม่นำมาพิจารณา ฟันธงแบบให้ไปสุดๆ เลย คือ เชื่อก็ได้ว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ แต่ลองมาพิจารณาว่าแม้ไม่สืบทอดอำนาจจะเป็นอย่างไรบ้าง นั่นคือในส่วนของข้อ 1 หน้าตาคล้ายๆ กับที่เคยมีมาสมัยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 ซึ่งเห็นได้ชัดแม้จากตัวเลขก็คือจะเอามาคาน สส.
แต่ตัวเลขนี้จะทำได้จริงหรือ ถ้า สส.พร้อมใจกันทั้งสภาในฐานะ สส.เพื่อต่อต้าน จำนวนก็เกินกันแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะทำไม่ได้ คือ จะแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะเสียง สว.ถูกคุมไว้หมด ถ้าใช้การสรรหา นั่นแปลว่าวิธีการที่ กรธ.วางเอาไว้ โดยเห็นว่าจะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ถูกมองว่าใช้ไม่ได้ ก็ต้องผูกปมให้เป็นหมันไว้ 5 ปี แล้วคนที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาที่ว่าเป็น
กลางนั้นใครมอง
เรื่อง 6 ตำแหน่ง ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เรื่องป้องกันไม่ให้ สส.บิดเบือนเจตนารมณ์ หรือฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน ถ้าคนเขายกขึ้นมาว่า เนื่องจากเขาเลือก สส.โดยตรง ดังนั้นความต้องการของเขา คือ ให้ สส.ทำงาน มิใช่ สว. แล้วจะให้ สว.มาป้องกัน สส.บิดเบือนทำไมจะตอบว่าอย่างไร นอกจากนั้นประเด็นในข้อ 2 การเลือกเช่นนั้นคะแนนของคนนำจะนำโด่ง
คนต่อๆ มาคะแนนกล้อมแกล้ม ประเด็นเป็น สส.เขตเดียวกัน แต่ความเป็น สส.ไม่เท่ากันจะเกิดขึ้น แล้วทำไมทั่วประเทศแต่ละเขตมี สส.ไม่เท่ากัน ส่วนข้อ 3 ต้องมองย้อนไปคราวปี พ.ศ. 2535 ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะการงดเสนอชื่อ และไม่ได้จำกัดว่านายกรัฐมนตรีจะต้องเสนอจากชื่อ สส. ก็คือ ลอยมาลงเลย ลองคิดกันดูนะครับ
ทางแก้ กรธ.วางอะไรเอาไว้ก็ปล่อยไปเช่นนั้น ไม่ผ่านประชามติก็ค่อยร่างกันใหม่ เอาจนผ่านประชามติกันจนได้ ไม่งั้นถ้าเกรงจะเกิดความไม่สงบ ก็คุยกัน วางมาตรการแก้ไขไว้ หากเกิดความไม่สงบจริง ก็เกิดกลไกมาแก้ไขดีไหม







