
"บิ๊กตู่"โวกม.ค้ามนุษย์ช่วยกำจัดจุดอ่อนในอดีต
นายกฯ แจง พรบ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ แก้จุดอ่อนปัญหาในอดีตได้ โว เพื่อนบ้านจะเอาเป็นแบบอย่าง ซัด มีคนไม่ทำแล้วโจมตี ความคิดสวนทาง
นายกฯ แจง พรบ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ แก้จุดอ่อนปัญหาในอดีตได้ โว เพื่อนบ้านจะเอาเป็นแบบอย่าง ซัด มีคนไม่ทำแล้วโจมตี ความคิดสวนทาง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า การปรับปรุงและแก้ไขกฏหมาย เพื่อเสริมภาพลักษณ์อันดีของประเทศไทย ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยล่าสุดที่เสนอ สนช. ให้เห็นชอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ ได้สำเร็จ ใช้เวลาเพียง 5 เดือน นับตั้งแต่วันยกร่าง ภายใต้การทำงานความร่วมกันของหลายฝ่าย โดยมีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ 1 ใช้ระบบไต่สวนในคดีค้ามนุษย์แทนระบบกล่าวหา 2.ปรับปรุงเรื่องการสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว และกำหนดมาตรการป้องกันการหลบหนี โดยศาลสามารถสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในการตรวจสอบ หรือจำกัดการเดินทางของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้ 3.ใช้ระบบการสืบพยานผ่านทางจอภาพและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้มากขึ้นในการดำเนินคดี
นอกจากนี้ ยังขยายฐานความผิด ในกรณีเป็นธุระจัดหา ซื้อขาย หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย ใช้จ้างวาน ซึ่งเด็กที่อายุไม่เกิน 15 ปี ให้ทำงานหรือให้บริการ อันอาจจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจนะครับ การเจริญเติบโต หรือการพัฒนาการของเด็กเหล่านั้น ถือว่าถูกหยุดชะงักไป ด้วยกระบวนการการค้ามนุษย์ด้วย ถือว่าเป็นความผิดการค้ามนุษย์ รวมถึงรัฐบาลมีมาตรการผ่อนผัน ให้เหยื่อ ผู้เสียหาย และพยานในคดีการค้ามนุษย์ สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานได้ เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปี เพื่อจะเข้าให้จบขบวนการเป็นพยานให้จบ
อย่างไรก็ตาม พรบ. ฉบับนี้ จะสามารถกำจัดจุดอ่อนในอดีต และเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญ ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากประเทศไทย องค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ชื่นชม เจตนารมณ์ของรัฐบาล ตนไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ ประชาชนของเราเข้าไปสู้คดีในกฎหมายเหล่านี้ เพราะไม่อยากทำร้ายใครทั้งสิ้น แต่ถ้าทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ทั้งนี้มีหลายประเทศรอบบ้านเราก็จะเอาแนวทางของเราเป็นตัวอย่าง เรื่องค้ามนุษย์ IUU ขณะเดียวกันมีคนบางคนไม่ทำ ไม่สนใจ แต่กลับมาตีตน โจมตีสิ่งที่ตัวเองปล่อยปล่ะละเลยมายาวนาน โทษตนอีก ไม่เข้าใจ ความคิดสวนทางตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า การปรับปรุงและแก้ไขกฏหมาย เพื่อเสริมภาพลักษณ์อันดีของประเทศไทย ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยล่าสุดที่เสนอ สนช. ให้เห็นชอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ ได้สำเร็จ ใช้เวลาเพียง 5 เดือน นับตั้งแต่วันยกร่าง ภายใต้การทำงานความร่วมกันของหลายฝ่าย โดยมีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ 1 ใช้ระบบไต่สวนในคดีค้ามนุษย์แทนระบบกล่าวหา 2.ปรับปรุงเรื่องการสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว และกำหนดมาตรการป้องกันการหลบหนี โดยศาลสามารถสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในการตรวจสอบ หรือจำกัดการเดินทางของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้ 3.ใช้ระบบการสืบพยานผ่านทางจอภาพและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้มากขึ้นในการดำเนินคดี
นอกจากนี้ ยังขยายฐานความผิด ในกรณีเป็นธุระจัดหา ซื้อขาย หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย ใช้จ้างวาน ซึ่งเด็กที่อายุไม่เกิน 15 ปี ให้ทำงานหรือให้บริการ อันอาจจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจนะครับ การเจริญเติบโต หรือการพัฒนาการของเด็กเหล่านั้น ถือว่าถูกหยุดชะงักไป ด้วยกระบวนการการค้ามนุษย์ด้วย ถือว่าเป็นความผิดการค้ามนุษย์ รวมถึงรัฐบาลมีมาตรการผ่อนผัน ให้เหยื่อ ผู้เสียหาย และพยานในคดีการค้ามนุษย์ สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานได้ เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปี เพื่อจะเข้าให้จบขบวนการเป็นพยานให้จบ
อย่างไรก็ตาม พรบ. ฉบับนี้ จะสามารถกำจัดจุดอ่อนในอดีต และเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญ ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากประเทศไทย องค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ชื่นชม เจตนารมณ์ของรัฐบาล ตนไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ ประชาชนของเราเข้าไปสู้คดีในกฎหมายเหล่านี้ เพราะไม่อยากทำร้ายใครทั้งสิ้น แต่ถ้าทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ทั้งนี้มีหลายประเทศรอบบ้านเราก็จะเอาแนวทางของเราเป็นตัวอย่าง เรื่องค้ามนุษย์ IUU ขณะเดียวกันมีคนบางคนไม่ทำ ไม่สนใจ แต่กลับมาตีตน โจมตีสิ่งที่ตัวเองปล่อยปล่ะละเลยมายาวนาน โทษตนอีก ไม่เข้าใจ ความคิดสวนทางตลอด







